ในเด็กเล็กๆ มักพบว่า มีปัญหาเรื่องสุขภาพของหูได้บ่อยไม่แพ้อวัยวะอื่นๆ เพราะหูเป็นอวัยวะที่อ่อนบาง
มีซอกมีมุมที่คุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถตรวจดูได้สะดวกเหมือนอวัยวะอื่น คุณพ่อคุณแม่ก็เลยมักกังวลด้วยกลัวจะป้องกันแก้ไขไม่ทัน
แต่คำแนะนำจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญต่อไปนี้คงจะเป็นแนวทางที่ช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลสุขภาพหูของลูกให้ดีได้ค่ะ
1. ลูกสาวอายุ 3 เดือน ให้คุณตาคุณยายเลี้ยง
เพราะดิฉันต้องทำงานนอกบ้าน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะน้ำเข้าหูตอนที่คุณยายอาบน้ำให้หรือเปล่า
ทำให้มีกลิ่นเหม็นในช่องหู มีอาการมา 2 อาทิตย์แล้ว ตอนแรกคิดว่าเป็นกลิ่นเหงื่อบนศีรษะ
หรือทำความสะอาดใบหูตามซอกไม่หมด แต่พอสระผมและทำความสะอาดใบหูอีกครั้ง
กลิ่นก็ยังไม่หาย ไม่ทราบเป็นเพราะอะไรคะ จะมีวิธีรักษาและทำความสะอาดหูอย่างไรบ้าง
ประภาภรณ์ / กรุงเทพฯ
การที่มีน้ำเข้าหู อาจทำให้เกิดการติดเชื้อราในช่องหู เกิดการหมักหมมของขี้หูแล้วเกิดการติดเชื้อ
ภาวะที่เกิดจากการติดเชื้อในหูชั้นกลางทำให้เกิดหูน้ำหนวก ใช้สำลี
กระดาษทิชชูที่อ่อนนุ่มทำความสะอาดเฉพาะของช่องหูส่วนนอก ไม่ควรแยงลึกเข้าไปภายในช่องหู
ข้อที่ต้องห้ามคือการใช้ของแหลมหรือสำลีพันไม้ปั่นหู อาจทำให้เกิดการติดเชื้อของหูชั้นนอกได้
กรณีที่ยังไม่หาย แพทย์อาจใช้น้ำยาหยอดละลายขี้หูหรือน้ำยาลดการเกิดเชื้อรา
บางครั้งอาจใช้เครื่องดูดขี้หูหรือเชื้อราออกให้
2. ลูกสาวมีน้ำออกจากหู พอดีไปต่างประเทศมาค่ะ
อากาศหนาวมาก ลูกสาวเป็นหวัดตลอดเลย มาช่วงอาทิตย์สุดท้าย ลูกสาวงอแงมาก แล้วก็เป็นไข้ด้วยค่ะ
ร้องไห้แบบเจ็บปวดทรมาน พอกลับถึงเมืองไทยได้สองวัน ลูกก็มีน้ำสีเหลืองไหลออกจากหู อารมณ์ดีขึ้น
แต่ยังงอแงอยู่บ้าง ไม่ทราบว่าลูกเป็นอะไรคะ และจะมีวิธีรักษาได้อย่างไร
แม่น้องมินท์ / ลำปาง
การติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบน ทั้งการติดเชื้อช่องจมูกและไซนัส ต่อมอดีนอยด์ ต่อมทอลซิน
พบบ่อยมากในเด็ก โดยเฉพาะในภาวะที่อากาศแปรปรวน ประกอบกับเกิดการเปลี่ยนแปลงของความดันอากาศบนเครื่องบิน
ทำให้ท่อปรับความดันของหูชั้นกลางปิด เชื้อสามารถกระจายไปหูชั้นกลางได้มากขึ้น เกิดอาการปวดหูอย่างรวดเร็วและรุนแรง
เยื่อแก้วหูเกิดการทะลุและมีหนองไหลออก การรักษาจะทำโดยให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานและหยอดหู
ยาลดน้ำมูกหรือยาลดการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบน
3. กรณีที่น้ำเข้าหูลูกตอนอาบน้ำ
แล้วพี่เลี้ยงเป่าหูแรงๆ เป็นอันตรายหรือเปล่าคะ เตือนเขาแล้วว่าอย่าเป่า แต่เขาก็บอกว่า
ใครก็ทำกันอย่างนี้ทั้งนั้น อยากได้คำแนะนำที่ถูกต้องจากคุณหมอค่ะ
แม่กันดั้ม / กรุงเทพฯ
ผู้ปกครองไม่สมควรเป่าหูให้เด็กนะครับ เพราะจะทำให้น้ำหรือขี้หูเข้าไปลึกในช่องหู
อาจเกิดการเวียนศีรษะหรือคลื่นไส้อาเจียน ข้อแนะนำในการทำความสะอาดก็คือ ใช้สำลี
กระดาษทิชชูที่อ่อนนุ่มทำความสะอาดเฉพาะของช่องหูส่วนนอก ไม่ควรแยงลึกเข้าไปภายในช่องหู
ข้อที่ต้องห้ามคือ การใช้ของแหลมหรือสำลีพันไม้ปั่นหู อาจทำให้เกิดการติดเชื้อของหูชั้นนอก
และอาจเกิดอุบัติเหตุแก้วหูทะลุได้
4. หูลูกสาวมีกลิ่นข้างขวาข้างเดียว
เมื่ออายุได้ประมาณ 3 เดือน มีหนองไหลออกมาและมีกลิ่นเหม็นมาก แต่ตอนนี้ได้ไปหาหมอ
หมอให้ยามาหยอดก็ดีขึ้น แต่ตอนสี่เดือนได้กลับเมืองไทย หูเขาก็มีกลิ่นขึ้นมาอีก เลยไปหาหมอ
หมอดูดเอาขี้หูออก บอกว่าขี้หูแฉะเพราะลูกสาวเป็นหูชั้นกลางอักเสบ และให้ยามาหยอดก็ดีขึ้น
เราเป็นครอบครัวที่ต้องเดินทางบ่อย เดือนหนึ่งจะนั่งเครื่องบิน 3-4 ครั้ง
เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกสาวหูอักเสบหรือเปล่าคะ และหูอักเสบมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง
นอกจากนี้ที่หลังหูของลูกสาวจะแฉะตลอด พยายามเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังอาบน้ำก็ไม่ดีขึ้น
บางครั้งก็มีกลิ่นด้วยค่ะ ส่วนในใบหูจะแห้งมาก ลอกเป็นแผ่นๆ เลยค่ะ อยากทราบว่าจะมีวิธีไหนรักษาคะ
แม่น้องชานา / กรุงเทพฯ
คำตอบเหมือนข้อที่ 1 และ 2 ครับ ที่เพิ่มเติมคือกรณีที่มีเหงื่อออกมากหลับใบหูเป็นเรื่องที่พบได้เป็นปกติ
ให้สระผมทุกวัน ทำความสะอาดหลังใบหูบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากเด็กกลับจากวิ่งเล่นหรืออยู่ในสภาวะที่อากาศร้อนมาก
เพื่อป้องกันการระคายเคืองและการติดเชื้อ เช่น เชื้อรา
กรณีใบหูเด็กแห้งมาก ควรเลือกใช้สบู่ชนิดอ่อนสำหรับเด็กหรือเลือกใช้น้ำยาสระผมที่มีส่วนผสมไม่แรงมาก
เนื่องจากสบู่หรือน้ำยาสระผมจะทำให้ไขมันบริเวณใบหูลดลง ไม่จำเป็นต้องถูใบหูแรงเกินไป
เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือการอักเสบติดเชื้อของใบหู ให้เด็กรับประทานอาหารที่เป็นผักและผลไม้มากขึ้น
อาจใช้ครีมทาผิวเด็กอ่อนทาใบหูร่วมด้วย และหลีกเลี่ยงอากาศที่แห้งหรือร้อนจนเกินไปครับ
5. เด็กควรจะแคะขี้หูไหมคะ
ลูกสาวมีขี้หูแคะยากมาก ส่องดูปรากฏว่าขี้หูปิดเต็มรูหูเลยค่ะ จะทำให้เด็กได้ยินไม่ชัดหรือเปล่าคะ
มีวิธีไหนที่จะแคะหูลูกได้อย่างปลอดภัยค่ะ มีร้านขายยาบอกว่าให้เอาน้ำมันมะกอกหยอดแล้วขี้หูจะนิ่ม
ควรทำดีหรือไม่คะ
คุณแม่น้องนา / ชลบุรี
ตอบเหมือนข้อ 1 ครับ และในกรณีขี้หูอุดตันเต็มช่องหูจะทำให้การได้ยินลดลง ถ้าแน่ใจว่าเป็นขี้หู
ใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำยากลีเซอรีนบอร์เรกซ์หยอดหูข้างละ 1-2 หยด ก่อนนอนทุกวัน
ควรหยอดหูข้างละวันสลับกัน โดยดึงใบหูเด็กให้ตึงพอประมาณ หยอดยาให้เข้าในช่องหู
และให้นิ้วมือกดบริเวณหน้าใบหูเบาๆ ให้ตึง เพื่อให้ดันน้ำยาให้สัมผัสกับขี้หูดีขึ้น
และให้เด็กนอนอยู่ในท่าตะแคง เพื่อให้น้ำยาละลายขี้หูได้นานมากขึ้น เมื่อหยอดยาไปสักระยะหนึ่งแล้ว
ขี้หูก็สามารถไหลออกเองในขณะเด็กนอนตะแคงตัวหรือขณะวิ่งเล่นครับ
6. จะทดสอบการรับฟังของหูลูกได้อย่างไรคะ
แล้วการที่น้ำเข้าหูลูกตอนอาบน้ำบ่อยๆ มีผลเกี่ยวข้องกับการรับฟังไหมคะ
ฟ้า / กรุงเทพฯ
ให้สังเกตการตอบสนองต่อเสียงรอบตัว เช่น การรับเสียงที่พูดคุยกันในครอบครัว
หรือปรึกษากับครูประจำชั้นเรื่องการได้ยินของลูก สังเกตการเปิดระดับของเสียงจากวิทยุหรือโทรทัศน์
และทดลองสั่นกระดิ่งหรือของเล่นที่สามารถทำให้เกิดเสียงเพียงเบาๆ โดยไม่ให้เด็กเห็นว่าผู้ปกครองกำลังทำอะไร
และเห็นสิ่งของมีเสียงที่ใช้ทดสอบนั้น ส่วนกรณีน้ำเข้าหูมากๆ หรือขี้หูอุดตันเต็มช่องหูจะทำให้การได้ยินลดลง
สังเกตได้ว่าเด็กจะพยายามแคะหูหรือใช้มือถูขยี้ใบหูบ่อยๆ
7. ลูกสาวของเพื่อนอายุ 9 เดือน
เพิ่งหายจากหูอักเสบ เลยอยากทราบว่าโรคนี้มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง และเมื่อเป็นแล้วจะมีอาการอย่างไร
รวมทั้งเป็นอันตรายมากน้อยแค่ไหนกับเด็กเล็ก มีวิธีป้องกันแก้ไขอย่างไรคะ
แม่มนต้า / กรุงเทพฯ
การที่เด็กมีอาการของหูอักเสบ แบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ
1. การติดเชื้อของหูชั้นนอก เกิดจากการใช้ของแหลมหรือสำลีพันไม้ปั่นหู ชอบแคะหูบ่อย
หรือเกิดอุบัติเหตุบริเวณใบหู จะมีอาการปวดหูมาก จับต้องใบหูหรือช่องหูหรือรอบหูจะเจ็บมากขึ้น
การรับฟังเสียงไม่เปลี่ยนแปลงยกเว้นช่องหูเกิดฝีหนองขนาดใหญ่จนช่องหูอุดตัน มีไข้ ร้องงอแง
อาจเกิดการกระจายของเชื้อไปส่วนอื่น ส่วนการรักษาทำได้ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะเฉพาะ
เหมือนการรักษาโรคติดต่อเชื้อแบคทีเรียของผิวหนัง
2. การติดเชื้อของหูชั้นกลาง มักเกิดจากการติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบน
ทั้งการติดเชื้อช่องจมูกและไซนัส ต่อมอดีนอยด์ ต่อมทอนซิล พบได้บ่อยมากในเด็ก อาการคือเด็กจะมีไข้ ปวดหู
ร้องงอแง แต่จับต้องใบหูหรือช่องหูจะไม่เจ็บ อาจเจ็บและบวมหลังใบหู เยื่อแก้วหูเกิดการทะลุและมีหนองไหลออก
การได้ยินลดลง การรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานและหยอดหู ยาลดน้ำมูก
หรือยาดลดการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบน
3. การติดเชื้อของหูชั้นใน อาจเกิดจากภาวะการติดเชื้อของหูชั้นกลางหรือเชื้อโรคกระจาย
จากส่วนอื่นของร่างกาย ทำให้หูหนวกและเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน มีไข้ อาจเกิดการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง
การรักษาคือต้องรักษาตามสาเหตุดังกล่าวข้างต้น
8. หลานเป็นหวัดบ่อยมาก
และมีน้ำมูกไหลตลอดเวลา แต่ที่บ้านเขาก็ไม่ได้พาไปหาคุณหมอ จะซื้อยามากินเอง
เคยได้ยินว่าถ้าไม่รักษาแล้วทิ้งไว้นานๆ จะเป็นหูอักเสบ และจะทำให้หูหนวกได้
ไม่ทราบว่าจริงหรือเปล่าคะ และจะมีวิธีการป้องกันอย่างไร
แม่น้อง GT / กรุงเทพฯ
ตอบเหมือนข้อที่ 7. ครับ การติดเชื้อของหูชั้นกลางและการติดเชื้อของหูชั้นใน
การป้องกันที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื่อ ควรป้องกันด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายพอเหมาะ และไม่เล่นจนเหนื่อยเกินไป
พยายามหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่รุนแรง เช่น ร้อนจัด เย็นจัด ลมพัดแรง
ให้เด็กได้รับอาหารอย่างครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ลดการติดเชื้อจากผู้ป่วยอื่นๆ โดยเฉพาะในสถานที่ที่แออัด
หรือในที่มีผู้คนหนาแน่น ให้เด็กได้รับการตรวจสุขภาพตามกำหนดเวลา
และรักษาอาการของโรคภูมิแพ้ของทางเดินหายใจส่วนบน
9. อยากรู้ว่าเด็กหูไวมากๆ นี่เป็นปกติหรือเปล่าคะ
เพราะไวมาตั้งแต่เกิด จนขวบกว่าแล้วก็ยังเป็นอยู่ พ่อแม่ต้องย่องเบาในบ้านยังกับโจร
สงสัยจริงๆ ค่ะว่าเด็กคนอื่นเป็นอย่างนี้บ้างไหม
คุณเมื่อ / กรุงเทพฯ
การได้รับเสียงของเด็กอาจจะมีความไวมากได้ ทั้งนี้ขึ้นกับพัฒนาการในหลายๆ ด้านของเด็ก
รวมทั้งด้านระบบประสาทสัมผัส สภาพของสิ่งแวดล้อมในบ้าน เช่น อาจมีความสงบมากทำให้เด็กรับเสียงได้เพิ่มขึ้น
ไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องนี้มากครับ
10. เราจะรู้ได้อย่างไรคะถ้าลูกเป็นหูอักเสบ
มีอาการอะไรบอกได้บ้าง เพราะลูกอายุ 8 เดือน บางทีจะเห็นมีคราบขี้หูรอบๆ รูหู และแห้งแข็งมาก
จะใช้น้ำอุ่นเช็ด ลูกก็ไม่ยอม ทั้งที่เมื่อก่อนจะชอบให้เช็ดหู บางครั้งก็มีอาการโยเยร่วมด้วย
มาม๊าตัวเล็ก / กรุงเทพฯ
คำตอบเหมือนข้อ 7. และข้อ 1. ครับ ลองอ่านดูและสังเกตอาการของลูก
การที่ลูกไม่ยอมให้เช็ดหูอาจเพราะลูกมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วยหรือไม่
ถ้ามีควรรักษาอาการหูอักเสบให้หาย แล้วลูกก็จะยอมให้ทำความสะอาดหูอย่างที่เคยทำได้
(update 20 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 251 ธันวาคม 2546 ]
|