การที่คนๆ หนึ่งจะมีชีวิตอยู่อย่างมีความหมายเปี่ยมด้วยคุณค่า ย่อมต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน
เพราะถ้ากำหนดไม่ชัดเจน เป้าหมายก็จะเอนเอียงจนไม่สามารถดำเนินชีวิตให้บรรลุสู่เป้าหมายได้
เมื่อใดก็ตามที่ชีวิตไม่มีเป้าหมาย มันก็จะล่องลอยไปตามยถากรรม อาจชักนำไปสู่ความสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ได้
ไม่ต่างอะไรกับชีวิตคู่ที่คนสองคนมาอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนกัน ย่อมต้องฝันถึงเป้าหมายเช่นกัน
อาจกล่าวได้ว่า ความฝัน คือ บันไดขั้นแรกที่จะแหวกว่ายไปถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้
ในชีวิตคู่ของใครก็ตามสิ่งที่จะสร้างความสำเร็จ อันดับแรก เพื่อนำไปสู่ เป้าหมาย ที่วางไว้คือ การมีคนรัก
ชีวิตคู่จะเป็นคู่อยู่ด้วยกันไม่ได้ถ้าไม่มีคนรัก
คนรักจะเป็นปัจจัยหลักของเป้าหมายแรกที่ต้องแทรกเข้ามาแสดงตัวก่อนเป้าหมายอื่น
เป็นคนรักที่พร้อมจะปักหลักร่วมหัวจมท้ายอยู่ด้วยกัน จนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง
ถึงแม้บนหนทางกว่าจะถึงวันนั้นจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนามขนาดไหนก็ไม่ท้อถอย
คอยเป็นกำลังใจให้กันและกันตลอดเวลา
เป็นคนรักที่พร้อมจะรักด้วยใจ โดยไม่มีสิ่งใดมาแอบแฝงเจือปน
เป็นคนรักที่พร้อมจะอดทนแม้สิ่งที่ต้องทนนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นในชีวิตของเธอมาก่อนก็ตาม
แต่เมื่อเป็นความปรารถนาของคนสองคน ที่พร้อมจะน้อมรับเป็นคนรักของกันและกัน
ความใฝ่ฝันที่จะมีคนรักดีๆ สักคนจึงเป็นเป้าหมายที่ทุกคนปรารถนาแน่นอน
เป้าหมายที่สอง ก็ต้องเป็นเรื่อง การมีชีวิตที่สบายตามอัตภาพ
ถ้าคนสองคนมาอยู่ด้วยกันแล้วไม่รู้สึกว่ามีชีวิตที่สบายตามอัตภาพ
ก็ไม่ทราบว่าจะมีชีวิตคู่อยู่ด้วยกันทำไม
ความสบายในชีวิตที่พูดถึงนี้ ไม่ใช่ความสบายบนความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินฐานะ แต่เป็นความสบายที่ชีวิตธรรมดาๆ
จะสรรหามาช่วยเสริมเติมต่อให้สบายมากขึ้นตามอัตภาพ
อะไรที่พอจะทำให้มีชีวิตที่สบายได้ก็ควรจะทำ เพื่อตอกย้ำว่าชีวิตคู่ที่อยู่สองคนสบายกว่าอยู่คนเดียว
เป้าหมายที่สามคือ ความมั่งมีเงินทอง
ถึงแม้เงินทองจะเป็นของนอกกาย และไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ชีวิตคู่อยู่อย่างมีความสุขเพียงอย่างเดียว
แต่เงินทองก็เป็นของจำเป็นที่ทำให้เราเห็นได้ชัดว่า เงินช่วยทำให้ชีวิตคู่อยู่แบบไม่ติดขัดจนเกินไป
สิ่งที่ควรระวังไว้ให้ดี อย่ามีแต่เงินทองอยู่ในหัวสมองของเราจนกลายเป็นหลงมัวเมาถึงขั้นโงหัวไม่ขึ้น
ชีวิตคู่อาจจะดูไม่จืดได้เหมือนกัน
เป้าหมายที่สี่อยู่ที่ ความสุขสำราญเบิกบานใจ
ในความเป็นจริงของชีวิตคู่ มีหลายคู่ที่อยู่กันแบบเคร่งเครียด อย่าว่าแต่พูดคุยกันเลย
พออยู่กันไปนาน ๆ แม้แต่ยิ้มยังไม่ค่อยยิ้มให้กัน ชีวิตก็ไม่สุขสันต์หรรษาแน่นอน
ลองนึกย้อนดูการใช้ชีวิตคู่ของเราว่าเครียดเกินไปไหม
ถ้าเครียดเกินไปก็ตั้งต้นใหม่ บอกกับตัวเองว่านับแต่นี้ต่อไปจะใช้ชีวิตคู่แบบสุขสำราญเบิกบานใจ
เพียงบอกตัวเองได้แบบนี้ชีวิตคู่ก็จะอยู่แบบสุขสำราญเกินครึ่งไปแล้ว
เป้าหมายที่ห้า ต้องกากบาทดอกจันไว้เลยว่าสำคัญมากคือ ใจสุขสงบ
จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะใช้ชีวิตเดี่ยว ๆ หรือชีวิตคู่ก็ต้องทำให้ใจสุขสงบอยู่ตลอดเวลา
ถึงจะนำพาให้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขที่แท้จริง
ยิ่งมาใช้ชีวิตคู่ก็ต้องยิ่งหมั่นดูแลใจให้สุขสงบสม่ำเสมอ อย่าเผลอปล่อยใจให้ว้าวุ่นเป็นอันขาด
เพราะใจที่ว้าวุ่นจะทำให้ชีวิตขุ่นมัวขาดความสุข
ทุกข์ทั้งหลายที่กล้ำกรายเข้ามาในชีวิตคู่อยู่บ่อย ๆ ถ้าคอยสังเกตดูให้ดีจะเห็นว่ามีสาเหตุจากใจไม่สุขสงบทั้งสิ้น
ใครที่คิดจะดิ้นรนมาก ๆ ก็ขอฝากเป้าหมายนี้ไว้เตือนใจในคราวจำเป็นก็แล้วกัน
เป้าหมายสุดท้ายคือ ความสุขในชีวิตครอบครัว
คนเรามาใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ย่อมควรฝันถึงเป้าหมายว่าจะขวนขวายให้เกิดความสุขในชีวิตครอบครัวให้ได้
แต่บางคนก็ทำได้ถึงเป้าหมาย บางคนก็ทำไม่ได้
ทำได้ไม่ได้มากน้อยแค่ไหนไม่สำคัญ ก็ให้เริ่มต้นลงมือทำตามเป้าหมายที่วางไว้เท่านั้นเป็นพอ
เพียงขอให้มีเป้าหมายเท่านั้น ความสุขก็เกิดขึ้นฉับพลันทันทีโดยที่ไม่รู้ตัวแล้ว
ลองตั้งเป้าหมายนี้ดูแล้วจะรู้ว่ารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
สรรพสิ่งทั้งหลายที่ระบุว่าเป็นเป้าหมายชีวิตคู่ ไม่ใช่อยู่ที่แค่ตั้งเป้าหมายเท่านั้น
แต่ต้องลงมือทำกันอย่างจริงจังด้วย ถึงจะช่วยให้บรรลุเป้าหมาย
เอาใจช่วยอย่างแรงกล้าให้เดินหน้าถึงเป้าหมายทุกคู่ก็แล้วกัน!
(update 14 มกราคม 2005)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 6023 วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ]
|