คุณ อิชั้นหรือบรรดาเมียๆ ทั้งหลายมักจะกังขามาตลอดเวลาว่าที่รักของคุณคิดยังไง
ก็เพราะเขาชอบปิดปากเงียบตลอด ประมาณว่าฝากเครื่องเพชร โฉนด
ใบหุ้นให้เขาอมแก้มตุ่ยจะปลอดภัยกว่าเข้าเซฟที่ธนารด้วยซ้ำ
เว็บไซต์ของ ivillage.com ก็เคยทำโพลในเว็บตัวเองสำรวจเกี่ยวกับเรื่องนี้
คุณผู้หญิงทั้งหลายได้เข้าไปร่วมให้ความเห็นได้ความว่า คุณสามีถึง 42% น่ะล้วนแล้วแต่กลัวดอกพิกุลจะล่วงทั้งนั้น
ยากยิ่งนักที่จะเฉลยไขความรู้สึกของตัวเองออกมา จนแล้วจนรอดผู้หญิงเราก็ได้แต่เดาสุ่มเอาเอง
ถูกบ้างผิดบ้าง น้อยใจนิดๆ งอนหน่อยๆ ไปตามประสาจะทำยังไงได้ล่ะ แต่ที่เราไม่รู้ก็คือจริงๆ
แล้วผู้ชายเขาน่ะอยากจะพูดอยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องในเวลาและโอกาสที่เหมาะสม
พอพูดแล้วเราอาจตกใจก็ได้ว่าเขาสามารถเผยความในใจได้นานเป็นชั่วโมง แสดงว่ายังมีความหวัง
ถ้าเราต้องการจะเขย่าต้นพิกุลให้ดอกร่วงพรูกรูเกรียว
ถ้าเขาเป็นคนพูดน้อยสงวนถ้อยคำก็ควรทำใจกับเขาบ้างน่ะ เพราะนั่นเป็นความปกติของผู้ชายขนานแท้
กลยุทธ์ที่เราทั้งหลายควรนำมาใช้เป็นอันดับต้นก็คือ ทำให้เขาหายกลัวเสียเถอะค่ะ
ก็คุณผู้หญิงส่วนใหญ่น่ะเป็นนักวิจารณ์จอมสับเละ เขาเปิดปากขึ้นมาเมื่อไหร่แล้วคุณตำหนิติเตียนเขา
นำเรื่องนี้มาขยายต่อหรืออาจรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างยิ่ง แล้วโดยเฉพาะกับคนใกล้ชิดมากๆ
เขายิ่งต้องการเรายอมรับนับถือ ปฏิกิริยาของเราเองนี่แหละจะทำให้เขาอยากคุยแบบเปิดใจกับคุณอีกหรือปิดปากเงียบไปเลย
เวลาใครซักคนอยากระบายความในใจ เราก็ควรจะเต็มใจรับฟัง แต่ถ้าฟังยังไม่ทันจบดีแล้วบอกว่า
เขาทำไม่ถูกหรือไม่เห็นด้วยกับเขา แย่กว่านั้นอาจพูดจาเชิงดูถูกเขาทำนองว่าคิดแบบนี้ได้ยังไง
เพราะเราชอบสร้างภาพเขาไว้ในใจว่าน่าจะดีกว่านี้ เขาจึงไม่กล้าเปิดเผยสิ่งที่ด้อยกว่ามาตรฐานในใจคุณ
ถ้าคุณมองเขาอย่างที่เขาเป็นไม่ใช่อย่างที่ควรจะเป็นบ้าง เขาจะเลิกเกร็งและพร้อมจะเปิดปากอย่างสบายอกสบายใจ
ไม่จำเป็นต้องนั่งฟังเฉยๆ ด้วยความสงบเสงี่ยมเจียมตนหรอกค่ะ มีข้อเสนอแนะได้บ้าง
เมื่อฟังเขาแล้วจะแค่เออๆ ค่ะๆ ก็จะกลายเป็นว่าเราทำตัวเป็นแค่ผู้ชมอยู่ภายนอก
ให้เขาพูดแล้วต้องรู้สึกต่างจากการพูดคนเดียวด้วย จะออกความเห็นก็คงจะขวานผ่าซากนิยมความจริงล้วนๆ ไม่ได้เสียด้วย
ต้องมธุรสวาจา ตั้งอยู่ในโซนบวกเสมอ ให้กำลังใจเขาไปเถอะ สบช่องชมได้ ก็ชมเชยบ้าง
ซึ่งก็ต้องเลือกเรื่องที่ชมได้จริงๆ อีกนั่นแหละ เรื่องเหลือทนแต่ก็พยายามพลิกกลับให้เป็นเรื่องน่าชม
จะดูเสแสร้งมากกว่าจริงใจนะคะ คุณก็รู้เขาเองก็ต้องรู้
เวลาเขายอมคุยด้วยแล้วเขาควรจะรู้สึกว่าเราอยู่ข้างเดียวกับเขา สมมติว่าเขามีปัญหากับเพื่อนที่ทำงาน
เราก็ต้องสมมติตัวเองว่าถ้าเราเป็นเขาแล้วจะรู้สึกยังไง อย่าเข้าข้างเพื่อนเขาและอย่าสวมบทสุดยอดนักบริหารจัดการ
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสั่งสอนอบรมเขาเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ จังหวะเหมาะนี้ต่าง
หากที่คุณจะเป็นทั้งเมียและเพื่อนที่ดีของเขา แม้จะทำงานกันคนละแบบแต่พอคุยกันแล้วก็อาจพบว่า
ต่างคนก็ต้องเจอปัญหาในการทำงานเหมือนกัน เรื่องเพื่อน หัวหน้า ลูกน้อง ลูกค้า ฯลฯ
ถ้าคุยกันแล้วทั้งสองคนอาจเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กันก็ได้ทั้งเขาและเราก็จะช่วยสร้างกำลังใจให้กัน
เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่ายังไงซะก็มีคนเข้าใจและพร้อมรับฟังรออยู่ที่บ้าน
อีกเหตุผลที่ทำให้ผู้ชายเข็ดขยาดกับการเปิดเผยความนัยก็คือ ถ้าพูดแล้วเดี๋ยวโดนคิดบัญชีรวบยอด
โดยเฉพาะเวลาทะเลาะกันเขามักจะเป็นฝ่ายเงียบเนื่องจากผู้หญิงเราสามารถยกเรื่องเก่าเมื่อหลายปีก่อน
กับเรื่องเมื่อเดือนที่แล้วมาบวกกับเรื่องใหม่ที่เขาเพิ่งเล่าให้ฟังสดๆ ร้อนๆ เรื่องพวกนี้ก็มักจะหนีไม่พ้นที่เขาทำผิดไป
หรือทำให้เราเสียใจ เขาก็เลยเลี่ยงการเจ็บตัว พยายามลบหน่วยความจำเรื่องร้ายๆ
ไปเพื่อจะได้เหลือเนื้อที่ในสมองไว้สำหรับเก็บเรื่องดีๆ เยอะๆ หน่อย การทะเลาะกันหลายๆ
ครั้งที่ผ่านมาถ้าจะหาคนผิดก็ต้องบอกว่าทั้งคู่ เราน่ะมีส่วนด้วยอย่างแน่นอน
อย่าคิดว่าจะลอยตัวเหนือปัญหาไปได้นะคะ เพราะฉะนั้นแทนที่จะหาตัวจำเลย จะมีประโยชน์กว่ามาก
ถ้าต่างคนต่างก็ก้มหน้าก้มตาแก้ไขส่วนของตัวเองไป บางคนไม่ใช่อย่างนั้น
ชอบทำเหมือนตัวเองเป็นผู้ถูกทำร้ายจิตใจอยู่ตลอดเวลา โทษว่าเป็นความผิดของเขาให้เขารู้สึกผิดอยู่เรื่อยๆ
แล้วรู้สึกว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วจะมีอำนาจควบคุมเขา ความจริงก็อาจจะยึดเหนี่ยวเขาไว้ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง
ระยะยาวแล้วไม่ได้ผล ใครจะต้องการตกอยู่ในฐานะผู้รู้สึกผิดอยู่ทุกๆ วัน เขาก็อยากรู้สึกดีๆ กับตัวเองบ้าง
อาจไม่ใช่ดีด้วยการยอมตามคุณแต่กลายเป็นว่าต้องการปลดแอกซะมากกว่า
เคยคิดบ้างไหมคะว่า ความจริงก็เป็นอีกสิ่งที่เขาไม่อยากพูด ทั้งที่จริงความสัมพันธ์ที่ดีต้องมีความซื่อตรงต่อกัน
อ๋อ เขาไม่ได้อยากโกหกหรือปิดบังเราหรอกนะคะ ผู้ชายหลายคนรู้สึกว่าเราต้องการให้เขาพูดโกหกมากกว่า
เพราะเรารับความจริงไม่ได้ เขาจึงต้องหมกเม็ดไว้ถ้าบอกความจริงออกไปว่าเรื่องราวเป็นยังไงกันล่ะก็
อาจจะทำให้คุณเสียใจจนน้ำตาท่วมบ้านหรือไม่เราก็จะวี้ดบึ้มระเบิดลงมีผู้บาดเจ็บแน่นอน 1 ราย
อ้อ! แล้วยังมีคำถามเล็กๆ น้อยๆ ประจำวันที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบถาม อย่างเช่น คุณว่าผู้หญิงคนนั้นสวยมั้ย
ทั้งๆ ที่เห็นอยู่ทนโท่แล้ว ว่ายังกับสาวงามเข้ารอบ 5 คนสุดท้ายมิสยูนิเวิร์ส ถ้าเขาตอบว่าสวยก็แสดงว่า
เขากำลังชื่นชมผู้หญิงอื่นต่อหน้าคุณ ถ้าตอบว่าไม่สวยคุณก็โกรธอีกที่เขาโกหก โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง
เพราะฉะนั้นเลิกตั้งคำถามที่ตอบแล้วผิดทุกข้อ เพราะเขาจะยิ่งปิดปากสนิทเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
ถ้าอยากจะให้เขาพูดความจริงมากขึ้น เราลองถามตัวเองก่อนดีกว่าว่าตัวเราสามารถรับความจริงได้มากน้อยแค่ไหน
ต้องการรู้ความจริงมากขนาดนั้นหรือเปล่า เพราะบางเรื่องไม่ต้องรู้ซะบ้างก็สบายใจดี
ถ้าต้องการให้เขาเป็นตัวของเขาเองจริงๆ ถึงแม้ภาพที่คุณมองเขากับความจริงบางทีไม่ค่อยตรงกันนัก
ก็ต้องหัดยอมรับความจริงให้มากขึ้น เพราะยิ่งยอมรับได้ง่ายเท่าไหร่ เราก็จะเข้มแข็งขึ้น
มีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิม เขาก็จะอยากพูดความในใจให้คนที่เป็นผู้ใหญ่ฟัง
เพราะจะมีความหนักแน่นมั่นคงกว่า ไม่หวั่นไหวง่าย พอจะยกให้เป็นที่พึ่งพิงทางใจได้
เขาไม่ชอบที่เราใส่อารมณ์เพราะเขาไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไร ถ้ามีเรื่องอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องน่ะค่ะ
เราต้องเป็นคู่ชีวิตที่เข้มแข็งเพราะจะช่วยให้เขาเอาตัวรอดได้จากมรสุมชีวิตหรือการงาน
โปรดสังเกต คำแนะนำต่างๆ ข้างบนไม่มีตรงไหนบอกเอาไว้ว่า
คุณต้องเซ้าซี้หรือซักไซ้ไล่เลียงเขาให้เอ่ยเอื้อนวาจาออกมาจนได้
เพราะฉะนั้นอย่าเปลืองแรงไปในทางที่สูญเปล่านะคะ
(update 15 สิงหาคม 2005)
[ ที่มา..
kids & family ปีที่ 10 ฉบับที่ 112 กรกฎาคม 2548 ]
|