เด็กต้องการอะไร


เด็กคือความสดใส ความสุข ความหวังของครอบครัว และสังคมไทยเราต่างตั้งความหวังกับเด็ก อยากให้เด็กเป็นอย่างนั้น ทำอย่างนี้ เราต้องการอะไรๆ จากเด็กมากมาย แต่เราไม่รู้ว่าเด็กต้องการอะไรบ้าง อะไรคือพื้นฐานที่เด็กควรได้รับเพื่อพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ สังคม ปัญญา และจิตใจ เพื่อให้เป็นเด็กสุขภาพดีทั้งกายและใจ อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ควรระลึกถึงปัจจัยที่เด็กต้องการดังนี้
1. เด็ก ต้องการผู้ใหญ่ที่มีความโอบอ้อมอารี ช่วยโอบอุ้ม ปกป้อง คุ้มครอง ดูแล โลกของเด็กต้องการโลกของผู้ใหญ่ที่คิดคำนึงถึงความเป็นอยู่ของเด็กเสมอ

2. เด็ก ต้องการสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยจากภยันตรายจากมลภาวะทั้งทางน้ำ ทางอากาศ ทางเสียง และการรุกรานจากธรรมชาติ เด็กต้องการสิ่งแวดล้อมที่ปราศจากความโหดร้ายทารุณ

3. เด็ก ต้องการครอบครัว และคนที่เต็มรัก และรักเด็กอย่างแท้จริง ที่จะอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสม

4. เด็ก ต้องการโอกาสที่จะได้รับการสอน ได้รับการศึกษา ทั้งจากบ้านและโรงเรียน คอยแนะนำปลูกฝังจริยธรรม ความประพฤติ ทัศนคติ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ ที่ดี

5. เด็ก ต้องการตัวอย่างที่ดีในการรักเพื่อนมนุษย์ สัตว์ ร่วมโลก และอนุรักษ์ธรรมชาติ

6. เด็ก ต้องมีอนาคต โอกาสที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีศัยกภาพและเป็นความหวังของสังคมไทย
ประเทศชาติเราเจริญมากทางวัตถุและเศรษฐกิจ แต่ถดถอยด้านสังคม จริยธรรม และคุณธรรมลงทุกๆ วัน มีข่าวความโหดร้ายทารุณต่อเด็กทั้งร่างกายและจิตใจจากผู้ใหญ่ และแม้แต่เด็กด้วยกันเอง ก็มีความก้าวร้าวรุนแรงต่อกันชนิดไม่เคยปรากฏมาก่อนในยุคสมัยใด ทั้งนี้เพราะผู้ใหญ่คิดว่า เด็กต้องการแค่ปัจจัยสี่คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม บ้านที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และการเรียน ทั้งที่ความเป็นจริงในอดีตนั้น ปู่ย่าตายายจะเน้นเรื่องการอบรมเลี้ยงดูเด็ก ให้ความรัก ความเอาใจใส่ ใกล้ชิดจากพ่อแม่ญาติพี่น้อง

ซึ่งปัจจุบันทุกคนมีแต่ภารกิจนอกบ้านจนละเลยบทบาทที่แท้จริงของมนุษยชาติสืบมาหลายหมื่นปี ที่จะต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิด จึงเป็นโอกาสที่เราควรพิจารณาดูตน “มองตน” และประเมินอย่างเที่ยงตรงว่า ให้สิ่งที่เด็กต้องการ (มิใช่เราต้องการ) เหมาะสมหรือยัง และปรับเปลี่ยนใหม่ในปี พ.ศ.2547 นี้ อาจมีผลทำให้เด็กที่เรารักพัฒนาดีขึ้น และคงไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับคนที่เรารัก และเขาก็รักคุณมากเช่นกัน

เราคงต้องยอมรับความจริงว่าเด็กยังมีความอดอยาก ความทุกข์จากโรคภัยไข้เจ็บ ความไม่เข้าใจในการดูแลตนเอง ความหลงผิดจากค่านิยมต่างๆ ในยุควัตถุนิยม lifestyle หรือวิถีชีวิตที่ไม่เหมาะสม ฯลฯ ยังมีอยู่ทั่วประเทศไทย ดังมีผู้วิเคราะห์ว่าปี 2547 คนรวยจะยิ่งรวยๆ และรวยขึ้น คนจนจะยังจนและจนลง ช่องว่างระหว่างชนชั้นจะยิ่งมากขึ้น การพนันและสิ่งมอมเมาต่างๆ จะมาเป็นกระแสนิยม ดังมีผู้วิเคราะห์ว่ายาเสพติดถูกปราบปราม หาซื้อยาก ราคาแพง แต่อัตราการติดเหล้าในเยาวชนและผู้ใหญ่ คดีอาชญากรรมจากการดื่มสุรา การทำร้ายภรรยาและลูก และครอบครัวแตกแยกจะสูงขึ้นๆ

ในขณะที่เรารู้สึกว่าประเทศเจริญขึ้น แต่ความมั่นคงด้านจิตใจกลับลดลง ความปลอดภัยของพลเมืองทั่วไปก็สั่นคลอน ซึ่งเป็นหน้าที่พวกเราทุกคนช่วยกันแก้ไข มิฉะนั้นลูกที่คุณรักจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ไม่ปลอดภัย พอดีตอนนี้หมออ่านข่าวเด็กชายอายุ 14 ปี ข่มขืนฆ่าเด็กหญิงอายุ 11 ปี เพราะเหตุบันดาลใจ ดูหนังลามกกับเพื่อนชาย เรื่องข่มขืนฆ่า เลยทำตาม จะเห็นว่าเด็กถูกชักจูงจากสื่อซึ่งผลิตจากผู้ใหญ่ และค่านิยม สังคมซึ่งเป็นฝีมือของผู้ใหญ่ทั้งนั้น เด็กยังขาดผู้ใหญ่และรูปแบบในการอบรมสั่งสอนและแนะนำสิ่งดีงามจากผู้ใหญ่ด้วย

ปัจจุบันโรคภัยไข้เจ็บทางกายของเด็กหลายอย่างก็ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนตามกำหนด แต่มีอีกหลายๆ โรคที่ต้องเอาใจใส่ดูแลเด็กๆ ของเราดังนี้


1. ทารกแรกเกิดที่เกิดจากมารดาที่มีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น มารดาเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทารกคลอดก่อนกำหนด ภาวะมีบุตรยากและทารกเกิดมามีน้ำหนักน้อย มารดาที่เป็นโรคติดเชื้อ เช่น เอดส์ มารดามีภาวะซีด โลหิตจาง ฯลฯ

สมัยก่อนคนโบราณว่าสามวันลูกผี สี่วันลูกคน หมายความว่าสมัยก่อนทารกแรกเกิดมีอัตราตายสูง เนื่องจากการแพทย์ การสาธารณสุขยังไม่เจริญ ปัจจุบันอัตราตายทารกแรกเกิดต่ำลงมาก แต่ยังต้องการแพทย์ พยาบาล ผู้ชำนาญการทารกแรกเกิดอีกจำนวนมาก

เพราะเมื่อดูสถิติตามโรงพยาบาลต่างๆ พบสาเหตุการเจ็บป่วย ต้องการการดูแลรักษาอันดับต้นๆ ยังเป็นเรื่องของทารกแรกเกิด บางสถาบันมีอัตราการเข้า ไอ.ซี.ยู. ของทารกแรกเกิดสูงมาก ทั้งภาวะเด็กไทยแรกเกิดมีโอกาสเกิดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (CONGENITAL HEART DISEASE) มีจำนวนถึง 5,000 รายต่อปี ในขณะที่ความสามารถทางการผ่าตัดทั่วประเทศไทยทำได้เพียง 2,000 รายต่อปี อีก 3,000 รายก็นับเวลา วัน เดือน ปี รอยคอยการผ่าตัด ซึ่งอาจจะรอดจนถึงเวลาหรือไม่ ขึ้นกับดวงเช่นกัน


2. โรคทางเดินอาหารและอุจจาระร่วง เป็นปัญหาสำคัญสำหรับเด็ก ซึ่งการได้นมมารดาตั้งแต่แรกคลอดช่วยลดปัญหานี้ไปบ้าง แต่ก็ไม่หมดไปเนื่องจากสุขลักษณะ ดังนั้นความสะอาดของอาหาร น้ำดื่ม การควบคุมสิ่งปนเปื้อนจากอาหารและสุขอนามัยมีความสำคัญมาก


3. ภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) ปัจจุบันเรามีทั้งขาดสารอาหาร และสภาพอาหารเกิน คือทั้งผอมและอ้วนมาก สภาวะการขาดธาตุเหล็กซึ่งพบมีทั้งการเจริญเติบโตและสติปัญญายังมีอยู่

เมื่อเร็วๆ นี้ในหลายจังหวัด หมอเองต้องเป็นกรรมการสอบสัมภาษณ์แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ที่เราเรียกว่า FAMILY MEDICINE หรือ FAM MED ซึ่งรุ่นสุดท้ายสมัครเข้าถึง 1,800 คน รองรับนโยบาย 30 บาทของรัฐบาล ที่แพทย์ปฐมภูมิหรือ P.C.U. ต้องมีความรู้รวมถึงการดูแลครอบครัว โดยองค์รวมด้วย HOLISTIC MIND ไม่เจาะเฉพาะเป็นโรคๆ เหมือนกลุ่ม SPECIALIST หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น หมอหัวใจ หมอโรคไต หมอโรคภูมิแพ้ ฯลฯ เลยได้พูดคุยกับคุณหมอจากแดนไกลของอีสานแต่ยังอยู่ในประเทศไทยว่า

บางตำบลยังมีการขาดวิตามินบี 1 ที่เราเรียกว่า BERI BERI หรือรู้จักในนามเหน็บชา มีอาการชาปลายมือปลายเท้าแต่ไม่ถึงตาย ในเด็กทารกที่ขาดบี 1 จะมีอาการหัวใจวายได้ เหตุเพราะมารดาอดของแสลง ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่กินไข่ ไม่กินพืชผัก กินแต่ปลาร้าซึ่งมีสารต้านวิตามินบี 1 มารดาให้นมบุตรแต่อย่างเดียว คุณหมอเล่าว่าเด็กทารกเล็กๆ หลายคนอ้วนดี มาด้วยอาการหอบและตายเร็วมาก แต่เดิมไม่มีคนรู้คิดว่าติดเชื้อร้ายแรง แต่คุณหมอช่างสังเกตว่า เด็กทารกเหล่านี้เสียงแหบ มีอาการหัวใจวาย

ส่วนมารดาเอามาตรวจระบบประสาทพบว่าไม่ตอบสนองต่อการเคาะหัวเข่า คนปกติเวลาแพทย์เอาค้อนยางเล็กๆ มาเคาะตรวจหัวเข่า ปลายเท้าเราจะเตะออกแรงๆ พวก BERI BERI นี้มารดาจะมีอาการชาปลายมือปลายเท้า ปากเปื่อย เบื่ออาหาร และระบบประสาทส่วนปลายผิดปกติ คุณหมอผู้ใช้ปัญญาเป็นอาวุธนี้คิดว่าเหมือนเรื่องในตำราแพทย์ แต่ไม่เคยพบผู้ป่วยเช่นนี้ในเมืองใหญ่ จึงตัดสินใจให้วิตามิน บี 1 ชนิดฉีด

ปรากฏว่า เด็กหายเป็นปลิดทิ้ง ให้คำอธิบายถึงการกินอาหารที่ถูกต้อง ทั้งแม่ ลูกปลอดภัย คุณหมอบอกว่ามีแบบนี้เยอะเลยครับอาจารย์ หมอฟังอย่างอัศจรรย์คิดว่า เมืองไทยศิวิไลซ์ไม่น่ามีโรคที่พบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แท้จริงยังมีอยู่ในเมืองไทยจากความไม่รู้ ไม่เข้าใจที่ถูกต้อง คิดว่ายังมีอีกมากมาย หลายๆ โรคที่ไม่ได้ถูกวินิจฉัยหรือรายงานให้รับทราบกัน จึงขอฝากแม่หลังคลอดอย่าอดของแสลง กินข้าวกับปลาแห้งพ้นยุคแล้ว และปลาร้าก็มีสารต้านวิตามิน บี 1 อยู่ด้วย ถ้าอดไม่ได้ต้องเสริมวิตามินค่ะ


4. โรคระบบทางเดินหายใจ ตอนนี้ดูสถิติของโรงพยาบาลที่รักษาเด็กๆ จะพบเป็นโรคฮิตติดอันดับต้นๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นหวัดเล็ก หวัดใหญ่ ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ไม่เฉพาะแต่ซารส์ มีหวัดนก หวัดไก่ หวัดสัตว์ปีอื่น ซึ่งนำจากสัตว์ดังกล่าว มักระบาดช่วงฤดูหนาวเพราะไวรัสพวกนี้ชอบอากาศเย็นๆ หนาวๆ มักมาจากแผ่นดินใหญ่ของจีน

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ แต่จะแนะนำให้เฉพาะผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ซึ่งเจ็บไข้ได้ป่วย ภูมิต้านทานต่ำจะเป็นมาก บางรายกลับบ้านเก่า หรือเด็กที่ภูมิต้านทานน้อย เช่น เด็กเป็นลิวคีเมีย หรือโรคเรื้อรังต่างๆ ในเด็กปกติยังไม่แนะนำเป็นทางการ หมอเองฉีดทุกปีคือประมาณสิงหาคม อาจารย์ทางโรคติดเชื้อท่านก็ขอร้องแกมบังคับให้ฉีด เลยปลอดโปร่งดี ไม่ค่อยป่วยในฤดูหนาวเช่นเคย เว้นธันวาคม 2546 ที่ผ่านมาตอนหนาวจัด วันนั้นรักหลานกอดจูบเขามากทั้งๆ ที่เขาไม่สบายเป็นหวัดอยู่

หมอเป็นไข้ เจ็บคอแค่ 2 วันก็หาย แต่โรคระบบทางเดินหายใจมีมากมาย หนักถึงปอดบวมก็ได้ ทั้งหายทั้งตาย แล้วแต่ความต้านทานโรคของเรา ที่พบบ่อยสุดยุคนี้คือโรคภูมิแพ้ ซึ่งมีตั้งแต่จมูกถึงลำคอและหลอดลม ที่ไม่พึงปรารถนาที่สุดคือโรคหอบหืด เพราะนำความทุกข์ทรมานให้เด็กทั้งร่างกายและจิตใจ การขาดเรียน ขาดการเล่นกีฬา แยกจากเพื่อน เป็นปมด้อยเป็นจุดมืดของชีวิตเด็ก

มีบางรายที่เก็บตัว บางรายดูนุ่มนิ่มเป็นผู้หญิงจนเพื่อนหาว่าเป็นตุ๊ด บางรายซื้อยากินเอง ลดน้ำมูก แก้ภูมแพ้จนง่วงหลับ เวียนหัว เรียนไม่รู้เรื่อง บางรายเกิดอาการข้างเคียงจากยา ตาแข็ง ตาค้าง ไม่หลับก็ได้ เพราะฉะนั้นการรักษาตัวเอง จัดยาให้ลูกหลานเองอาจอันตราย เพราะเราไม่ชำนาญด้านนี้ ควรพบแพทย์ไม่รับเฉพาะยา แต่รับคำแนะนำรักษาตัวเองที่ถูกต้อง ที่เราเรียกว่า SELF CARE สำคัญที่สุด ขอคำตอบต่อไปนี้จากแพทย์
What ลูกเป็นอะไร โรคอะไร
When จะเกิดอาการเมื่อใด
Where ถ้าเกิดป่วยในสถานที่ใดจะปฏิบัติตัวอย่างไร
Why เกิดเพราะอะไร ทำไมจึงต้องกินยานี้ ทำไมจึงต้องปฏิบัติตนอย่างนี้
How จะแก้ไขได้อย่างไร
How to ปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อไกลโรค หรือทำให้อาการทุเลาลง
บางคนเกรงใจแพทย์มาก ใจสั่น นึกคำถามไม่ออก กลับมาก็กลุ้มใจ จะโทรฯ ไปถามก็เกรงหมอว่าพูดไม่รู้เรื่อง สู้ทนความทุกข์กาย ทุกข์ใจอยู่ทำไมคะ คิดหัวข้ออย่างที่หมอว่า จดใส่กระดาษ ใส่มือเราไว้เลยค่ะ ตอนพบแพทย์ถามทุกข้อแล้วค่อยกลับค่ะ


5. วัณโรค กำลังกลับมาแล้ว หลังจากเวียนหายไปพักใหญ่ กลับมาเพราะเกลอที่ชื่อ เอดส์ หรือ HIV/AIDS นำมานั่นเอง ระวังสุขภาพลูกโดยให้รับวัคซีน บี.ซี.จี. แรกคลอด ไม่นำลูกไปชุมชนที่แออัดหรือที่ที่มีคนมากันมากๆ ในอากาศที่ปิดทึบ เช่น ศูนย์การค้าที่มีเซนทรัลแอร์ ให้ลูกออกกำลังกาย รับอากาศดี โภชนาการดี หมั่นดูแลสุขภาพลูกให้ห่างไกลผู้เป็น ที.บี. ด้วย

เอาล่ะค่ะ 5 ข้อพอทำเนาสำหรับปีใหม่ ชีวิตใหม่ 2547 ที่เราช่วยกันดูแลลูกรัก


(update 21 มีนาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 255 เมษายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600