คุณแม่ผู้ใส่ใจลูกหลายบ้านพากันบ่นว่า พอลูกเป็นวัยรุ่นอุปนิสัยในการกินชักจะย่ำแย่
เขาหรือเธอมักเลือกกินแต่ของถูกปาก หรือกินอะไรก็ได้ที่ใกล้มือคว้า (ฟาสต์ฟู้ดจึงเป็นอาหารยอดนิยมของวัยทีน)
แต่ร่างกายของพวกเขาสิคะยังคงอยู่ในช่วงกำลังโต ทุกส่วนพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
การมีโภชนาการที่ดีตลอดช่วงวัยนี้จึงยังมีความสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นจุดเริ่มต้นในการป้องกันโรคร้ายแรงต่างๆ
ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน
การที่คุณแม่มีความเข้าใจและลงมือตระเตรียมอาหารเองที่บ้าน
นอกจากลูกวัยรุ่นจะได้รับประทานอาหารชั้นยอดทีเปี่ยมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน
และแร่ธาตุที่จำเป็นต่างๆ ยังช่วยให้ลูกวัยรุ่นมีแบบแผนการกินที่ดีติดตัวไปตลอดชีวิตด้วยค่ะ
สารอาหารที่วัยรุ่นต้องการ
- พลังงาน
วัยรุ่นต้องการพลังงานมากกว่าผู้ใหญ่
ซึ่งพลังงานก็มาจากแคลอรี (หน่วยความร้อนซึ่งเกิดจากการเผาผลาญอาหาร)
โดยทั่วไปแล้ววัยรุ่นเขาจะต้องการพลังงานประมาณ 2,500-3,000 แคลอรีต่อวัน
ขณะที่วัยรุ่นหญิงต้องการอยู่ที่ประมาณ 2,000 แคลอรีต่อวัน ข่าวดีก็คือ
วัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยขาดแคลนอาหารที่ให้พลังงาน แต่เราควรใส่ใจว่าเขาบริโภคพลังงานอย่างไร
มันฝรั่งทอดสักถุงกับน้ำอัดลมขนาด 44 ออนซ์สักแก้ว สามารถเพิ่มปริมาณแคลอรีได้อย่างมาก็จริง
แต่มีสารอาหารที่สำคัญอื่นๆ อยู่น้อยมาก จึงเห็นได้ชัดว่าอาหาร ตามใจปาก
วัยรุ่นนั้นไม่ได้ให้คุณค่าต่อสุขภาพโดยรวมเท่าไรเลย นอกจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
- แคลเซียมและเหล็ก
สารอาหารที่จำเป็นสำหรับวัยรุ่น
ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคกระดูกพรุน
(ซึ่งควรเริ่มป้องกันตั้งแต่วัยนี้ไม่เช่นนั้นจะสายเกินไปในวัยทอง)
วัยรุ่นที่เป็นนักกีฬายิ่งจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ
ส่วนธาตุเหล็กนั้นช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงขนส่งออกซิเจนไปทั่วร่างกายและนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างพลังงาน
หากลูกเราบ่นอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าบ่อยๆ นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ร่างกายของเขาขาดธาตุเหล็กในกระแสเลือดแล้วละ
- ไขมัน
สาวน้อยวัยรุ่นของเรามักใส่ใจเรื่องรูปร่างเป็นพิเศษ
จึงพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หารู้ไม่ว่าเป็นการทำร้ายตัวเองในระยะยาว
เนื่องจากการหลีกเลี่ยงไขมันทุกรูปแบบจะทำให้เสียโอกาสได้รับไขมันชนิดดีอย่างโอเมก้า 3
และไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว โดยโอเมก้า 3 นี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิว เส้นผม
และระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งยังพบว่า ช่วยลดภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วย
อาหารสุขภาพที่ถูกปากวัยรุ่น
รู้เรื่องคุณค่าอาหารต่างๆ แล้วทีนี้ปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะเตรียมอาหารให้ถูกปากวัยรุ่นได้อย่างไร
เราอาจจะจัดเตรียมอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุดได้ แต่สำหรับวัยรุ่นแล้วเรื่องของรสชาติเท่านั้นที่ดึงดูด
ต่อไปนี้คือสุดยอดอาหารที่ควรเพิ่มเข้าไปในเมนูที่บ้านของคุณ เพื่อช่วยให้ลูกวัยรุ่นได้รับวิตามิน
และแร่ตุที่จำเป็นครบถ้วน
- สุดยอดอาหารว่าง
- สำหรับวัยรุ่นไม่มีอะไรเทียบได้กับของกินเล่น ในวัยที่มีกิจกรรมมากมาย วัยรุ่นมักไม่สนใจกินเป็นมื้อเป็นคราว
พวกเขาอาจจะกินวันละ 6 มื้อ และแต่ละมื้อนั้นอาจเป็นของกินเล่นจุบจิบก็ได้ เราอาจจัดเตรียม มะเขือเทศจิ้มพริกกับเกลือ
อะโวคาโดกินสดๆ ฟักทอง แครอต บร็อกโคลี ดอกกะหล่ำต้มจิ้มน้ำสลัด หรือชุบแป้งทอดกินเล่นๆ
- ผักส่วนใหญ่แทบไม่ให้พลังงานเลย แต่กลับอุดมไปด้วยแร่ธาตุมากมาย
แครอต 1 หัวให้เบต้า-แคโรทีนมากกว่าที่วัยรุ่นต้องการใน 1 วันเท่าตัว
บร็อคโคลีลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งปอด มะเร็งลำคอ มะเร็งกระเพาะอาหาร
มะเร็งต่อมลูกหมาก ดอกกะหล่ำเพิ่มสารกลูโคซิโนเลต (glucosnolate)
ที่ช่วยต้านมะเร็งด้วยเช่นกัน
- อาหารเช้าสำเร็จรูปกับนมพร่องมันเนย
- การกินอาหารสำเร็จรูปที่มีทั้งธัญพืช (เมล็ดต่างๆ) ผสมผลไม้แห้งกับนมพร่องมันเนยสักแก้ว
(เท่ากับ 1/4 ของปริมาณที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวัน) เป็นทางออกหนึ่งสำหรับข้ออ้างที่ว่าไม่มีเวลากินอาหารเช้า
ให้ทั้งพลังงาน โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์ อาหารเช้าช่วยให้เด็กวัยรุ่นมีสมาธิดีขึ้น
ส่งผลดีต่อการเรียนและกีฬาอย่างเห็นได้ชัด
- โยเกิร์ตแช่แข็ง ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์และวอลนัต (อาจใช้ถั่วเมล็ดแห้งอื่นๆ แทน)
- โยเกิร์ตไขมันต่ำชนิดธรรมดา ถือเป็นแหล่งแคลเซียมชั้นดี แค่ถ้วยขนาด 8 ออนซ์
ก็ให้ทั้งคุณค่าทางอาหารและโปรตีนที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันไปพร้อมกันแล้ว
ส่วนโยเกิร์ตแช่แข็งชนิดปลอดไขมันหรือไขมันต่ำ แม้ให้ประโยชน์ได้ไม่เท่าโยเกิร์ตธรรมดาทั่วไป
แต่รสชาติประทับใจวัยรุ่น และก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าของขบเคี้ยวไร้คุณค่าอื่นๆ แน่นอน
- แล้วถ้าลูกหลานของคุณชอบกินถั่ว อย่าลืมโรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือวอลนัตลงไปด้วย
เพราะถั่วเปลือกแข็งส่วนใหญ่มีธาตุสังกะสีและแมกนีเซียมอยู่สูง
อีกทั้งไขมันแทนทั้งหมดก็เป็นชนิดไขมันอิ่มตัวเสียด้วย
- มะม่วงและองุ่น
- ขณะที่ลูกหลานวัยรุ่นของคุณกำลังง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เล่นวิดีโอเกม หรือดูทีวี
ลองเลื่อนจากมะม่วงสดกรอบกับองุ่นพวงเต่งเข้าไปในรัศมีดูสิคะ
จะช่วยกันพวกเขาไม่ให้แตะเครื่องดื่มผสมโซดากับขนมกรุบกรอบได้จนถึงมื้อเย็นเลยล่ะ
- ผลไม้เมืองร้อนแสนอร่อยอย่างมะม่วงบ้านเรานั้นมีสารต้านมะเร็ง เบต้า-แคโรทีนอยู่ค่อนข้างสูง
ทั้งยังอัดแน่นด้วยเส้นใยอาหารและโปแตสเซียม ผนวกกับวิตามินซีอย่างพอเพียง
และองุ่นนั้นก็ช่วยลดภาวะโรคหัวใจได้ด้วย
- ถั่ว
- วัยรุ่นของคุณบางครั้งอาจนึกอยากลองรับประทานอาหารมังสวิรัติ (เพราะอยากหุ่นดี)
ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าพวกเขาจะขาดสารอาหารบางอย่างที่พบในเนื้อสัตว์และเนื้อปลา
เพราะทดแทนได้ด้วยอาหารโปรตีนชนิดอื่น เช่น ถั่ว หรือมื้อเช้าคุณอาจจะจัดเตรียมขนมปังทาเนยถั่วไว้ให้
(เนยถั่ว Peanut Butter ให้พลังงานและไขมันสูง แต่เป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว) และมีถั่วต้มเป็นของว่างหลังเลิกเรียน
- ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ เช่น ถั่วเขียว ถั่วปากอ้า ถั่วลันเตา ไม่ว่าจะกินเดี่ยวๆ หรือผสมอาหารแห้งอื่นๆ เช่น
ปลากรอบ กุ้งแห้ง งาคั่ว พริกแห้ง ใบมะกรูด ตะไคร้ หรือกินในรูปเนยถั่วทาขนมปังแบบฝรั่ง
ก็จะได้สารอาหารอย่างหลากหลาย ทั้งธาตุเหล็ก แคลเซียม ไขมัน และใยอาหาร
รวมถึงคุณค่าของสมุนไพรอีกด้วย
ซูเปอร์เมนู
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเมนูที่ทรงคุณค่าอาหารสำหรับวัยรุ่น
- สลัดปลาแซลมอนย่าง ใส่ผักขม
- การรับประทานปลาอาทิตย์ละครั้ง จะช่วยป้องกันภาวะหัวใจวายได้ แทนที่จะใส่ไก่ลงในสลัด
ก็อาจลองเปลี่ยนเป็นปลาแซลมอนแทน (ปลาแซลมอนเป็นปลาชนิดดี ที่ควรให้ลูกรับประทานเป็นประจำ
เนื่องจากมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (polyunsaturated) มีโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยลดอาการซึมเศร้าและโรคไขข้อ)
หรือเปลี่ยนเป็นน้ำพริกปลาทูในมื้อเย็น ก็ได้คุณค่าพอๆ กัน แถมไม่อ้วนด้วย
- พาสต้าโฮลวีต ราดซอสมะเขือเทศ และขนมปังกระเทียม
- แม้ปัจจุบันใครๆ ต่างปฏิเสธอาหารประเภทแป้ง (คาร์โบไฮเดรต) แต่ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวัยรุ่นอยู่ดี
การฝึกนิสัยให้เด็กๆ คุ้นเคยกับการเลือกผลิตภัณฑ์แป้งที่ไม่ขัดขาว (โฮลวีต) หรือข้าวซ้อมมือ จะได้เส้นใยอาหาร
วิตามิน และแร่ธาตุมากกว่าแป้งขัดขาวทั่วไป โดยเฉพาะธาตุเหล็ก มีมากกว่าถึง 2 เท่าตัว
- ซอสมะเขือเทศมีทั้งเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และอี ทั้งยังอุดมด้วยไลโคพีน (lycopene)
ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ซึ่งในซอสมะเขือเทศมีมากกว่าในมะเขือเทศสดๆ เสียอีก
และหากต้องการเพิ่มคุณค่าทางอาหารก็อาจเติมกระเทียมในซอสหรือขนมปังปิ้งก็ได้
ซึ่งช่วยลดภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด
- ผัดบร็อกโคลี
- บร็อกโคลีเป็นนักต่อสู้โรคภัยไข้เจ็บมากกว่าอะไรทั้งหมด เพราะมีสารประกอบที่ช่วยต้านมะเร็ง
และลดการเติบโตของเนื้องอก โดยเฉพาะที่เกิดในเต้านม
- บร็อกโคลีเพียงก้านเดียวอัดแน่นไปด้วยแคลเซียม โปแทสเซียม และเส้นใยอาหาร
รวมถึงมีปริมาณวิตามินซี เป็น 2 เท่าของปริมาณที่แนะนำให้รับประทานใน 1 วัน
| ปริมาณใน 1 มื้อ | ให้พลังงาน |
| แครอต 11/4 ถ้วย | 35 แคลอรี |
| ขึ้นฉ่าย 3/4 ถ้วย | 7 แคลอรี |
| ดอกกะหล่ำ 1 ถ้วย | 34 แคลอรี |
| บร็อกโคลี 2/3 ถ้วย | 33 แคลอรี |
| อะโวคาโด 1/2 ผล | 145 แคลอรี |
| มะเขือเทศ 1/2 ลูก | 17 แคลอรี |
| ผักขม 2 ถ้วย | 25 แคลอรี |
| นม 8 ออนซ์ | 80 แคลอรี |
| โยเกิร์ต 8 ออนซ์ | 190 แคลอรี |
| เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ 1/3 ถ้วย | 287 แคลอรี |
| วอลนัต 1/4 ถ้วย | 177 แคลอรี |
| เนยถั่ว 11/2 ช้อนโต๊ะ | 156 แคลอรี |
| ถั่วต้มบด 2 ช้อนโต๊ะ | 83 แคลอรี |
| มะม่วง 1 ผล | 107 แคลอรี |
| องุ่น 2/3 ถ้วย | 60 แคลอรี |
| ขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น | 195 แคลอรี |
| พาสต้าโฮลวีต 3/4 ถ้วย | 162 แคลอรี |
| ซอสมะเขือเทศ 1/3 ถ้วย | 10 แคลอรี |
| ปลาแซลมอน 31/2 ออนซ์ | 180 แคลอรี |
วัยรุ่นชายต้องการพลังงาน 2,500-3,000 แคลอรี/วัน วัยรุ่นหญิง 2,000 แคลอรี/วัน
(update 26 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา..
kids & family ปีที่ 10 ฉบับที่ 116 พฤศจิกายน 2548]
|