คุณๆ คงจะทราบกันดีครับว่า เมื่อไปฝากครรภ์จะเป็นที่ใดก็ตามคุณจะต้องถูกเจาะเลือดเอาไปตรวจ
(ถ้าสถานที่คุณไปฝากครรภ์นั้นมีมาตรฐานทางการแพทย์) "
ทำไมต้องเจาะเลือดตรวจ ?
คำตอบก็คือ ก็เพื่อดูว่าสุขภาพโดยรวมของคุณนั้นอยู่ในสภาพดีหรือไม่
มีอะไรต้องแก้ไขหรือเปล่า หรือว่าจะมีอะไรที่มีอันตรายเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์ได้
จะได้หาทางแก้ไข หรือว่าเตรียมตัวเตรียมใจล่วงหน้ากับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นมาได้ในอนาคต เป็นต้น
แล้วจะต้องเจาะตรวจอะไรบ้าง ?
ก็มีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกนะครับ
ประการแรกก็คือ ตรวจดูสภาพเลือดทั่วๆ ไปว่า
เลือดคุณมีคุณลักษณะเป็นปกติดีหรือไม่ มีโลหิตจางแอบแฝงในตัวคุณหรือเปล่า
ชาวไทยเราจำนวนหลายเปอร์เซ็นต์ทีเดียวที่มีโรคโลหิตจางแอบแฝงอยู่ด้วย
โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวมาก่อนเลย จะมารู้กันก็ตอนตั้งครรภ์นี่แหละ
โลหิตจางที่ทางแพทย์พบได้บ่อยจนเป็นที่รู้จักกันดีก็คือ โรคธาลัสซีเมีย โรคนี้มี 2 ลักษณะ คือ
ลักษณะที่เป็นโรคเต็มตัวซึ่งเจ้าตัวก็มักจะรู้ตัวเอง เพราะจะมีโลหิตจางอย่างมาก แถมเหนื่อยง่าย
อาการของโรคบอกยี่ห้อได้เลยว่างั้นเถอะ
อีกลักษณะหนึ่งซึ่งเจอได้บ่อยกว่ามากก็คือ เป็นโรคแบบแอบแฝง คือไม่ส่ออาการของโรค
อาจมีโลหิตจางบ้างแต่ไม่มาก อาการเหนื่อยง่ายก็มักจะไม่เกิดขึ้น นอกเสียจากว่าได้ออกกำลังกายมากๆ
จะรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าชาวบ้าน ลักษณะของแบบโรคนี้อาจจะเรียกคนที่เป็นได้ว่า เป็นพาหะของโรค
หมายความว่า สามารถผ่องถ่ายไปยังลูกหลานเหลนโหลนได้ทางพันธุกรรม
เพราะเหตุที่มันสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้นี่เอง มันจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่คุณๆ
จะต้องได้รับการเจาะเลือดตรวจหาสภาพของโรคที่อาจแอบมากับตัวคุณได้ โดยที่คุณไม่รู้ตัวมาก่อนเลย
ว่ากันตามความจริงแล้ว การเจาะเลือดหาโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้แบบโรคเลือดที่ว่านี้นั้น
ควรจะได้ตรวจกันให้รู้ดำรู้แดงกันตั้งแต่เป็นแฟนกัน หือว่าอย่างน้อยก็ตอนก่อนแต่งงาน
หรือว่าตอนเตรียมตัวที่จะตั้งครรภ์มีลูก เพราะถ้าหากได้รู้ก่อนล่วงหน้าจะได้มีการเตรียมตัวเตรียมใจ
กับเรื่องของการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบได้ แต่ก็เอาละได้มาเจาะเลือดกันตอนที่ตั้งครรภ์แล้ว
ก็ยังดีกว่าไม่ได้เจาะเอาไว้เลย
เมื่อได้รับทราบผลของเลือดที่เจาะแล้ว หากทราบว่าคุณเป็นพาหะนำโรคทางพันธุกรรมก็จะได้วางแผนการมีลูกได้ถูกว่า
ควรจะมีลูกกี่คน หรือไม่ควรมีลูกเลยจะได้เป็นการตัดตอนของการผ่องถ่ายโรคทางพันธุกรรมไปได้
เพราะว่าถ้าหากว่าชั้นของลูกได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมของโรคมาจากพ่อแม่นั่นก็หมายความว่า
โรคอาจจะถ่ายทอดไปถึงชั้นลูก ชั้นหลานและต่อๆ ไป ไม่มีที่สิ้นสุด
คงจะไม่มีอะไรดีแน่ต่อทั้งสังคมครอบครัวเอง และต่อสังคมโดยรวมของประเทศชาติ
ประการที่สองของการเจาะเลือด ตามความจำเป็นก็คือ
ตรวจหาโรคติดเชื้อบางอย่างที่มีความสำคัญต่อทารกในครรภ์ ได้แก่ โรคซิฟิลิส กับโรคเอดส์
ซึ่งทั้งสองโรคนี้คุณๆ คงจะรู้จักมันดี และคงไม่มีใครอยากจะให้ลูกคลอดออกมาแล้วเป็นโรค
หรือมีผลกระทบจากโรคภัยร้ายแรงดังกล่าว
การเจาะเลือดดูโรคที่ว่านี้ จึงถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ถือว่าจะต้องเจาะตรวจดูทุกรายไป
แม้ว่าการเจาะดูโรคเอดส์เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากคนไข้เสียก่อนว่า
อนุญาตให้เจาะดูโรคเอดส์ได้ มิฉะนั้นแล้ว โดยสิทธิของมนุษย์ทางแพทย์เองก็ไม่สามารถกระทำได้
ถ้าหากไม่ได้รับอนุญาตก่อนการเจาะ แต่ยังไม่เคยเจอคุณแม่ท่านใดปฏิเสธการเจาะเลือดหาโรคเอดส์มาก่อนเลย
แม้แต่รายเดียวและกับตัวคุณเอง ผมเชื่อเลยว่าคุณก็ไม่ปฏิเสธเช่นเดียวกัน
ประการที่สาม การเจาะดูว่า
คุณมีภูมิต้านทานโรคบางชนิดที่มีส่วนสัมพันธ์กับทารกในครรภ์หรือไม่
เช่น ภูมิต้านทานต่อโรคหัดเยอรมัน เพราะถ้าตรวจแล้วพบว่า คุณมีภูมิต้านทานอยู่แล้วก็ให้สบายใจได้
ว่าทารกของคุณในครรภ์จะปลอดภัยจากหัดเยอรมันอย่างแน่นอน แต่ถ้าตรวจแล้วคุณไม่มีภูมิต้านทานต่อหัดเยอรมัน
ก็จะช่วยให้คุณมีความระมัดระวังที่จะไม่ให้เกิดโรคนี้ขึ้นมากับตัวคุณโดยเฉพาะในช่วงอายุครรภ์ 3 เดือนแรก
เพราะถ้าเป็นโรคหัดเยอรมันนี้ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ นั่นก็เท่ากับว่ามีความเสี่ยงต่อความพิการ
เกิดขึ้นกับทารกในครรภ์แล้ว และความพิการที่เกิดขึ้นก็ใช่ว่าเป็นความพิการอย่างอ่อนๆ นะครับ
ตรงกันข้ามจะรุนแรงมาก เป็นต้นว่า ตาบอด หูหนวก ปัญญาอ่อน รวมไปถึงความพิการทางหัวใจด้วย
จึงขอแนะนำว่า ถ้าใครยังไม่มีภูมิต้านทานต่อโรคหัดเยอรมันก่อนการตั้งครรภ์มีลูกแล้วล่ะก็ควรจะฉีดวัคซีนกันเสียก่อน
อีกประการหนึ่งคือ โรคไวรัสตับอักเสบ ชนิดบี
คุณก็จะได้รับการตรวจเพื่อดูว่า คุณมีภูมิต้านทานหรือไม่ หรือว่าคุณเป็นพาหะนำโรคหรือไม่ ว่าไปแล้วเรื่องของไวรัสตับอักเสบ
ชนิดบีใช่ว่าจะเกี่ยวข้องกับทารกในครรภ์ซักเท่าไหร่ แต่ความจริงแล้วมันเกี่ยวข้องกับความเป็นครอบครัวเสียมากกว่า
เพราะถ้าหากใครในครอบครัวเป็นพาหะนำโรค บุคคลอื่นในครอบครัวทุกคนจำเป็นต้องมีภูมิต้านทานโรค
หรือต้องฉีดวัคซีนคุ้มกันจะได้ไม่ต้องเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเป็นโรค
ทารกแรกคลอดจะได้รับการฉีดวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด แต่ถ้าคุณแม่เป็นพาหะนำโรคอยู่ครับ
ทารกแรกเกิดจำเป็นต้องได้รับการฉีดยาป้องกันการกำเริบของโรคที่ทารกอาจจะได้รับมาจากแม่ตั้งแต่ตอนคลอดนั้นแล้ว
การเจาะเลือดตรวจตอนฝากครรภ์ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งและใช่ว่าจะมีแต่ที่ผมกล่าวถึงเท่านั้น
ยังคงมีอีกหลายอย่างที่สำคัญ แล้วคุณจะได้รับทราบเมื่อคุณตั้งครรภ์และไปฝากครรภ์กับแพทย์นะครับ
(update 14 มีนาคม 2005)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 สิงหาคม 2547 ]
|