เมื่อลูกก้าวสู่วัยที่สามารถเคลื่อนไหวตัวเองไปที่ต่างๆ ได้ ก็มักจะชอบการเป็นนักสำรวจโลก
ชอบรื้อโน่นค้นนี่ให้วุ่นวายไปหมด สนุกกับการได้เรียนรู้ ทดลองกับสิ่งใหม่ๆ จึงง่ายมากกับการที่จะเกิดอุบัติเหตุ
หรือเกิดความไม่ปลอดภัยขึ้น เพราะฉะนั้นสำหรับเด็กวัยนี้จึงต้องใส่ใจกับการดูลีความปลอดภัยเป็นพิเศษ
ต้องเริ่มปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพหรือที่เรียกกันว่าถูกสุขลักษณะให้กับลูกแล้วค่ะ
ดูแลสุขภาพให้ปลอดภัย
หลายสิ่งหลายอย่างในบ้านที่อาจจะเป็นอันตรายต่อเจ้าตัวเล็กได้ เราลองมาสังเกตสักนิดมั้ยว่า
อะไรบ้างที่เราควรจะใส่ใจเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย
วิธีจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย
- ที่สูง
เช่น บันได ระเบียงบ้าน
อาจใช้ตะแกรงไม้หรือลูกกรงแบบที่คุณพ่อสามารถทำเองได้มากั้น แต่ระยะห่างของซี่ลูกกรงต้องไม่แคบจนนิ้วเจ้าหนูเข้าไปติดได้
และไม่กว้างจนลูกสามารถเอาศีรษะรอดเข้าไปได้นะคะ
- น้ำ ถังน้ำ อ่างน้ำ บ่อปลา
อย่าคิดว่าบ่อเล็กๆ
จะไม่มีอันตรายนะคะ เพราะเมื่อเด็กก้มลงไปดูน้ำในถังแล้ว มักจะเสียการทรงตัวอาจพลาดพลั้งหัวทิ่มลงไปได้
และด้วยสรีระทีศีรษะใหญ่กว่าตัว จะทำให้ลูกไม่สามารถเอาหัวขึ้นมาได้ถนัด
อาจเกิดการจมน้ำและขาดอากาศหายใจได้ในที่สุด
- ไฟ ปลั๊กไฟ
กระติกน้ำร้น
สายไฟจากเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ควรโยงสายไฟให้พ้นจากมือเจ้าตัวยุ่ง
อย่าให้เรี่ยพื้นหรืออยู่ในที่ที่ลูกคว้าเหนี่ยวมาเล่นได้
- สิ่งแปลกปลอม และสารพิษต่างๆ
เช่น น้ำมันก๊าด ยาสระผม น้ำมันเครื่อง ฯลฯ ควรเก็บให้พ้นมือลูก และอย่านำสารเหล่านี้บรรจุในภาชนะที่ใส่อาหาร
เครื่องดื่ม เช่น ขวดน้ำหวาน เพราะอาจทำให้เด็กเข้าใจผิด ยกมาดื่มกินได้
- โรงเรียน
ควรสอนให้เจ้าหนูใช้ห้องน้ำ
สนามเด็กเล่น ฯลฯ ให้ถูกวิธี
เป็นการเตรียมความพร้อมจากที่บ้าน
- ศูนย์การค้า
ระหว่างที่คุณกำลังเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง
อย่าปล่อยให้เจ้าหนูเล่นเครื่องเล่นภายในห้างตามลำพัง
และควรจะสอนด้วยน้ำเสียงจริงจังให้ลูกรู้ว่าอย่าไปไหนกับคนแปลกหน้าด้วย
- สวนสาธารณะ
เป็นที่ที่เล่นสนุกสำหรับเจ้าตัวซน
โดยเฉพาะเครื่องเล่นสนาม แต่ก่อนที่จะปล่อยเจ้าตัวซนลงสนาม คุณควรตรวจสอบเครื่องเล่นเสียก่อน
ว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานหรือไม่ หรือแวดล้อมไปด้วยที่ที่เป็นอันตราย
เช่น บ่อน้ำลึก โขดหิน
- ตู้ยาสามัญประจำบ้าน
ควรจะมีตู้ยาสามัญประจำบ้านติดไว้ด้วยนะคะ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ
จะได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ทัน และควรสอนลูกเรื่องความปลอดภัยจากสิ่งต่างๆ
เพื่อลูกจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ยังเด็กๆ และรู้จักระมัดระวังตัวเองเป็น
วัยนี้สุขภาพสำคัญนะ
นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว สุขลักษณะที่ดีเพื่อสุขภาพต้องเริ่มปลูกฝังในวัยนี้ เพราะง่ายต่อการฝึก
ที่สำคัญสิ่งเหล่านี้จะติดตัวลูกไปจนโตค่ะ
1. ฝึกลูกให้กินอาหารครบ 5 หมู่ โดยจัดอาหารที่หลากหลายให้กับลูก
และสอนให้ลูกรู้จักเลือกกินและซื้ออาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
2. ดูแลเรื่องความสะอาด เช่น การแปรงฟัน การรักษาความสะอาดของร่างกาย
ให้โอกาสลูกได้ทำด้วยตัวเอง
3. หากิจกรรมให้ลูกทำเพื่อเป็นการออกกำลังกายไปในตัว
อย่าปล่อยให้จุมปุ๊กกับหน้าจอสี่เหลี่ยมมากเกินไปค่ะ
4. ฝึกลูกให้ทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นเวลา เช่น กินอาหาร ตื่นนอน เข้านอน ขับถ่าย
การมีสุขภาพดีนั้นต้องเริ่มจากครอบครัวก่อน เพราะครอบครัวเป็นพื้นฐานอันสำคัญ
ในการปลูกฝังสุขลักษณะนิสัยที่ดีให้กับคนในครอบครัว ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นความเคยชินค่ะ
สุขภาพดีครอบครัวสร้างได้
1. กินอาหารให้ครบคงไม่พอค่ะ การมีสุขภาพดีต้องรวมถึงการเลือกซื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
ปลอดภัยจากสารพิษ สด สะอาด
2. พักผ่อนให้เพียงพอ การมีเวลาให้ร่างกายได้พักผ่อนในแต่ละวันอย่างพอเพียง
จะช่วยคลายความเมื่อยล้า ตื่นขึ้นมารับเช้าวันใหม่อย่างแจ่มใสค่ะ
3. หลีกเลี่ยงมลพิษ สถานที่แออัด เพราะจะทำให้ไม่สบายตัวแล้ว ยังทำให้ขาดอากาศหายใจ
พานจะเป็นลมเอาง่ายๆ แล้วอาจจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคด้วยค่ะ
4. ดูแลความสะอาดของบ้านมิให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงหรือแมลงต่างๆ
ที่นำเชื้อโรคมาสู่ร่างกายของคนได้ รวมถึงการดูแลความสะอาดภายในห้องต่างๆ
และหมั่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
5. ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพแบบนี้ขาดไม่ได้ค่ะ เพราะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี
แล้วกล้ามเนื้อต่างๆ ยังกระชับแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บก็ไม่มาเบียดเบียนง่ายๆ ค่ะ
6. ตรวจสุขภาพ เมื่ออายุ 25ไปแล้ว ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยทุก 1 ปีค่ะ
อย่าเห็นว่าไม่สำคัญนะคะ เผื่อเป็นอะไรขึ้นมาเราจะได้รู้ตัวแต่เนิ่นๆ ส่วนสุขภาพฟันก็ทุกๆ 6 เดือนค่ะ
7. ควรแยกสัตว์เลี้ยงไว้เป็นสัดส่วน สัตว์จำพวกสุนัข แมว ควรพาไปฉีดยาทุกๆ 1 ปี
แล้วหมั่นทำความสะอาดสถานที่และสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ
8. ดูแลป้องกันคนในบ้านให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อ เมื่อมีคนในบ้านเจ็บป่วย ควรแยกผู้ป่วย
แก้วน้ำ จานชาม เสื้อผ้า เพื่อมิให้ติดคนอื่นๆ ในบ้าน
9. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพบ้าง จะช่วยให้มีความรู้เท่าทันกับสิ่งต่างๆ
ที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายหรือเป็นผลดีต่อสุขภาพ
(update 9 มีนาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 255 เมษายน 2547 ]
|