สำคัญที่ใจ


ผู้หลักผู้ใหญ่มักจะสอนและเตือนใจเราให้ได้คิดเสมอๆ อยู่ข้อหนึ่งว่า ทุกสิ่งทุกอย่างสำคัญที่ใจ อะไรๆ ก็ตามจะมีใจเป็นนาย มีกายเป็นบ่าว ดังนั้นจะสุขจะทุกข์อย่างไรจึงอยู่ที่ใจว่าเรารับรู้อย่างไร... ประเด็นนี้เป็นที่มาของบทความนี้ ที่ให้ชื่อว่า “สำคัญที่ใจ”

มีคนมาพูดคุยกับผมว่า ถ้าเขาคิดอยากจะไป “second honeymoon” หรือดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ เขาควรจะไปหาที่ไหนดี จึงจะหวานซึ้งซาบซ่าเท่าๆ กัน หรือให้รู้สึกมากกว่าดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ครั้งแรก

คนที่ถามคงเห็นว่าผมแก่แล้ว น่าจะมีประสบการณ์ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์มาหลายครั้ง น่าจะบอกเขาได้ว่า ควรจะไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ไหนดี

ผมตอบเขาว่า จะไปที่ไหนก็ได้สำคัญที่ใจของคุณทั้งคู่
เพราะถ้ามีใจที่ดีต่อกัน รักกัน ปรารถนาดีต่อกัน ตั้งใจที่จะเป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากต่อกันตลอดไปดัง “คำมั่นสัญญา” ที่เคยบอกกันไว้ตั้งแต่การบอกรักครั้งแรกแล้วละก็ จะอยู่ที่บ้านหรือจะไปที่รีสอร์ตไหนๆ มันก็เหมือนกัน ยกเว้นว่าจะเป็นการไปเปลี่ยนสถานที่เพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจก็ควรหาสถานที่ๆ มีความสงบ สบาย ไปแล้วมีความสุข ถ้าอย่างนี้เราก็ต้องพิถีพิถันเลือกสถานที่กันหน่อยก็จะดี

ในทางจิตวิทยามีการศึกษาเกี่ยวกับคู่รักที่ปักใจมาอยู่ร่วมกันนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ตามความรู้สึกในเนื้อแท้แห่งจิตใจครับ


  • เสน่หา...รักเร่าร้อน

กลุ่มที่หนึ่งคือ กลุ่มที่คบหากันและมาอยู่ร่วมกันในลักษณะของความรักแบบเร่าร้อน เป็นเรื่องเสน่หา เป็นความหลงใหล อาจจะเป็นความหลงใหลในความรักแบบการตกหลุมรัก หรืออาจเป็นความถวิลหาเชิงกามารมณ์ หรืออาจจะเป็นทั้งตกหลุมรักร่วมกับกามารมณ์ก็ได้ กลุ่มนี้ในตำราจิตวิทยาเขาเรียกว่าเป็นกลุ่ม passionate relationship

สัมพันธภาพแบบเร่าร้อนเสน่หานี้ถ้ามองจากภายนอกหรือพิจารณาแบบเผินๆ จะดูว่าเข้มข้น จริงจัง ดูเหมือนว่าเป็นรักที่ดูดดื่มแท้จริง

จริงๆ แล้วก็หนีธรรมชาติของความเป็นจริงไปไม่ได้ ว่าทุกอย่างจะมีการเปลี่ยนแปลงเสื่อมสลายไปหมดได้ ดังนั้นทุกคู่ที่เริ่มด้วยความเสน่หาเร่าร้อนเชิงกามารมณ์แต่อย่างเดียวโดยไม่มีองค์ประกอบอื่นที่จะยึดเหนี่ยวสร้างสรรค์ ให้อยู่กันต่อไปได้แล้ว ความเร่าร้อนถวิลหาเชิงกามารมณ์ย่อมหมดไป หมดไปพร้อมกับสัมพันธภาพ หมดไปพร้อมกับความรู้สึกที่เคยผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง หมดไปพร้อมกับความรู้สึกที่จะอยู่ด้วยกัน และในที่สุดก็ต้องแยกจากกัน


  • เพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจ

กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ในตำราฝรั่งเขียนไว้ คือกลุ่มทีเรียกว่า companionship เป็นกลุ่มที่สนิทกันอย่างมิตรภาพ มีความเป็นเพื่อนสนิทและตั้งใจที่จะมีมิตรภาพอันยาวนาน มีความเข้าใจกันแบบช่วยเหลือกันพึ่งพาซึ่งกันและกัน เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นมิตรคู่ใจ จนบางครั้งในเมืองนอกมีการทดลองมาอยู่ด้วยกันใช้ชีวิตด้วยกันแบบที่เรียกว่า companionate ซึ่งเป็นการทดลองอยู่ด้วยกันก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน

สัมพันธภาพแบบนี้เป็นสัมพันธภาพที่มองชีวิตอยู่ในความเป็นจริง ไม่ได้ถือเรื่องของความเร่าร้อน เสน่หาและความถวิลหาเป็นเรื่องสำคัญ

คู่รักที่มาอยู่ด้วยกันแบบ companionship ก็น่าจะเป็นคู่ของสัมพันธภาพที่จะมีความยั่งยืนนานได้


  • 4 เคล็ดลับ...ถนอมรักยืนนาน

คำถามมีอยู่ว่า คู่รักคู่ชีวิตของท่านผูกพันกันแบบไหน
ถ้าผูกพันกันแบบเสน่หาเพียงอย่างเดียวก็มีสิทธิ์จะจืดจางลงได้ไม่ช้าก็เร็ว แต่ถ้าผูกพันกันแบบเพื่อนสนิทด้วยมิตรภาพอันดีก็เป็นสถานการณ์ที่ยั่งยืนกว่า

อย่างไรก็ตามคู่สมรสส่วนใหญ่มักจะเริ่มมีความผูกพันเบื้องต้นแบบเสน่หา และต่อมาจะพัฒนาเป็นแบบที่มีความรู้สึกเป็นมิตรภาพ เป็นเพื่อนสนิท และมั่นใจที่จะอยู่กันให้นานแสนนาน

คู่รักที่ดำเนินมาตามทิศทางนี้จะพบว่าเป็นคู่ที่มีความสุข และราบรื่น
แต่ด้วยความเป็นปุถุชนที่เรายังมีกิเลสและความต้องการเชิงกามารมณ์อยู่ ดังนั้นถ้าชีวิตคู่เป็นชีวิตที่ดำเนินไปอย่างมีความเป็นมิตรภาพ แต่เสริมด้วยเสน่หาอาลัยด้านกามารมณ์ให้เป็นที่พึงพอใจต่อกันอย่างคงเส้นคงวา ชีวิตคู่ก็จะแนบแน่น ผูกพัน ซื่อตรง และห่วงพะวงถึงกันเสมอ

มีปราชญ์ทางจิตวิทยาท่านให้ข้อคิดไว้ว่า “ความรักและกามารมณ์แม้จะมีความสำคัญต่อชีวิตคู่เป็นอย่างมากก็ตาม ก็ไม่ได้เป็นสิ่งค้ำประกันว่าจะทำให้ชีวิตคู่สามารถยั่งยืนได้ตลอดไป”

นั่นหมายความว่า นอกจากความรักและกามารมณ์แล้ว ชีวิตคู่จะเป็นต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ อีก ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญคือ ความคิดและปัญญาที่ใช้ในการครองชีวิตคู่

คู่ชีวิตที่จะมีความปรองดองกันอย่างราบรื่นนั้น มีองค์ประกอบที่สำคัญกลุ่มหนึ่งซึ่งประกอบด้วย 4 ข้อหลักคือ
1. การรู้จักให้อภัยและมีความอดทนต่อเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยเหตุผลและปัญญา
2. การใช้วาจาที่อ่อนโยนสุภาพและไม่ทำให้ผู้ฟังต้องทุกข์ใจ
3. การมีพฤติกรรมและการแสดงออกที่สุภาพรวมทั้งมีความตั้งใจและพร้อมใจที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
4. ข้อสุดท้ายคือความคงเส้นคงวาในอารมณ์และการยึดมั่นสัญญาอย่างไม่เสื่อมคลาย
องค์ประกอบ 4 ข้อหลักนี้จะเป็นโซ่ทองคล้องใจยึดเหนี่ยวให้ชีวิตคู่มีความยั่งยืนถาวร

ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน ถ้าท่านมีความรักและเสน่หากับคู่รักของท่านพร้อมองค์ประกอบอื่นๆ ดังที่ผมเขียนมาแล้ว ท่านก็สามารถทำให้ทุกเวลาที่อยู่ด้วยกันมีความสุข และจะอยู่ที่ไหนก็เป็นเวลาแห่ง honeymoon ได้ โดยไม่จำเป็นต้องแสวงหา honeymoon ครั้งที่สองหรือสามหรืออีกต่อๆ ไป


(update 21 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 111 มกราคม 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600