เราคุยกันถึงเรื่องไขมันที่มีอยู่ในร่างกายซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิดและที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้นคือ
ไขมันที่คนทั่วไปรู้จักกันดีในชื่อ โคเลสเตอรอล มาฉบับนี้จะคุยกันต่อเกี่ยวกับไขมันในเลือด
อีกชนิดหนึ่งชื่อว่า ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับอาหารและสุขภาพเช่นกัน
รู้จักไตรกลีเซอไรด์
ไตรกลีเซอไรด์ คืออนุภาคไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นในตับ มีขนาดเบาบางและเล็กมาก
จึงไม่น่าแปลกที่ใครบางคนบอกว่า อยู่เฉยๆ ร่างกายก็ผลิตไตรกลีเซอไรด์
แต่ไขมันชนิดนี้ยังเพิ่มพูนในร่างกายของเราได้จากอาหารที่เรากินเข้าไปด้วย
อาหารประเภทไขมันโดยส่วนใหญ่จะมีไขมันไตรกลีเซอไรด์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันพืช ไขมันสัตว์
หรือไขมันที่ซ่อนอยู่ในเนื้อ นม หรืออาหารอื่นๆ ที่เรานึกไม่ถึงว่าจะมีไขมันซ่อนอยู่ด้วย
เมื่อเรากินอาหารประเภทนี้เข้าไป ร่างกายจะดูดซึมแล้วก็ขนส่งไตรกลีเซอไรด์ผ่านเลือดส่งไปยังเซลล์ต่างๆ
ที่ต้องการพลังงาน ไตรกลีเซอไรด์ที่มากเกินไปจะถูกส่งไปเก็บไว้ที่เนื้อเยื่อไขมัน (body fat)
แล้วพอกพูนตามส่วนต่างๆ ของร่างกายจนร่างกายอ้วนขึ้น
โดยปกติร่างกายขจัดไตรกลีเซอไรด์ออกจากเลือดได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่สองสามชั่วโมงหลังจากการกินอาหาร
ไขมันไตรกลีเซอไรด์ส่วนใหญ่ก็ถูกขจัดออกจากเลือดเข้าสู่เซลล์ได้แล้ว คนทั่วไปจึงมีไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดไม่สูง
คือประมาณ 50-150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แต่ถ้าตรวจเลือดหลังอดอาหารมาแล้ว 8-12 ชั่วโมง
พบว่าไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป
แสดงว่าร่างกายมีปัญหาในการขจัดไตรกลีเซอไรด์
ไตรกลีเซอไรด์กับสุขภาพ
การสะสมของไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดที่มากผิดปกติ จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
อัมพาต อัมพฤกษ์ เช่นเดียวกับการมีโคเลสเตอรอลในเลือดสูง ทั้งนี้เพราะไตรกลีเซอไรด์ปริมาณสูงทำให้เลือดข้นเหนียวขึ้น
เกิดการจับตัวกันเป็นลิ่มและอุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะหัวใจและสมอง
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าคนที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงเป็นเวลานานจะทำให้ระดับเอชดีแอลโคเลสเตอรอล (HDL)
ซึ่งเป็นโคเลสเตอรอลที่ดีในเลือดลดต่ำลงด้วย ดังนั้นไตรกลีเซอไรด์ในเลือดที่สูงร่วมกับเอชดีแอลต่ำ
จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
นอกจากนี้ ระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงมากๆ อาจจะทำให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบได้
ในผู้หญิงระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้นด้วย
เพราะไตรกลีเซอไรด์ที่สูงจะไปกระตุ้นให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ไหลเวียนอยู่สูงขึ้นด้วย
ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเป็นมะเร็งเต้านม
ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงได้อย่างไร
ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงผิดปกติเกิดจากการกินอาหารไม่ถูกสัดส่วน
ได้รับพลังงานหรือแคลอรีมากเกินไป กินอาหารที่มีไขมันหรือขนมหวานในปริมาณมาก
ทำให้ร่างกายสร้างไตรกลีเซอไรด์แล้วขับเข้าสู่กระแสเลือดมากเกินไป
การดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะไปกระตุ้นตับให้ผลิตไตรกลีเซอไรด์มากขึ้นเช่นกัน
และยังทำให้การเคลื่อนย้ายไขมันออกจากเลือดได้ช้ากว่าปกติด้วย
ภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ยังพบได้บ่อยในคนอ้วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งอ้วนแบบพุงกะทิคนที่เป็นโรคไต
โรคเบาหวานชนิดที่สองหรือชนิดไม่พึ่งอินซูลิน คนที่เป็นโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยและคนที่เป็นโรคตับ
ทั้งนี้เพราะกลไกการย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเปลี่ยนแปลงไป
บางคนที่มีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงที่เกิดจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์
เช่น ร่างกายขาดเอนไซม์ที่ย่อยไตรกลีเซอไรด์ จึงขจัดไตรกลีเซอไรด์ได้ช้าผิดปกติ
คนกลุ่มนี้มักมีค่าไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงมากอาจสูงได้ถึง 800-1,000 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
การกินยาบางชนิดอาจทำให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้นได้ เช่น ยาขับปัสสาวะไธอาไซด์
ฮอร์โมนเพศหญิง ยาคุมกำเนิดบางชนิด ในกลุ่มนี้การหยุดกินยาดังกล่าวจะทำให้ไตรกลีเซอไรด์ลดลงเป็นปกติได้
การควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์
ดังที่กล่าวมาแล้วสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง คือการกินอาหารไม่ถูกสัดส่วน
กินอาหารพวกแป้งและน้ำตาลมากเกินไป จนเป็นพลังงานส่วนเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ
ทำให้เกิดภาวะอ้วน มีการสร้างและย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ผิดปกติ ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
จึงควร งดหรือลดการกินของหวานหรืออาหารที่มีน้ำตาลมาก เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลปริมาณมาก
ขนมขบเคี้ยวต่างๆ ขนมทองหยิบทองหยอด ฝอยทอง คุกกี้ ไอศกรีม เป็นต้น สำหรับอาหารพวกข้าว ก๋วยเตี๋ยว
ซึ่งเป็นอาหารหลัก คนที่กินมากกว่า 4 ทัพพีต่อมื้อ ถ้าไม่ใช่คนที่ออกกำลังกายหนักมากควรลดปริมาณลง
ให้เหลือไม่เกิน 2-3 ทัพพีต่อมื้อ
ร่างกายจะสร้างไตรกลีเซอไรด์มากขึ้นถ้าได้รับพลังงานจากอาหารมากเกินไป
ดังนั้น การรู้จักกินและแบ่งมื้ออาหารเพื่อให้มีการกระจายพลังงานให้เหมาะสม
จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากในการควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
กล่าวคือควรกินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ ไม่ควรงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า
และควรกินอาหารมื้อเช้าให้อิ่ม เพราะพลังงานที่ได้จากอาหารจะถูกนำไปใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดวัน
ในปัจจุบันคนทั่วไปมีความเร่งรีบ จึงมักงดเว้นหรือกินอาหารเช้าเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม
ควรคำนึงไว้เสมอว่า กินอาหารมื้อเช้าให้ได้พลังงานประมาณ 1 ใน 4 ของพลังงานที่ควรได้ใน 1 วัน
ซึ่งเท่ากับปริมาณพลังงานที่ควรได้รับในอาหารมื้อเย็น ที่เหลือประมาณครึ่งหนึ่งควรได้จากมื้อกลางวัน
และอาหารว่างเล็กๆ ในตอนสายและบ่าย การแบ่งพลังงานทั้งวันเช่นนี้
สอดคล้องกับการที่ร่างกายต้องใช้พลังงานในการดำเนินชีวิต
ทำให้ไม่มีพลังงานเหลือที่จะนำไปสร้างเป็นไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งจะนำปัญหาสุขภาพมาสู่เรา
การลดอาหารไขมันลงก็ช่วยทำให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดลงได้
ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารทอดหรือผัดที่ใช้น้ำมันมากในการประกอบอาหาร
รวมทั้งไขมันสัตว์ต่างๆ ยกเว้นไขมันจากปลาทะเลที่มีกรดไขมันโอเมกา 3 (omega-3)
การศึกษาวิจัยพบว่า กรดไขมันโอเมกา ช่วยลดการสังเคราะห์ไตรกลีเซอไรด์ในตับได้
ดังนั้นใครที่มีปัญหาไตรกลีเซอไรด์สูง หากได้ กินปลาทะเลที่มีไขมันโอเมกา 3 สูง
ปรุงด้วยวิธีการนึ่ง 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ จะช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ค่อนข้างดี
แต่ทั้งนี้ต้องลดการกินไขมันโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันที่ได้จากสัตว์บกลงด้วย
มิฉะนั้นกินอาหารที่มีไขมันโอเมกา 3 ไปก็ไม่ทันกับไขมันที่รับเพิ่มขึ้นในร่างกาย
คนที่มีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ถ้ามีน้ำหนักตัวเกินหรืออ้วนควรพยายามลดน้ำหนักตัวลงบ้าง
การลดน้ำหนักไม่ได้หมายความว่าจะต้องลดน้ำหนักจนกระทั่งผอมแห้งอย่างกับดารานางแบบ
เพียงแต่พยายามลดน้ำหนักตัวลงให้ได้ร้อยละ 5-10 จากน้ำหนักเดิม เช่น คุณน้ำหนัก 90 กิโลกรัม
ก็ควรลดน้ำหนักสัก 4-9 กิโลกรัม ไม่ต้องหักโหมลดน้ำหนักให้เหลือเพียง 70 กิโลกรัมในทันที
การลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือ การควบคุมปริมาณอาหารที่กินอย่าให้มากเกินไป ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับคนที่ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงจากโรคบางอย่าง ควรควบคุมหรือรักษาโรคนั้นๆ ควบคู่กันไป
เช่น ไตรกลีเซอไรด์สูงจากภาวะเบาหวานประเภทที่สอง การลดไตรกลีเซอไรด์ทำได้โดยการพยายามคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ให้เป็นปกติควบคู่กันไปนั่นเอง หรือในกรณีที่ไตรกลีเซอไรด์สูงจากภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ
การลดไตรกลีเซอไรด์ทำได้โดยการรักษาด้วยฮอร์โมนไทรอยด์ด้วย
สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การงดสูบบุหรี่และลดการดื่มเบียร์ เหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ
ทำให้ตับสร้างไตรกลีเซอไรด์น้อยลง และการขจัดไขมันในเลือดได้ดีขึ้น
จึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
(update 24 กันยายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 27 ฉบับที่ 315 กรกฎาคม 2548 ]
|