กริ๊ง
กริ๊ง
เสียงนาฬิกาปลุกทุกเช้า สัญญาณของการเริ่มวันใหม่
ทำให้เราต้องลุกจากที่นอนเพื่อเตรียมตัวไปทำงานกัน ซึ่งบางวันอาจเต็มไปด้วยการจราจรที่คับคั่ง
ทำให้บางคนเกิดความรู้สึกหงุดหงิดได้ ไม่อยากได้ยินเสียงจอแจอะไรทั้งสิ้น
บางวันมีรถตู้สีขาวคันใหญ่ส่งเสียงหวอไล่ตามมาข้างหลังดังทั่วท้องถนน
ขับเข้ามาใกล้ตัวคุณเรื่อยๆ เป็นเหตุให้ชะลอรถหลบทาง เพื่อให้รถพยาบาลคันนี้ไปก่อน
ด้วยความมีน้ำใจอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ขอขอบคุณอย่างสูง
แด่ผู้มีน้ำใจช่วยทำบุญกับคนที่รอความช่วยเหลืออยู่
สังคมในปัจจุบันลูกหลาน ส่วนใหญ่มีภารกิจต้องออกไปทำงานนอกบ้าน จำเป็นต้องอาศัยแม่บ้าน
หรือคนดูแลที่ว่าจ้างจากสถานบริการจัดหาคนดูแล มาเป็นผู้ดูแลคนป่วยหรือผู้สูงอายุที่บ้านแทนลูกหลาน
คนที่ทำหน้าที่ดูแลเหล่านี้ได้ถูกฝึกฝนให้ดูแลเฉพาะในเรื่องกิจวัตรประจำวันเท่านั้น ขาดความรู้ในเรื่องการดูแลโรค
บางทีรอจนอาการเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว จึงจะบอกให้ลูกหลานทราบ ดังนั้น หากญาติของเราจะต้องเข้าไปอยู่ในภาวะวิกฤติเช่นนั้น
เราจะสามารถนำญาติส่งโรงพยาบาลได้เร็วที่สุดได้อย่างไร ?
ทุกคนไม่อยากให้เกิดเหตุวิกฤติเลวร้ายเหล่านี้กับคนในครอบครัวแน่นอน แต่ถ้าวันหนึ่งมีเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
ทุกคนควรรู้วิธีที่จะช่วยเหลือดูแลให้คนที่เรารักปลอดภัย โดยที่ลูกหลานจะต้องหมั่นศึกษาเรียนรู้วิธีการดูแลโรคของผู้ป่วย
โดยเฉพาะอาการแสดงที่ผิดปกติ และในขณะเดียวกัน ก็ต้องพยายามถ่ายทอดให้คนดูแลทราบด้วย
บางครั้งอาการผิดปกติอาจจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน คนดูแลมักจะโทรศัพท์แจ้งให้ลูกหลานทราบ
เนื่องจากตกใจและไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ในภาวะข้างต้นนี้ ดิฉันขอแนะนำให้คุณซึ่งเป็นลูกหลาน สอบถามอาการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญกับคนดูแล
จากนั้นให้โทรติดต่อไปยังโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยมีประวัติการรักษาและแจ้งอาการดังกล่าวแก่แพทย์
เจ้าของไข้หรือพยาบาลรับเรื่อง ถ้าแพทย์หรือพยาบาลลงความเห็นว่าควรเข้ามาโรงพยาบาล เนื่องจากอาการวิกฤติ
ขอแนะนำให้ท่านทั้งหลายใช้บริการรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลจะเร็วที่สุด เพราะรถฉุกเฉินจะมีอุปกรณ์ภายในรถ
พร้อมที่จะให้การพยาบาลอย่างถูกต้องตามข้อมูลที่ทางโรงพยาบาลได้รับจากท่าน และจากประวัติการมารักษาที่โรงพยาบาล
และจะสามารถนำตัวผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลได้รวดเร็ว ปลอดภัยในที่สุด
ส่วนการขอใช้บริการรถฉุกเฉินนั้นมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ว่าคุณจะใช้บริการรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลใดก็ตาม
ดิฉันขอแนะนำขั้นตอนการใช้บริการดังนี้ :-
1. โทรศัพท์ติดต่อกับเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำเแผนกฉุกเฉินโดยตรง แจ้งขอใช้บริการรถฉุกเฉินรับผู้ป่วย
เพื่อที่ท่านจะได้รับการบริการที่รวดเร็ว
2. บอกชื่อ-นามสกุล อายุและโรคประจำตัวของผู้ป่วย รวมทั้งชื่อ-นามสกุลผู้แจ้ง พร้อมเบอร์ติดต่อกลับได้สะดวก
เพื่อให้ทางโรงพยาบาลสามารถติดต่อสอบถามอาการเป็นระยะ และให้การช่วยเหลือระหว่างที่รถฉุกเฉินกำลังเดินทางไป
3. บอกอาการสำคัญของผู้ป่วยขณะนั้นให้ทราบ เช่น รู้สึกตัวหรือไม่ หายใจเองหรือหอบเหนื่อย
มีอุบัติเหตุเกิดแก่ร่างกายหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำการช่วยเหลือเบื้องต้นกับผู้ป่วย
และจัดเตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือให้เหมาะสม
4. บอกตำแหน่งที่อยู่ บ้านเลขที่ เส้นทางให้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำรถออกทันที
เพื่อไปรับผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วที่สุด
เพียงเท่านี้คนที่คุณรักก็จะได้รับความปลอดภัยมากขึ้น บริการรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลทุกคันยินดีให้บริการ
เพียงแค่กริ๊งเดียว
รถฉุกเฉินก็เลี้ยวไปรับที่หน้าบ้านท่านนะคะ ทุกชีวิตมีค่าเสมอ
ยุวดี มหาชัยราชัญ
พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลเทพธารินทร์
(update 6 มกราคม 2005)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 6016 วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ]
|