ลูกเป็นภูมิแพ้รึเปล่า


โรคภูมิแพ้...กลายเป็นโรคยอดฮิตติดอันดับกับเขาแล้วค่ะ ค่าที่เด็กไทยเป็นกันมากขึ้น แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางหยุดยั้งนะคะ คุณหมอไพศาล เลิศฤดีพร จากหน่วยโรคภูมิแพ้ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีมีคำแนะนำค่ะ

เด็กไทยเดี๋ยวนี้เป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น โดยเฉพาะเด็กวัยมากกว่า 3 ปี เป็นโรคภูมิแพ้อากาศมากถึง 15-20% (เด็กทารกส่วนใหญ่จะมีอาการแพ้นมวัว หรือผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้) ซึ่งน่าจะมาจากรูปแบบของวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม เคยอยู่อาศัยในพื้นที่อากาศปลอดโปร่ง กลับเข้ามาอยู่ในคอนโดหรือที่ที่มีอากาศถ่ายเทน้อยกว่า นอกจากนั้นปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่างมลพิษทางอากาศ รวมทั้งการมีวิถีชวิตที่ปลอดเชื้อโรคมากเกินไป จนทำให้ไม่มีภูมิคุ้มกันโรค ก็ล้วนเป็นสาเหตุที่คุณหมอบอกว่าใช่เลยค่ะ


สาเหตุของภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ในเด็กวัยขวบแรกนั้น ที่พบบ่อยมากที่สุดคือแพ้อาหาร (โดยเฉพาะนมวัว) และผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ เช่น น้ำหอม ครีมทาผิว เป็นต้น ซึ่งสาเหตุมาจาก
กรรมพันธุ์ ครอบครัวที่พ่อแม่มีประวัติเป็นโรคนี้ เด็กจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคนี้ด้วยเช่นกัน

ปัจจัยภายใน ตัวกระตุ้นจากภายในตัวเด็กเอง แม้จะยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร แต่ถ้าเด็กมีอาการแพ้โดยเกิดผื่นแดงขึ้นตามบริเวณหน้า คอ ข้อพับ หัวเข่า ขาพับ ผื่นแดงนี้จะทำให้คันมาก คุณหมอมักวินิจฉัยว่า เป็นผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (Atopic Dermatitis หรือ Eczema)

ปัจจัยภายนอก เช่น อาหารจำพวกไข่ อาหารทะเล สารกระตุ้นต่างๆ ครีมทาผิว เครื่องสำอาง ผงซักฟอก ฯลฯ ปัจจุบันมีการศึกษาใหม่พบว่าถ้าเด็กเล็กๆ สัมผัสกับไรฝุ่น ซากแมลงสาบ ละอองเกสรดอกไม้ ละอองเกสรดอกหญ้า ละอองเชื้อราในสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลานานพอสมควร จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เด็กเป็นโรคภูมิแพ้ของทางเดินหายใจได้

แพ้นี้มี 2 แบบ
แพ้แบบปัจจุบันทันด่วน เวลาลูกสัมผัสกับสารที่แพ้ เช่น นมวัว หรือครีมทาผิว หลังจากนั้นไม่กี่นาทีอาจมีทั้งตุ่มแดงขึ้นและอาเจียนหรือถ่ายท้อง

แพ้แบบค่อยเป็นค่อยไป มีบางรายเหมือนกันที่การแพ้นั้นๆ จะเกิดขึ้น 24-48 ชั่วโมง หลังจากได้รับสิ่งแปลกปลอมหรืออาหารที่แพ้ ซึ่งในกรณีนี้พ่อแม่สามารถสังเกตได้ว่าเราให้ลูกกินอาหารใหม่ๆ ที่ลูกไม่เคยกินมาก่อนหรือเปล่า เช่น จากดื่มนมแม่มาดื่มนมวัว หรือกินอาหารทะเลทั้งๆ ที่ไม่เคยกินมาก่อน

ซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่าการกินอาหารใหม่ๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยใช้อาจเป็นตัวแปรให้เกิดการแพ้ขึ้น แต่เพียงหยุดการใช้หรือหยุดกินอาหารที่ทำให้ลูกแพ้ ก็จะทำให้อาการผื่นคัน อาเจียน ท้องเสีย หรือหายใจขัดทุเลาได้ค่ะ


อาการแพ้ที่ปรากฏ...
ทางผิวหนัง ผื่นแดงๆ เกิดขึ้นได้ทั่วตัว เช่น ตามบริเวณคอ ข้อพับ ขาพับ ลักษณะผื่นจะมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ผื่นแดงเหมือนลมพิษ หรือผื่นแดงไม่มีตุ่มใส

ทางระบบหายใจ เช่น หายใจเสียงดังครืดๆ หรือมีเสียงหายใจดังหวีด เพราะทางเดินหายใจติดขัด

ทางเดินอาหาร เช่น กินอาหารชนิดนั้นเข้าไปแล้วเกิดอาเจียน ปวดท้องหรือท้องผูก หรือท้องเสียขึ้นมา (ส่วนใหญ่จะมีอาการท้องเสียมากกว่า) หรือแม้กระทั่งถ่ายเป็นมูกเลือด

อาการแพ้ข้างต้นสามารถเป็นร่วมกันได้ เช่น ลูกดื่มนมวัวอาจมีผื่นแดงๆ ขึ้นและอาเจียนออกมาด้วย หรือลูกอาจจะกินอาหารทะเลเข้าไปแล้วอาเจียนออกมาบวกกับถ่ายท้องหรือท้องเสีย


โรคภูมิแพ้รักษาหายได้ไหม ?

การรักษาต้องใช้วิธีรอเวลา อย่างในกรณีที่เด็กแพ้นมวัวถ้าเรารอเวลาให้ลูกโตขึ้นอีกสักนิดคืออายุประมาณ 1-3 ขวบ อาการจะดีขึ้น หรือเด็กที่มีอาการแพ้จนผิวหนังอักเสบ พอโตขึ้นสัก 3 ขวบอาการผื่นแดงจะลดความรุนแรงลงไปได้บ้าง

เด็กที่มีอาการรุนแรงของผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหอบหืดในอนาคตได้ ซึ่งแต่เดิมเด็กเล็กๆ ถ้ามีอาการแพ้ อาการที่ปรากฏอาจจะเป็นแค่ผื่นแดง หายใจขัด หรือท้องเสีย ท้องผูก แต่พอโตขึ้นมาอาการแพ้ดังว่า จะพัฒนาไปสู่อาการของโรคหอบหืดได้ด้วย ฉะนั้นเราจึงควรหลีกเลี่ยงเหตุปัจจัยภายนอกที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กเล็กตามที่กล่าวไว้ข้างต้น เพื่อหลีกเลี่ยงโรคหอบหืดและโรคแพ้อากาศในตอนโตค่ะ


เคล็ดลับรับมือยามแพ้
กลับไปดื่มนมแม่ ในกรณีที่ลูกแพ้นมวัว หรือถ้าลูกเพิ่งคลอด ควรให้ดื่มนมแม่อย่างเดียวเป็นเวลาอย่างน้อย 4-6 เดือน เพื่อสร้างภูมิคุ้นกันให้กับร่างกาย

เช็ดตัวลูก ด้วยผ้าชุบน้ำเย็นๆ และพยายามไม่ให้ลูกเกาบริเวณผื่นแดงนั้น ที่สำคัญหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัด เพราะจะทำให้ผิวแห้งยิ่งขึ้น

ลดปริมาณไรฝุ่น ด้วยการหมั่นปัดกวาดเช็ดถูบ้านให้สะอาดอยู่เสมอ และเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

จดบันทึก ในกรณีที่ลูกมักจะมีอาการผื่นแดงๆ ขึ้น ถ้าสามารถทำได้เราควรจดรายการอาหารที่ลูกกินในหนึ่งวัน หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้ เช่น สบู่ยี่ห้อใหม่ ผงซักฟอกยี่ห้อใหม่

รีบพามาหาหมอ ถ้าลูกมีอาการแพ้ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น การซื้อยามารักษาเองอาจเป็นอันตรายกับลูกได้ ควรรีบพาลูกไปหาหมอค่ะ
แม้โรคภูมิแพ้จะเกิดขึ้นกับเด็กไทยมากขึ้น และลูกเราอาจเป็นหนึ่งในผู้ป่วยรายนั้น แต่ถ้ารู้วิธีรับมือและหลีกเลี่ยงไม่ให้โรคนี้กำเริบ ก็อาจช่วยให้ลูกไม่ต้องทรมานกับโรคนี้ค่ะ


(update 23 ธันวาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 260 กันยายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600