ไข่เป็นอาหารของคนมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไข่เป็ด ไข่ไก่ ไข่นกกระทา ไข่เต่า
หรือไข่จากสัตว์เล็ก เช่น ไข่ปลา ไข่ปู ไข่กุ้ง หรือแม้แต่ไข่มดแดง
ไข่ที่นิยมบริโภคและมีอยู่ติดตู้เย็นกันแทบทุกบ้าน คือ ไข่ไก่
คนนิยมกินไข่เพราะเป็นแหล่งอาหารที่มีราคาถูก ทำเป็นอาหารได้หลาออย่าง
เด็กๆ ที่เริ่มหัดทำอาหารก็คงหนีไม่พ้นเมนูไข่ก่อน ไข่มีรสชาติอร่อยเก็บไว้ได้นาน
ไข่เป็นอาหารที่แนะนำใช้เลี้ยงทารกและเด็กๆ เพราะไข่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
โปรตีนในไข่ถือเป็นโปรตีนมาตรฐานที่นักวิชาการด้านโภชนาการนำมาใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ
กับโปรตีนจากแหล่งอาหารอื่น เพราะไข่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน
ส่วนประกอบสำคัญของไข่
ไข่ไก่ 1 ฟอง มีน้ำหนักประมาณ 40-60 กรัม มีส่วนประกอบสำคัญ คือ เปลือกไข่ ไข่ขาว
และไข่แดง ในอัตราส่วนร้อยละ 11:62:27
1. เปลือกไข่ มีน้ำหนักประมาณ 6 กรัม มีส่วนประกอบหลักคือ สารประกอบแคลเซียมคาร์บอเนตเป็นรูพรุน
เปลือกไข่ภายนอกมีเมือกเคลือบเพื่อป้องกันจากภายนอกเข้าไปในไข่ได้ ก่อนถึงตัวไข่มีเยื่อบางๆ แต่เหนียวกั้นอยู่อีกชั้นหนึ่ง
ซึ่งจะเห็นได้ชัดเวลาต้มไข่ ส่วนป้านของไข่จะเป็นโพรงอากาศ
2. ไข่ขาว มีโปรตีนเป็นสารอาหารหลัก เมื่อตอกไข่จะเห็นไข่ขาวแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเหลว
อีกส่วนข้นติดอยู่กับไข่แดงและมีปริมาณมากกว่าส่วนเหลวประมาณ 4 เท่า ไข่ขาวในไข่ 1 ฟอง
จะมีน้ำหนักประมาณ 30-35 กรัม ขึ้นอยู่กับขนาดของไข่ ไข่ขาวมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก (ร้อยละ 88)
มีโปรตีนประมาณร้อยละ 10 โปรตีนในไข่ขาวมีหลายชนิดได้แก่
- โคนัลบูมิน (conalbumin) เป็นโปรตีนที่จับกับแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญคือแร่ธาตุเหล็ก
ซึ่งเป็นกลไกการป้องกันตัวอ่อนจากการติดเชื้อ แต่กลไกนี้มีบทบาทสำคัญทางด้านโภชนาการ
เนื่องจากทำให้ร่างกายคนเรานำเหล็กจากไข่มาใช้ไม่ได้ดี
- โอวัลบูมิน (ovalbumin) เป็นกลุ่มโปรตีนที่จับกับฟอสฟอรัส คาร์โบไฮเดรต และซัลเฟอร์
ถูกทำลายได้ด้วยความร้อน และมีการเปลี่ยนแปลงสี
- อะวิดิน (avidin) เป็นโปรตีนที่มีปริมาณเล็กน้อยในไข่ขาว แต่มีบทบาทสำคัญทางด้านโภชนาการอีกตัวหนึ่ง
ในไข่ขาวดิบอะวิดินสามารถจับกับวิตามินไบโอดิน ซึ่งเป็นวิตามินที่จำเป็นในการทำงานของเอนไซม์ในร่างกาย
ผู้ที่กินไข่ขาวดิบจึงมีโอกาสขาดวิตามินไบโอดินได้
- ไลโซไซม์ (lysozyme) เป็นโปรตีนในไข่ขาวที่ช่วยทำลายเชื้อแบคทีเรีย ช่วยป้องกันตัวอ่อน
3.ไข่แดง ส่วนของไข่แดงจะแยกออกจากไข่ขาวโดยมีเยื่อหุ้มไข่แดง
และมีเส้นยึดไข่แดงให้ลอยอยู่ตรงกลางของไข่ขาวซึ่งเป็นส่วนของไข่ขาวเช่นเดียวกัน
ไข่แดงมีน้ำหนักเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 52 โปรตีนร้อยละ 14.3 ไขมันร้อยละ 30
มีส่วนของแร่ธาตุโพแทสเซียม สังกะสี และทองแดง มากกว่าไข่ขาว มีวิตามินเอและวิตามินบี 2 สูง
ไขมันในไข่ประกอบด้วย ไลโพรโปรตีน ไตรกลีเซอไรด์ โคเลสเตอรอล และเลซิติน
ไข่ 1 ฟองมีไข่แดงประมาณ 13-20 กรัม
คุณค่าทางโภชนาการของไข่ชนิดต่างๆ
ไข่เป็นแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพดี มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน และมีกรดอะมิโนชนิดที่มีซัลเฟอร์สูง
มีประโยชน์ในการสร้างเซลล์ผิวหนัง ผมและเล็บ แร่ธาตุในไข่ขึ้นอยู่กับปริมาณที่มีในอาหารไก่ (ตารางที่ 1)
ตารางที่ 1 ปริมาณสารอาหารในไข่ชนิดต่างๆ (แสดงค่าต่อ 100 กรัม)
| ชนิดของไข่ | พลังงาน (กิโลแคลอรี) |
โปรตีน (กรัม) | ไขมัน (กรัม) |
วิตามินเอ (ไมโครกรัม) | บี 2 (มก.) |
แคลเซียม (มก.) | ฟอสฟอรัส (มก.) |
เหล็ก (มก.) |
| ไข่ไก่, ทั้งฟอง
ไข่แดง
ไข่ขาว |
155 336 51 | 12.8 14.3 10.1 | 10.8 30.1 101 |
- 666 - | - 0.86 0.39 | 38106 5 |
230 517 11 | 3.1 6.3 0.5 |
| ไข่เป็ด, ทั้งฟอง
ไข่แดง
ไข่ขาว |
189- - | 12.1-- | 14.1-- |
40-- | --- | 401144 |
26963334 | 3.16.0- |
| ไข่นกกระทา, ต้ม
ไข่เต่า
ไข่ปลาจะละเม็ด |
171121135 | 13.111.613.6 | 12.08.27.7 |
143-- | 0.710.560.56 | -9495 |
167228129 | 3.52.01.0 |
ไข่กับโคเลสเตอรอล
โคเลสเตอรอลเป็นสารอาหารที่จัดอยู่ในพวกไขมัน ร่างกายได้โคเลสเตอรอลจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์
ไข่แดง เครื่องในสัตว์ และสัตว์ที่มีเปลือกและกระดอกง เช่น กุ้ง ปลาหมึก หอย เป็นต้น
พืชทุกชนิดไม่มีโคเลสเตอรอล ร่างกายสร้างโคเลสเตอรอลได้โดยตับและลำไส้จากสารอาหารโปรตีน
ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ปริมาณโคเลสเตอรอลในไข่จากสัตว์ต่างๆ แสดงเปรียบเทียบกับแหล่งอาหารอื่นๆ ใน
(ตารางที่ 2) ไข่ไก่ 1 ฟองมีโคเลสเตอรอลประมาณ 200-220 มิลลิกรัม
ปริมาณโคเลสเตอรอลที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวันไม่ควรเกิน 300 มิลลิกรัม
ตารางที่ 2 ปริมาณไขมันและโคเลสเตอรอลในอาหารต่างๆ
| อาหาร | ไขมัน (กรัม) | โคเลสเตอรอล (มิลลิกรัม) |
| ไข่ไก่, ทั้งฟอง ไข่แดง ไข่ขาว ไข่อ่อน |
8.830.00.337.8 |
4271,25001,457 |
| ไข่นกกระทา | 13.2 | 508 |
| ไข่กุ้งนาง | 13.1 | 286 |
| ไข่ปูม้า | 4.5 | 275 |
| ไข่เต่า | 10.3 | 202 |
| ไข่แมงดา | 10.6 | 369 |
| ไข่ปลาดุก | 5.8 | 499 |
| ไข่ปลาช่อน | 47.0 | 434 |
| ไข่ปลาสลิดแห้ง | 51.2 | 504 |
| ตับสัตว์ (หมู, วัว, ไก่, เป็ด) | 3.5-7.9 | 218-364 |
| กุ้งชนิดต่างๆ | 0.8-1.4 | 146-192 |
| หอยชนิดต่างๆ | 0.8-4.2 | 140-248 |
| ปลาหมึก, หัวและเนื้อ | 1.1-1.7 | 251-405 |
| เนยเหลว | 82.4 | 186 |
| นมสด ยูเอชที รสจืด | 3.8 | 7 |
โคเลสเตอรอลกับสุขภาพ
จากความสับสนของผู้บริโภคเกี่ยวกับข้อมูลการบริโภคไข่ที่มีการรายงานว่า คนไทยทุกคนกินไข่ได้ทุกวัน
โดยที่โคเลสเตอรอลไม่เพิ่มขึ้นนั้น จึงเป็นที่มาของการนำข้อมูลเกี่ยวกับการบริโภคไข่
กับความเสี่ยงต่อปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือด และการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆ
มาเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลรอบด้าน แม้ว่างานวิจัยที่มีในรายงานต่างๆ ที่จะได้นำเสนอต่อไปนี้จะไม่ได้ทำให้คนไทย
แต่เป็นข้อมูลทางระบาดวิทยาและการศึกษาที่ทำการวิจัยในคนที่น่าจะนำมาพิจารณาเป็นแนวทางการปฏิบัติตัว
เกี่ยวกับการบริโภคไข่เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ดังกล่าวแล้ว
- วารสารทางโภชนาการคลินิกของอเมริกา โดย Weggemans RM และคณะ
(Dietary cholesterol from eggs increases the ratio of total cholesterol to high-density lipoprotein
cholesterol in humans: meta-analysis. Am J Clin. Nutr. ๒00๑; ๗๓: ๘๘๕-๙๑)
ได้ทำการวิเคราะห์งานวิจัยที่มีการทำการศึกษาเกี่ยวกับไข่และโคเลสเตอรอล จำนวน 222 การศึกษา
ที่มีทั้งรายงานว่ากินไข่แล้วทำให้โคเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มและไม่เพิ่ม ซึ่งได้รวบรวมงานวิจัยตั้งแต่ปี
พ.ศ.2517-2542 และงานวิจัยใหม่ๆ โดยคัดเลือกงานวิจัยที่ใช้ได้คือ มีการวางแผนงานวิจัยอย่างถูกต้อง
และต้องมีการให้กินไข่อย่างน้อย 14 วัน คัดเลือกตามข้อกำหนดดังกล่าวได้ศึกษานำมาวิเคราะห์ทั้งสิ้น 17 เรื่อง
มีอาสาสมัคร 556 คน สรุปว่า การได้รับโคเลสเตอรอลจากไข่เพิ่มอัตราส่วนโคเลสเตอรอลทั้งหมดต่อเอชดีแอล โคเลสเตอรอล
จึงแนะนำว่า การจำกัดการบริโภคโคเลสเตอรอลโดยการลดการบริโภคไข่และอาหารที่ให้โคเลสเตอรอลสูงอย่างอื่น
จึงยังเป็นข้อแนะนำที่ใช้ได้อยู่
- Nakamura Y และคณะ (Am J Clin Nutr ๒00๔; ๘0: ๕๘-๖๓) ศึกษาความสัมพันธ์ของการบริโภคไข่
กับภาวะโคเลสเตอรอลในเลือดและผลต่อสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรญี่ปุ่น (NIPPONDATA 80)
โดยติดตามเรื่องการบริโภคอาหรในคนญี่ปุ่นชาย 5,186 คน หญิง 4,077 คน อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปเป็นเวลา 14 ปี
สรุปว่าการบริโภคไข่ 1-2 ฟองต่อสัปดาห์มีผลลดความเสี่ยงต่ออัตราการตายอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่บริโภคไข่วันละ 1 ฟอง ผลการศึกษานี้พบความสัมพันธ์ในผู้หญิง
แต่ไม่พบความสัมพันธ์ในผู้ชาย จึงให้คำแนะนำว่า การจำกัดการบริโภคไข่อาจมีผลต่อสุขภาพ
โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่ได้รับโคเลสเตอรอลส่วนใหญ่มาจากไข่
- Schaefer (Am J Clin Nutr. ๒00๒; ๗๕ : ๑๙๑-๒๑๒) ได้ทำการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับไลโพโปรตีน
โภชนาการ และความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โดยแนะนำไว้ว่าข้อแนะนำเรื่องการปฏิบัติในการบริโภคอาหาร
เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เดิมแนะนำให้ลดการบริโภคน้ำมัน น้ำตาล และเกลือ
น่าจะเพิ่มในส่วนของการลดการบริโภคไข่แดงด้วย
- นิตยสารไทม์ ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2003 ได้ตีพิมพ์บทความเสี่ยง The Secrets of Eating Smarter
ซึ่งแนะนำเรื่องการบริโภคไข่ว่า ไข่มีโคเลสเตอรอลมากกว่าเนื้อสัตว์ถึง 2 เท่า
ดังนั้น การบริโภคไข่เพียงสัปดาห์ละ 3-4 ฟอง ก็มากพอแล้ว
จากข้อมูลรายงานทางระบาดวิทยาและงานวิจัยในคนดังกล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นว่า
การจำกัดการบริโภคโคเลสเตอรอลโดยการลดการบริโภคไข่สามารถลดความเสี่ยง
ต่อการเพิ่มปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งนำไปสู่การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มอัตราการเสียชีวิตได้
ข้อแนะนำการบริโภคโคเลสเตอรอลจากอาหาร
ไข่เป็นอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารในกลุ่มนี้จะให้โปรตีน
ซึ่งช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่ไข่ก็มีสารอาหารที่ต้องระวังคือ
โคเลสเตอรอลและมีในปริมาณสูง คือ ในไข่ 1 ฟองมีโคเลสเตอรอลประมาณ 200-300 มิลลิกรัม
ซึ่งเท่ากับ 2 ใน 3 ของปริมาณที่แนะนำว่าไม่ควรบริโภคเกินต่อวันคือ 300 มิลลิกรัม
อาหารในกลุ่มนี้ไม่ใช่เฉพาะไข่ที่มีโคเลสเตอรอลสูง ยังมีอาหารประเภทหนังสัตว์ เครื่องในสัตว์
เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารทะเลประเภทกุ้ง หอย แนะน้ำมันจากสัตว์ต่างๆ ก็ล้วนมีโคเลสเตอรอลสูง
ดังนั้น ในกลุ่มคนที่อายุเกิน 35-40 ปีขึ้นไป จึงควรระมัดระวังการบริโภคไข่และอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนที่อาจมีความเสี่ยงได้ถ้ากินไข่ทุกวัน ซึ่งได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ คนอ้วน ผู้ป่วยเบาหวาน
ความดันเลือดสูง ผู้มีโคเลสเตอรอลสูง และกลุ่มที่มีพันธุกรรมที่ร่างกายไวต่อการดูดซึมโคเลสเตอรอล
บุคคลในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ควรบริโภคไข่สัปดาห์ละ 3-4 ฟอง หรือบริโภคไข่วันเว้นวัน หรือบริโภคเฉพาะไข่ขาว
ทั้งนี้ไข่ที่บริโภคควรเป็นไข่ที่สุก เพราะไข่ที่ไม่สุกจะเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
และไข่ขาวที่ไม่สุกจะขัดขวางการดูดซึมวิตามินไบโอติน ทำให้ได้รับคุณค่าทางโภชนาการจากไข่ลดลง
นอกจากนี้ไข่ที่ไม่สุกร่างกายจะย่อยได้ยาก สำหรับเด็กเล็ก เด็กวัยเรียน วัยรุ่น
และคนวัยทำงานที่ร่างกายปกติสามารถรับกินไข่ได้ทุกวัน วันละ 1 ฟอง
การกินอาหารเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงควรปฏิบัติตามโภชนบัญญัติและธงโภชนาการ
โดยการบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ และมีความหลากหลาย กินอาหารให้มีปริมาณพอเหมาะ
ไม่มากไม่น้อยเกินไป โดยยึดถือทางสายกลาง มีการกินผักและผลไม้ให้มากเป็นประจำ
หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด มันจัด และเค็มจัด และที่สำคัญคือออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ
จะช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลตัวดีคือเอชดีแอล ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการควบคุมโคเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
(update 12 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 27 ฉบับที่ 314 มิถุนายน 2548 ]
|