เพื่อนสาวของ Audrey โทรมาเมาท์ให้ฟังว่า เจ้าหล่อนเพิ่งไปทำดีท็อกซ์มาค่ะ Audrey ก็ตกอกตกใจว่า
แหมเพื่อนสาวของเราทำไมกล้าหาญอย่างนี้นะ เจ้าหล่อนเลยรีบอธิบายว่า การทำดีท็อกซ์ไม่ได้หมายถึงการสวนล้างลำไส้เท่านั้นนะเธอ
แต่ยังรวมไปถึงการรับประทานอาหารและฝึกสมาธิด้วย อืม... ฟังแล้วค่อยน่าสนหน่อย
แต่ก่อนจะตัดสินใจเริ่มทำดีท็อกซ์ Audrey ได้ไปปรึกษาคุณหมอด้านการแพทย์ทางเลือกมาแล้วว่า
การทำดีท็อกซ์เป็นขั้นตอนที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวันของเราได้ด้วยล่ะค่ะเรื่องดีๆ อย่างนี้
Audrey ขอเล่าต่อให้ชาวดวงใจพ่อแม่ Modern Mom ไว้เผื่อว่าใครจะสนใจทำบ้าง
- ล้างพิษ คืออะไร ? ดีอย่างไร ?
ในยุคที่รอบๆ ตัวเรากลายเป็นสังคมของความเร่งด่วน เวลากินก็ต้องเป็นอาหารจานด่วน
แถมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกเต็มไปหมด คนเราจึงเคลื่อนไหวน้อยลงทุกที ควันเสียจากรถยนต์
ความเครียดจากการทำงาน ทำให้วิถีชีวิตของเราเต็มไปด้วยพิษค่ะ ภายนอกก็มีมลพิษ
ภายในร่างกายก็มีคอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด สารพิษที่เกิดจากการบูดเน่าของไขมันและโปรตีนที่อยู่ในลำไส้ของคนเรา
ฟังแล้วสยองไหมคะคุณๆ
กระบวนการล้างพิษ จึงเกิดขึ้นมาเพื่อล้างพิษในร่างกายของคนเราค่ะ โดยอยู่ภายใต้ความเชื่อว่า
การมีสุขภาพดีที่จำเป็นต้องบำรุงรักษาทั้งร่างกายและจิตใจเราจึงควรล้างพิษผ่านวิธีทั้ง 5 ได้แก่
กินเพื่อล้างพิษ อดเพื่อล้างพิษ ฝึกลมปราณเพื่อล้างพิษ ฝึกสมาธิเพื่อล้างพิษทางจิตใจ และสวนลำไส้เพื่อล้างพิษ
เพื่อให้กระบวนการฟื้นฟูสุขภาพเป็นไปอย่างครบถ้วนค่ะ
มีคำกล่าวว่า คนกินมากก็ป่วยมาก ทำให้ Audrey ย้อนคิดว่า คนเราป่วยเพราะกินมีเพิ่มขึ้นจริงๆ ค่ะ
การล้างพิษวิธีที่สองจึงชักชวนให้หันมาอดล้างพิษกันดูบ้าง ซึ่งทางการแพทย์ระบุว่า มนุษย์เราสะสมพลังงานในรูปไขมัน
และพลังงานไว้เพียงพอต่อการอดอาหารประมาณ 1-2 วัน ได้โดยไม่เจ็บป่วยเชียวนะ
ข้อดีของการอด คือลดการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น กระเพาะก็ไม่ต้องย่อยอาหาร ลำไส้ก็ไม่ต้องดูดซึม
อวัยวะภายในอื่นๆ ก็จะทำงานน้อยลง ซึ่งหากคนเราใช้งานกระเพาะหรืออวัยวะภายในส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป
ร่างกายก็จะสร้างสารพิษที่เรียกว่ามะเร็งนั่นเองค่ะ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มอดอาหาร สามารถเริ่มต้นด้วยการกินผลไม้
หรือน้ำผลไม้ตลอดทั้งวันก่อนก็ได้ แต่ก่อนการอด ควรจะให้แพทย์ตรวจร่างกายก่อน
และในวันที่อดอาหารก็ไม่ควรทำงานหนักด้วยค่ะ
คุณแม่สามารถหลีกเลี่ยงอาหารมีพิษได้ง่ายๆ โดยงดเว้นอาหารหมักดอง อาหารขัดขาวหรือฟอกสี
รวมไปถึงอาหารสำเร็จรูป แล้วเลือกกินผักสด เลือกแบบไม่มีสารปนเปื้อนหรือล้างเอายาฆ่าแมลงออกให้หมดยิ่งประเสริฐ
กินข้าวกล้อง ข้าวมันปูแทนข้าวขาว น้ำตาลทรายแดงแทนน้ำตาลขัดขาว ที่สำคัญกินอาหารให้ครบ 5 หมู่
โดยที่ไม่เลือกกินเนื้อสัตว์ แป้ง น้ำตาล มากจนเกินไป
แต่สำหรับคุณแม่ที่มีเวลาน้อย ไม่สามารถเลือกกินอาหารได้ครบ 5 หมู่ หรือวิตามินที่จำเป็น
มีทางเลือกง่ายๆ คือปั่นน้ำผัก น้ำผลไม้ดื่มเป็นประจำ ก็ช่วยล้างพิษได้ค่ะ
คนที่ฝึกสมาธิได้ระดับหนึ่งร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินหรือสารแห่งความสุขออกมาค่ะ
และเมื่อร่างกายสงบ เกิดสมาธิ หัวใจจะเต้นช้าลง ลมหายใจที่เคยสั้นเพราะเครียดก็จะยาวขึ้น
เมื่อควบคุมลมหายใจได้ทำให้ปอดขยาย ร่างกายก็สามารถปรับออกซิเจนได้มากขึ้น
เกิดกระบวนการเผาผลาญไขมัน ลดการอักเสบในระบบภูมิคุ้มกัน
ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดขาวที่เป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้มากขึ้น แถมทำให้คลื่นสมองเป็นระเบียบ
ช่วยให้มีความจำดีขึ้น ข้อดีมีมากมายจน Audrey จาระไนไม่หมดของอย่างนี้ไม่เชื่อต้องพิสูจน์ด้วยตนเองนะคะ
ฟังชื่อแล้วอย่างเพิ่งเสียวลำไส้กันไปนะคะ การสวนล้างลำไส้เกิดขึ้นเพราะพฤติกรรมการกินอาหารของคนปัจจุบัน
อาทิ การกินอาหารขัดสี หรือมีกากใยน้อย ส่งผลให้ลำไส้ทำงานไม่ดีเพิ่มสารพิษให้ร่างกาย
และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาการเจ็บป่วย
- ปัจจุบัน วิธีการทำความสะอาดลำไส้ มี 2 วิธี
การสวนลำไส้ใหญ่ระดับบนเน้นการสวนด้วยน้ำอุ่น
คือการใช้น้ำอุ่น 5 แกลลอน ทำความสะอาดตลอดทั้งลำไส้
เพื่อล้างอุจจาระที่ตกค้าง เมือกที่เป็นอาหารบูดเน่าเกาะอยู่ตามผนังลำไส้
วิธีทำ : เครื่องสวนลำไส้ใหญ่มีชื่อว่า colontheraphy ที่ปัจจุบันมีบริการตามโรงพยาบาลหลายแห่ง
ใช้เวลาทำประมาณ 30-40 นาที ควรทำประมาณปีละ 4-5 ครั้ง
ค่าใช้จ่าย : ครั้งละ 1,000-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับสถานที่ให้บริการแต่ละแห่ง
การสวนล้างลำไส้ใหญ่ระดับกลางด้วยกาแฟ
การสวนกาแฟทำได้ง่ายและสามารถทำเองที่บ้านได้ ประโยชน์คือ ชำระอุจจาระที่ตกค้างในลำไส้
ที่สำคัญคือ ฤทธิ์กาแฟจะซึมเข้าทางผนังลำไส้ เส้นเลือดและตับ
ซึ่งช่วยให้ตับซึ่งทำหน้าที่กรองของเสียให้ร่างกาย สะอาด และกลับมาทำงานได้ดีขึ้น
ค่าใช้จ่าย : (กรณีไม่ได้ทำเอง) ครั้งละ 500-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับสถานที่ให้บริการแต่ละแห่ง
วิธีทำ : เตรียมอุปกรณ์ได้แก่ หม้อ หรือถุงสำหรับทำ DETOX สายยาง กาแฟคั่วบดทั่วไป 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำอุ่นประมาณ 1,000-1,500 มิลลิลิตร เมื่อเตรียมน้ำกาแฟเสร็จแล้ว วางหม้อไว้สูงกว่าร่างกายประมาณ 3 ฟุต
นอนลง (ตะแคงขวา ดึงขาซ้ายชิดขึ้นไปทางหน้าอกเล็กน้อย เพื่อให้สามารถสอดท่อได้ง่าย)
ทาวาสลินที่ปลายท่อส่วนที่จะสอดเข้าไปในทวารหนักแล้วจึงค่อยๆ สอดท่อไปที่ทวารหนักลึกประมาณ 2 นิ้ว
ปล่อยกาแฟในหม้อจนหมด ขมิบก้นให้กาแฟค้างในลำไส้ประมาณ 5-10 นาที
จากนั้นปล่อยกาแฟให้ไหลออกมา จะสังเกตได้ว่ามีเศษอาหารออกมาด้วย
ความเชื่อของคนส่วนใหญ่มักคิดว่า การสวนกาแฟจะช่วยให้หายท้องผูกได้
ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้นค่ะ ดังนั้นการทำดีท็อกซ์จึงควรทำตอนเย็นก่อนนอน
เพราะตื่นเช้าจะถ่ายตามปกติได้ค่ะ และควรทำเดือนละ 1-2 ครั้ง จะได้ไม่เสียสุขนิสัยในการขับถ่ายนะคะ
ห้ามสวนล้างลำไส้
- เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
- หญิงตั้งครรภ์
- แม่ที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่ร่างกายอ่อนเพลีย
- ผู้ที่เคยผ่าตัดลำไส้ใหญ่
(update 25 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 112 กุมภาพันธ์ 2548 ]
|