ในเมื่อรู้ธรรมชาติของผิว ผม และเล็บแล้ว คราวนี้ไปดูกันว่าอยากจะมีทั้งผิว ผม เล็บ
รวมทั้งดวงตาสวยงามดูมีสุขภาพดี จะกินอะไรกันได้บ้าง ขอลองถามกันเล่นๆ หน่อยว่า
พวกเรารู้กันบ้างไหมว่าคนที่ผิวแห้งมากๆ ในช่วงหน้าหนาว ความชื้นในอากาศค่อนข้างต่ำ
ลองกินถั่วประเภทนัทเข้าไปสักหน่อย ผิวของเราจะดีขึ้นได้ เรารู้กันบ้างไหมว่าสุขภาพของผิว ผม เล็บและดวงตานั้น
ขึ้นอยู่กับอาหารที่เราบริโภค
อาหารมีส่วนทำให้ทั้งผิว ผม เล็บ หรือแม้กระทั่งดวงตาของเรา ดูสวยงามขึ้นมาได้ อย่างเส้นผมที่มีลักษณะแห้ง
แตกปลายนั้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการขาดโปรตีน วิตามินและเกลือแร่ ปัญหาที่พบบ่อยๆ คือ
ขาดวิตามินโฟเลต บี 6 บี 12 และวิตามินซี แร่ธาตุตัวที่ขาดมักจะเป็นธาตุเหล็ก
นอกจากนั้นอาจจะเป็นผลมาจากการดื่มน้ำน้อยเกินไปร่วมด้วยก็ได้
สารอาหารที่เอ่ยชื่อขึ้นมาเหล่านั้น ช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดมาเลี้ยงเส้นผมและหนังศีรษะเป็นไปได้ดีขึ้น
ช่วยทำให้การขจัดของเสียบริเวณเส้นผมและหนังศีรษะเกิดได้ง่ายขึ้น การบริโภคสารอาหารพวกนี้น้อยเกินไป
หรือร่างกายขาดโปรตีนมีผลทำให้จำนวนโลหิตแดงลดปริมาณลง สุขภาพของเส้นผมและหนังศีรษะมีปัญหาแน่ๆ
การขาดวิตามินซีเองก็ยังทำให้เส้นผมแตกปลายได้ง่ายขึ้น เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ย่อมรู้ได้ว่า
การกินอาหารเพื่อบำรุงเส้นผมไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไหร่
เซลล์ผิวหนังของคนเรามีการสร้าง ทำลาย และผลัดเซลล์ มากถึงประมาณ 1 พันล้านเซลล์
ทุกๆ วันในวัยหนุ่มวัยสาวเมื่อเซลล์เก่าถูกทำลาย ร่างกายก็แข็งแรงพอที่จะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนได้
แต่ครั้นมีอายุมากขึ้น โครงสร้างและหน้าที่ต่างๆ ของผิวเปลี่ยนแปลงไป การสร้างเซลล์ใหม่ๆ
ทำได้ไม่ดีเหมือนเช่นวัยหนุ่มวัยสาว ซึ่งนอกจากจะสร้างเซลล์ใหม่ได้ไม่ดีแล้ว
เซลล์และโปรตีนบางส่วนยังถูกทำลายให้ร่อยหรอลงไปอีก มีสารอยู่กลุ่มหนึ่งที่ก่ออันตรายทั้งต่อโปรตีนบริเวณผิวหนัง
และเซลล์ผิวหนังค่อนข้างมาก ก็คืออนุมูลอิสระ ซึ่งเคยเขียนถึงในคอลัมน์นี้มาสองสามครั้งแล้ว
ใต้ผิวหนังของคนเรามีโปรตีนคอลลาเจนและอิลาสตินทำหน้าที่พยุงผิวหนังไว้ ช่วยให้ผิวหนังมั่นคงแข็งแรงและยืดหยุ่น
โปรตีนทั้งสองกลุ่มนี้ถูกอนุมูลอิสระทำลายได้ง่ายๆ ทำให้ประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อในการดึงน้ำไว้ลดลง
เมื่อโปรตีนถูกทำลายสลายไป น้ำที่เกาะติดกับโปรตีนก็หายไปด้วย ผิวหนังทรุดตัวลงเกิดความเหี่ยวย่นขึ้น
ความสดชื่นของผิวหนังบริเวณนั้นหายไปด้วย เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอาการของความแก่เริ่มจะมาเยือนแล้ว
มีปัจจัยอยู่หลายอย่างที่ทำให้ผิวหนังสะสมอนุมูลอิสระมากขึ้น อย่างเช่น การรับประทานอาหารไม่ถูกสัดส่วน
ปัญหาที่เจอะเจอได้บ่อยๆ คือ รับประทานอาหารจำพวกไขมันสัตว์มากเกินไป รวมทั้งการขาดสารต่างๆ
ที่ทำหน้าที่ขจัดอนุมูลเหล่านี้ ได้แก่ วิตามินเอ ซี และอี นอกจากนี้ยังขาดสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิด
ดังนั้น หากต้องการที่จะแก่ช้าลง ผิวพรรณไม่เหี่ยวย่นง่ายก็ต้องบริโภคอาหารให้ถูกสัดส่วน
เสริมอาหารที่มีวิตามินประเภทต้านอนุมูลอิสระอย่างเพียงพอ
ความเครียด เองเป็นตัวเร่งเผาผลาญปฏิกิริยาในเซลล์ ทำให้แก่ก่อนวัยได้ง่ายๆ คนที่ทำงานหนัก
ร่างกายมีความเครียดมากๆ หรือคนประเภทขี้กังวล อมทุกข์ ร่างกายย่อมสร้างอนุมูลอิสระมากขึ้น
คนพวกนี้มักจะเกิดอาการแก่ก่อนวัยให้ได้เห็นกันบ่อยๆ ไม่อยากแก่ก่อนวัยก็ต้องหาทางลดความเครียดลงให้ได้
ในผู้หญิงที่มีอายุเกิน 40 ปี ร่างกายจะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นผลมาจากอาการหมดประจำเดือน
หรืออาการก่อนหมดประจำเดือน ปัญหาที่ตามมานอกจากจะทำให้กระดูกเปราะได้ง่ายๆ
แล้วยังมีผลทำให้ผิวหนังเสื่อมเร็วขึ้นได้ด้วยโดยผิวหนังจะบางลง แห้งเพราะขาดน้ำ
ขาดความยืดหยุ่นเพราะสูญเสียโปรตีน
ปัจจัยอีกสองประการที่สร้างปัญหาให้กับผิวหนังได้มากคือ รังสียูวีจากแสงแดด กับมลพิษในอากาศ
ปัญหาที่พบมากที่สุดคือรังสียูวีนี่แหละ เป็นรังสีที่มากับแสงแดด ตามปกติในชั้นบรรยากาศของโลก
จะมีชั้นโอโซนที่ทำหน้าที่กรองแสงยูวีพวกนี้ไม่ให้ส่องลงมายังโลกมากจนเกินไป
แต่เป็นเพราะฝีมือมนุษย์นี่เองที่สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อม ทั้งสร้างมลพิษในอากาศให้เข้ามาทำลายผิวหนังของคนเรา
อีกทั้งสร้างสารบางชนิดอย่างเช่นซีเอฟซีให้ขึ้นไปทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศเบื้องบน
จนกระทั่งเกิดเป็นรูรั่วในอวกาศหลายต่อหลายรู กล่าวกันว่า รูรั่วที่ใหญ่ที่สุดนั้นมีขนาดเท่ารัฐเท็กซัสของสหรัฐอเมริกา
ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทย
แสงยูวีที่โอโซนเคยกรองไว้ได้มากเมื่อขาดโอโซนเสียแล้ว แสงยูวีก็ทะลุทะลวงผ่านเข้ามาถึงผิวโลก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตของโลกทางตอนใต้ ประเทศที่ได้รับรังสียูวีเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ออสเตรเลีย อาร์เจนตินา
แอฟริกาใต้ ส่วนประเทศไทยเองก็ได้รับรังสียูวีมากขึ้นเช่นกัน
รังสียูวีในแสงแดดมีอยู่สองสามกลุ่ม ยูวีเอมีคลื่นยาวหน่อย สามารถทะลุผ่านชั้นไขมันด้านบนของผิวหนัง
ลงไปก่อมะเร็งให้กับเซลล์ผิวหนังด้านล่างได้ ส่วนยูวีบีมีคลื่นสั้นกว่า สร้างความร้อนทำให้ผิวหนังของเราไหม้เกรียมเวลาโดนแดด
ทั้งผิวไหม้และผิวเสี่ยงต่อมะเร็งก็ล้วนสร้างปัญหาให้กับความสวยและสุขภาพได้ทั้งนั้น
อยากจะมีผิวสวยก็ต้องคอยหลบเลี่ยงแสงแดดจัดๆ ไว้สักหน่อย จะใส่เสื้อปิดแขน สวมแว่น ใส่หมวก
รวมทั้งการใช้ครีมกันแดด ก็ขอให้ทำเถิด
การเสื่อมของผิวหนังนั้น เกิดขึ้นได้ในแต่ละชั้นของผิวหนังไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผิวหนังด้านนอกเพียงอย่างเดียว
ซึ่งจะเห็นได้จากชั้นหนังกำพร้าซึ่งอยู่ด้านนอกสุด ผิวจะบางลง ง่ายต่อการติดเชื้อ เกิดอาการแพ้ และถลอกได้ง่าย
อีกทั้งกรองแสงยูวีได้น้อยลง เซลล์ถูกทำลายด้วยรังสีจากแสงแดดได้ง่ายทำให้เซลล์แบ่งตัวผิดปกติ เกิดเนื้องอก
และมะเร็งของผิวหนังได้ง่ายกว่าปกติ
ในส่วนของชั้นหนังแท้ จะบางลงได้มาก โดยผู้หญิงจะมีปัญหามากกว่าผู้ชาย เส้นใยต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีนคอลลาเจนที่เสริมประสานอยู่จะขาดความยืดหยุ่น เกิดรอยเหี่ยวย่น และหย่อนยาน
นอกจากนี้เนื้อเยื่อที่เสริมอยู่ลดลง ทำให้ฉีกขาดและติดเชื้อได้ง่ายๆ
ส่วนประกอบอื่นๆ ในชั้นหนังแท้นี้ มีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย ได้แก่ จำนวนต่อมเหงื่อลดลง
ร่างกายผลิตเหงื่อได้น้อยลง จะเห็นว่าคนแก่ทนอากาศร้อนได้น้อยลง จำนวนต่อมไขมันใต้ผิวหนังก็ลดลง
ผลิตไขมันน้อยลง ผิวหนังจึงแห้ง เกิดอาการคันและเป็นผื่นได้บ่อยๆ ดังนั้น หากอยากจะให้ผิวหนังมีสุขภาพดี
ก็ต้องคอยดูแลชะลอความแก่ไว้ อย่าให้มาเยือนเร็วนัก
(update 4 มีนาคม 2005)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13-14 ฉบับที่ 654-660วันที่ 13 - 30 ม.ค. 2548 ]
|