คุณแม่ที่กำลังง่วนกับการเลี้ยงลูก ก็คงหวาดเสียวอยู่เหมือนกันถ้าต้องตั้งครรภ์ติดๆ กันอีก
ซึ่งตามคำแนะนำของแพทย์แนะนำไว้ว่า ควรเว้นระยะห่างสัก 1-2 ปี เพื่อให้คุณแม่ฟื้นตัว
แต่ทีนี้เราจะควบคุมมันอย่างไรดีล่ะ!!
ประการแรก : ต้องบอกก่อนเลยว่า การให้นมแม่อย่างสม่ำเสมออย่างเดียวทุก 3-4 ชั่วโมง
จะทำให้เกิดภาวะระงับการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้ผู้หญิงตกไข่ ทำให้ไม่เกิดการตั้งครรภ์ รวมทั้งไม่มีประจำเดือนด้วย
ภาวะนี้งานวิจัยบอกว่า สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 95% ซึ่งหมายถึงจะสามารถคุมกำเนิดตามธรรมชาติได้ 70 วันหลังคลอด
แต่ถ้าคุณแม่คนไหนไม่ได้ให้นมลูกจะมีไข่ตกเมื่อครบ 45 วันหลังคลอด ดังนั้น ประจำเดือนจะเริ่มกลับมาประมาณ 6 สัปดาห์
หลังจากหยุดให้นมหรือให้นมสม่ำเสมอ ร่างกายคุณแม่ก็จะค่อยๆ ปรับตัวเหมือนเดิมคือตกไข่ และพร้อมตั้งครรภ์ใหม่อีกครั้ง
ประการที่สอง : การคุมกำเนิดที่ปลอดภัยและดีที่สุดคือ การไม่มีเพศสัมพันธ์นั่นเอง
แต่ยังมีอีก 5 วิธี เพื่อคุมกำเนิดค่ะ
1. ยาเม็ดคุมกำเนิด : ควรใช้ชนิดที่มี Progesterone เป็นหลัก
เพราะจะไม่มีผลต่อการผลิตหรือหลั่งน้ำนม ยาคุมกลุ่มนี้จะทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้น อสุจิไม่สามารถว่ายผ่านไปได้
แถมเยื่อบุโพรงมดลูกฝ่อตัว ตัวอ่อนจะฝังตัวไม่ได้ อาจมีเลือดออกบ้างหรือไม่มีประจำเดือนบ้าง
แต่มีข้อห้ามใช้ในคนที่เป็นโรคตับ ถุงน้ำดี โรคหัวใจ และหลอดเลือด เป็นต้น
หากใช้ยาคุมกลุ่ม Estrogen และกลุ่มที่เป็นยาผสม จะทำให้น้ำนมแห้ง
โดยในต่างประเทศแม่จะคำนึงถึงปริมาณฮอร์โมนที่มีในเม็ดยา เพราะเกรงว่าจะส่งผ่านไปยังลูก
และมีผลเมื่อลูกโตโดยเฉพาะลูกสาว
2. คุมด้วยยาฉีด : ต้องฉีดยาทุก 3 เดือน
ผลข้างเคียงอาจจะมีเลือดออกหรือไม่มีประจำเดือน อ้วน เป็นฝ้า และเจ็บตัวค่ะ
3. คุมด้วยยาฝัง : เป็นยาคุมที่ฝังบริเวณใต้ท้องแขนสามารถอยู่ได้นาน 3 ปี
การคุมกำเนิดแบบนี้ต้องปรึกษาแพทย์
4. คุมแบบกีดกันห่วงอนามัย : คือการใส่ห่วงนั่นเองค่ะ
สามารถใส่ได้นาน 3-5 ปี จึงเปลี่ยนอันใหม่ แต่ต้องตรวจห่วงด้วยตนเองทุกเดือนและพบแพทย์ทุกปี
5. คุมแบบขวางกั้น : การใช้ถุงยางอนามัยนั่นแหละค่ะ
ควรใช้ทุกครั้ง ส่วนเรื่องนับวันต้องงดไว้ก่อน เพราะมีความคลาดเคลื่อนสูง มีคนคำนวณผิดพลาดมาเยอะแล้วค่ะ
(update 15 กุมภาพันธ์ 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 103 พฤษภาคม 2547 ]
|