ฟืนไฟในบ้าน ต้องระวัง


”ทิ้งสองเด็กชายในบ้านไฟไหม้ย่างสด!… ยายไปซื้อขนม ช่วยไม่ทัน”

นี่คือพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 15 พฤษภาคม ปีที่แล้ว โดยมีรายละเอียดของข่าวดังนี้..
สองพี่น้อง 5 ขวบ กับ 10 เดือน กอดกันกลมตายคากองเพลิงหลังเกิดไฟไหม้บ้าน ช่วงที่ยายออกไปซื้อขนมที่ร้านขายของชำมาให้หลาน

แม้จะรีบกลับบ้าน ร้องตะโกนให้เพื่อนบ้านช่วยดับไฟ แต่ไม่ทัน บ้านทั้งหลังวายวอดไปพร้อมกับชีวิตของหลานตัวน้อยทั้งสอง

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 14 พ.ค. 2546 เจาหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านไม้ หน้ามัสยิดบ้านลุ่ม ต.สะเดา ซึ่งเป็นบ้านไม้สภาพเก่าชั้นเดียว ลักษณะยกพื้นสูง บริเวณบ้านล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงใหญ่ อยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นๆ ประมาณ 40 เมตร เปลวเพลิงไหม้บ้านอย่างรุนแรงและรวดเร็ว โดยยายอายุ 49 ปี ยืนร้องไห้ฟูมฟายอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งร้องบอกให้เจ้าหน้าที่ทราบว่ามีเด็กติดอยู่ภายในบ้าน 2 คน

เจ้าหน้าที่ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงไหม้ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบพบว่าเพลิงลุกไหม้บ้านทั้งหลังจนหมด พบศพเด็กชายอายุ 5 ปี และน้องอายุ 10 เดือน ทั้งคู่ถูกเพลิงเผาไหม้ดำเป็นตอตะโกในลักษณะนอนกอดกันกลม

ยายของเด็กเล่าว่า พ่อแม่ของเด็กไปทำงาน ปล่อยให้ตนเลี้ยงเด็กทั้งสองอยู่กับบ้าน ก่อนเกิดเหตุเห็นว่าเด็กทั้งสองนอนหลับอยู่ จึงออกไปที่ร้านขายของชำซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 500 เมตร เพื่อซื้อขนมมาให้หลายกินตอนตื่นขึ้นมา แต่ยังไม่ทันได้ซื้อก็เห็นเพลิงไหม้บ้านอย่างรุนแรง จึงรีบวิ่งกลับไปที่บ้าน และร้องตะโกนให้เพื่อนบ้านมาช่วยดับไฟ แต่เนื่องจากเป็นบ้านไม้และมีอายุเก่าแก่จึงกลายเป็นเชื้อไฟอย่างดี

บ้านทั้งหลังถูกไฟไหม้! หลานรักทั้งคู่นอนตายในกองเพลิง (จากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่า เป็นเพราะไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากพัดลมไหม้เป็นเหตุ)...

เราได้แต่แสดงความเสียใจและภาวนาให้...เวลาและธรรมะคงจะช่วยเยียวยาความเจ็บปวดเลวร้ายของชีวิตในครานี้ได้...

การสูญเสียคนที่รัก แม้กระทั่งการสูญเสียยกครอบครัวในกองเพลิง คือโศกนาฎกรรมที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงควรที่ในครั้งนี้ผมจะชวนคุณพ่อคุณแม่พูดถึงเรื่องของอัคคีภัยและการป้องกัน


เริ่มด้วยป้องกันไว้ก่อน
1. ตรวจสอบบรรดาสายไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ใช้อยู่ในบ้านของคุณ เช่น ถ้าสายไฟเก่าโทรม เปื่อยยุ่ย ถลอกปอกเปิกควรเปลี่ยน ไม่ควรนำปลั๊กไฟ 1 ตัว ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายตัว หรือใช้ไฟเกินขนาด เดินสายไฟแบบซ่อนไว้ใต้พรม แต่ไม่เคยตรวจเช็กมานานแล้ว

2. อย่าให้เด็กเล่นไม้ขีดไฟ ไฟแช็ค และต้องเก็บให้พ้นตาพ้นมือเด็กๆ ต่อเมื่อลูกโตแล้ว (ราวๆ 8 ขวบขึ้นไป) จึงค่อยสอนให้เจ้าหนูรู้จักวิธีการจุดไม้ขีดไฟ ไฟแช็ค ด้วยวิธีที่ถูกต้องก็จะดีกว่า หากเขาแอบไปจุดไฟเอง แล้วเกิดตกใจหรือพลาดพลั้ง ทำให้ลวกมือลวกหน้าหรือทำไม้ขีดไฟตกพื้นและลามไปทั่วจนเกิดไฟไหม้

3. บุหรี่ นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพตามที่ทราบกันดีแล้ว มันยังเป็นตัวการสำคัญก่อให้เกิดอัคคีภัย

4. ก่อนเข้านอนหรือก่อนออกจากบ้าน ควรแน่ใจว่า ไม่ได้จุดธูป จุดเทียน เปิดแก๊ส เปิดเตาไฟฟ้า เสียบปลั๊ก (โดยเฉพาะปลั๊กเตารีด) ทิ้งค้างไว้

5. บรรดาเสื้อผ้าเก่าๆ หนังสือพิมพ์ นิตยสารเก่าๆ ใบไม้แห้งที่ร่วงเกลื่อนสนาม ล้วนแล้วแต่เป็น “เชื้อเพลิง” ที่ติดไฟได้ง่ายทั้งสิ้น ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้แล้วควรกำจัดออกจากบ้านเรือน

6. เสื้อนอนลูก ถ้าจะให้ปลอดภัยต้องเลือกแบบไม่ติดไฟ

7. อย่าให้ลูกเล่นวัตถูไวไฟ หรือวัตถุระเบิดทั้งหลาย เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรค น้ำมันก๊าด สเปรย์กระป๋อง และดอกไม้ไฟ ประทัด เม็ดมะยม ที่เด็กๆ (แอบ) ซื้อมาเล่น!

8. อย่าทิ้งเด็กให้อยู่บ้านตามลำพัง คงไม่ต้องพูดอะไรอีกนะครับ ข่าวที่ผมยกมาข้างต้น คงจะเป็นอุทาหรณ์อันแสนรันทดใจที่ยากจะลืม!

9. ควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีอุปกรณ์ดับไฟ (เครื่องดับเพลิง) ที่ได้มาตรฐานประจำบ้าน จะดีมากหากจะมีเกิน 1 ตัวและที่โรงรถ (ถ้ามี) อีก 1 ตัว ศึกษาวิธีการใช้เครื่องดับเพลิงประจำบ้านนี้อย่างละเอียด ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด พร้อมกับฝึกฝนวิธีการใช้ด้วยนะครับ

10. ”จด” และ “จำ” จด (ด้วยตัวโตๆ) เบอร์โทรศัพท์ของสถานีดับเพลิงใกล้บ้าน และแปะติดไว้ในที่เห็นได้ง่ายๆ หรืออย่างน้อยให้ทุกคนในบ้านจำเบอร์ 191 ให้ได้

11. หากจำเป็นต้องใส่ “เหล็กดัด” ตามประตูหน้าต่างเพื่อกันขโมย ก็ไม่ควรใช้แบบติดตาย แต่ให้เปิดปิดได้ด้วยกุญแจ และลูกกุญแจนั้นจะต้องเก็บไว้ ณ ที่ที่หยิบได้ทันทีที่มีเหตุฉุกเฉิน

"หนีไฟ" หนีอย่างไรจึงจะรอด ??

เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้บ้าน ขอให้คุณจงอย่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก พยายามควบคุมสติเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
1. ให้รีบคว้าผ้าห่มหนาๆ ห่อหุ้มตัวลูก แล้วรีบหาทางออกจากบ้านหรือสถานที่เกิดเหตุนั้นทันที (ตัดใจจากสมบัตินอกกายทั้งหลาย จงรักษาชีวิตของลูกและตนเองก่อน!)

2. หากขณะนั้นบ้านเต็มไปด้วยควันโขมง อย่าวิ่งลุยออกไปเพราะสาเหตุกว่า 80% ของผู้เสียชีวิตในกองเพลิง เกิดจากการสำลักควันและขาดอากาศหายใจ เพราะมันคือก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์และไอร้อน และเนื่องจากควันไฟเป็นไอร้อนมันจึงลอยอยู่ด้านบน อากาศด้านล่างที่อยู่เกือบติดพื้นจึงยังพอใช้ได้ ดังนั้น วิธีหนีควันไฟคือ คว่ำหน้าหมอบลงกับพื้นแล้วค่อยๆ คืบคลานไปสู่ทางออก

3. ให้ใช้ผ้าชุบน้ำปิดปากปิดจมูก เพื่อป้องกันการสำลักควัน

4. หากไฟลุกไหม้ในห้องใดห้องหนึ่งจนยากจะดับได้ด้วยตนเอง และมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ในนั้น ให้รีบปิดประตูห้องดังกล่าวให้มิดชิด ไฟที่กำลังไหม้จะลดกำลังลงและอาจดับไปได้เอง แล้วอย่าเปิดห้องเป็นอันขาด (เพราะจะทำให้ไฟลุกลามมากขึ้น) รอให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาจัดการดูแลต่อไป

5. ถ้าจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องเปิดประตูห้องที่กำลังไฟท่วม (เช่น มีคนติดอยู่ในห้อง) การเปิดเราจะไม่ยืนอยู่หน้าประตูแล้วเปิดออกมาตรงๆ เพราะขืนทำเช่นนั้นขอให้คุณนึกถึงมังกรยักษ์พ่นไฟยังไงยังงั้น!
วิธีการก็คือ ใช้เปิดประตู (หรือหน้าต่าง) เข้ามาหาตัวเราโดยเรายืนอยู่หลังประตู (หน้าต่าง) เพื่อช่วยบังตัวเราไว้ ไม่ให้ไฟที่ลามออกมาเผาตัวเรา! และที่สำคัญคือ อย่าลืมหาผ้าหนาๆ ชุบน้ำเพื่อจับลูกบิดประตู (ที่ร้อนสุดๆ) ด้วย

6. หากเข้าตาจนจริงๆ เพราะดันไปติดอยู่ในห้องที่ไฟกำลังจะลุกลามใกล้มาถึงทุกขณะ หรือหนีเพลิงมหาภัยเข้ามาหลบอยู่ในห้องนี้ที่เหลือเพียงจุดเดียวและไฟยังไม่ถึง! (แต่ก็จวนเจียนแล้ว!) ให้ปฏิบัติดังนี้ครับ
ให้ใช้ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว ชุบน้ำเปียกๆ แล้วยัดหรืออุดไว้ตามร่องประตูและตามช่องต่างๆ ในห้อง ก็เพื่อกันไม่ให้ควันไฟเล็ดลอดเข้ามาได้ ถ้าห้องนั้นติดหน้าต่างให้ตะโกนเรียกคนช่วย โทรศัพท์แจ้ง 191 และโทรศัพท์เรียกรถดับเพลิง

7. ข้อนี้เด็กๆ คงจะชอบใจกัน ให้คุณพ่อคุณแม่จัดกิจกรรม “ซ้อมรับไฟไหม้” โดยลองสร้างสถานการณ์จำลองไฟไหม้ขึ้น เรียกลูกๆ หลานๆ มาเล่นด้วยกัน มีการวางแผน มีการฝึกควบคุมอารมณ์ ฝึกความว่องไวไหวพริบ เช่น เมื่อเกิดเหตุร้าย ใครรู้ก่อนก็ให้รีบเรียกรีบให้สัญญาณสมาชิกในบ้าน ให้จดจำเบอร์โทร 191 เบอร์โทรสถานีดับเพลิง ฝึกความว่องไวในการคว้ากุญแจบ้าน กุญแจประตู หน้าต่าง คว้าผ้าห่ม ผ้าชุบน้ำ ฝึกกลิ้งตัว หมอบคลานกับพื้นเพื่อตรงไปที่ทางออก ฯลฯ

กิจกรรมนี้นอกจากให้ความสนุกและมีประโยชน์แล้ว ก็ยังมีส่วนเสริมสร้างความรัก และความสามัคคีของคนในครอบครัวอีกด้วยครับ


การปฐมพยาบาล ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้

1. หากผู้ที่คุณช่วยเหลือโดนไฟลวก หลังจากดับไฟตามตัวไปแล้ว ให้ราด รด หรือแช่ด้วยน้ำสะอาด เพื่อเป็นการลดความเจ็บปวดจากบาดแผล หยุดการทำลายของความร้อน

2. หากผู้บาดเจ็บสวมแหวน นาฬิกา กำไล ฯลฯ ให้รีบช่วยถอดออกครับ เปล่า! มิได้ส่งเสริมให้คุณๆ ผิดศีลข้อ อทินนาทานา ฯลฯ แต่เป็นการช่วยเหลือด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะจากนั้นไม่นานบริเวณที่ถูกความร้อนจะเกิดอาการบวม

3. ปิดแผลด้วยผ้าปิดแผล (ถ้าหาไม่ได้ให้ใช้ผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอนหรือฉีกเอาจากผ้าปูที่นอนก็ได้ครับ) พันบาดแผลเอาไว้อย่าให้แน่นนัก เพราะต้องเผื่อที่ไว้สำหรับอาการบวมที่จะเกิดขึ้น และรีบนำส่งโรงพยาบาลต่อไป

(update 26 มกราคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 256 พฤษภาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600