ในช่วงปฐมวัยของหนูน้อย ลูกต้องฉีดวัคซีนสารพัดสารพันตามนัดของคุณหมอ
เยอะแยะมากมายหลายชนิดเหลือเกิน หลายๆ คนอาจสงสัยว่า วัคซีนพวกนี้ทำไมต้องฉีด ?
ฉีดแล้วได้อะไร ? แต่เอาเข้าจริงแล้วถึงจะเจ็บตัว แต่มีประโยชน์กับลูกเราทั้งนั้นแหละครับ!... ขอบอก
พ่อแฮปปี้จอมชักพาจูเนียร์ไปหาคุณหมอเพื่อฉีดวัคซีนแล้ว ก็ไปเห็นมีวัคซีนเสริมตัวแปลกๆ
ที่ไม่มีอยู่ใน List สมุดสุขภาพของเจ้าจูเนียร์แล้วก็เกิดสงสัย เลยขออนุญาตให้ คุณหมอพงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์
มาช่วยไขข้อข้องใจว่า วัคซีนเสริมเหล่านั้นจำเป็นกับเจ้าตัวน้อยหรือเปล่า จะได้ตัดสินใจไม่คลาดเคลื่อนไงล่ะครับ
คุณหมอให้ความกระจ่างมาว่า วัคซีนเสริมเหล่านี้ไม่ได้จำเป็นสำหรับเด็กทุกคนครับ
แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถชั่งใจได้ว่า หนูน้อยที่บ้านของเราควรจะได้รับวัคซีนเหล่านี้หรือไม่
โดยดูจากข้อมูลเหล่านี้ครับ...
- วัคซีนป้องกัน โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
ความสำคัญอยู่ที่ว่าหากเด็กเป็นโรคนี้ นอกจากจะมีการติดเชื้อในเยื่อหุ้มสมองแล้ว
อาจจะมีอาการชัก ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะมีผลต่อการเรียนรู้และสมองของเด็ก
โดยมากในประเทศไทยโรคนี้มักจะเกิดกับเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ขวบ โดยเด็กที่อายุมากกว่า 2 ขวบ
ส่วนใหญ่มักมีภูมิคุ้มกันโรคนี้ตามธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นเด็กที่ควรได้รับวัคซีนนี้จึงเป็นเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี
โดยได้รับทั้งหมด 2 หรือ 3 เข็มขึ้นกับชนิดของวัคซีน ซึ่งคุณหมอจะพิจารณาให้ตามความเหมาะสม
ค่าใช้จ่าย : ราคาเข็มละประมาณ 400-800 บาท ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิตวัคซีน
และช่วงอายุของเด็กที่ต้องการจะได้รับวัคซีนตัวนี้
- วัคซีนป้องกัน โรคไวรัสตับอักเสบ A
โรคนี้ในเด็กเล็กๆ มักจะมีอาการที่ไม่รุนแรง แลดูคล้ายไข้หวัดธรรมดา อาจจะมีไข้ น้ำมูก
และท้องเสียเล็กน้อย อาการจะหายได้เอง โดยไม่มีอาการแทรกซ้อน แต่การติดเชื้อเมื่อเด็กโตขึ้น
อาการจะรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป อาจมีอาการรุนแรงที่นอกจากจะมีอาการตัวเหลือง
ตาเหลือง ซึ่งเราเรียกกันว่าดีซ่านแล้ว อาจมีอาการตับวายได้ ในประเทศไทยแนะนำให้ฉีดวัคซีนนี้ในเด็กที่อายุ 6 ขวบขึ้นไป
สำหรับเด็กที่ยังไม่เคยป่วยหรือไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้มาก่อน
ค่าใช้จ่าย : ราคาเข็มละประมาณ 700-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิตวัคซีน
และช่วงอายุของเด็กที่ต้องการจะได้รับวัคซีนตัวนี้
ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนชนิดนี้ในเด็กเล็กๆ เพราะเด็กเล็กๆ ที่เป็นแล้วจะหายเองได้
และมีภูมิคุ้มกันไม่กลับมาเป็นอีก แต่หากเมื่อไหร่ได้รับเชื้อตัวนี้เข้ามาอีกคนที่มีภูมิต้านทานสุกใสอยู่แล้ว
จะถูกกระตุ้นให้เป็นงูสวัดได้ การได้รับวัคซีนตั้งแต่เล็กๆ จะช่วยป้องกันการเป็นงูสวัดได้ด้วย
แต่ปัญหาก็คือ วัคซีนตัวนี้ยังเป็นตัวใหม่ ยังไม่มีการพิสูจน์ทางการแพทย์ว่าฉีดไปแล้วภูมิคุ้มกันจะอยู่ได้นานแค่ไหน
เด็กๆ สามารถฉีดวัคซีนตัวนี้ได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบขึ้นไป แต่ปัจจุบันในประเทศไทยแนะนำให้ฉีดในเด็กที่อายุมากกว่า 10 ปี
ที่ยังไม่เคยป่วยเป็นสุกใสมาก่อน เพราะสุกใสในเด็กโตและผู้ใหญ่จะมีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าในเด็กเล็ก
โดยในเด็กอายุต่ำกว่า 13 จะฉีดเพียง 1 เข็ม แต่ถ้าโตกว่า 13 จะฉีด 2 เข็ม
ค่าใช้จ่าย : ราคาเข็มละประมาณ 1,000 บาท
- วัคซีนป้องกัน โรคไข้หวัดใหญ่
แนะนำให้ฉีดในเด็กที่ติดเชื้อได้ง่าย มีภูมิต้านทานต่ำ หรือเป็นโรคหอบหืด
ควรจะฉีดในช่วงฤดูฝนหรือหนาว ซึ่งคุณหมอจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป
ค่าใช้จ่าย : ราคาเข็มละประมาณ 200-300 บาท
วัคซีนเสริมเหล่านี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย คุณพ่อคุณแม่ควรชั่งใจดูว่าลูกของเรามีความจำเป็นแค่ไหน
ที่จะรับวัคซีนตัวนั้นๆ โดยควรต้องปรึกษากับคุณหมอนะครับ
การดูแลหลังฉีดวัคซีน
อาการโดยทั่วไปหลังจากที่ฉีดวัคซีนหลังจากมีไข้ที่ถือเป็นเรื่องปกติ
คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลได้ดังนี้ครับ
- เมื่อลูกตัวร้อนก็ให้พยายามเช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิ
- ให้หนูน้อยกินยาลดไข้
- หากมีอาการปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ฉีดก็ให้ใช้น้ำอุ่นประคบ 2-3 วัน ก็หายแล้วครับ
ผลข้างเคียงที่ผิดปกติและการดูแลลูกหลังฉีดวัคซีน!
น.พ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ ฝากให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตเจ้าตัวเล็กหลังฉีดวัคซีนไว้ดังนี้ครับ
วัคซีนทุกตัวที่นำมาใช้ในปัจจุบันได้รับการทดสอบทั้งจากคนและสัตว์แล้ว
คนไข้ที่เป็นอันตรายรุนแรงหลังฉีดวัคซีนเราจะไม่ค่อยพบนะครับ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลมาก
ในวัคซีนที่มีลักษณะเฉพาะอย่างเช่น คางทูม หัดเยอรมัน เมื่อฉีดไปแล้วจะมีไข้ หลังจากนั้น 4-5 วัน
อาจจะมีอาการปวดข้อได้ก็ถือเป็นเรื่องปกติครับ
บางรายอาจจะมีอาการผิดปกติ เช่น ปากเจ่อ ผื่นขึ้น บวมแดง หายใจไม่ออก หรือมีอาการทางสมอง
เช่น ไม่รู้สึกตัว ชัก ก็ต้องรีบพาไปพบแพทย์ครับ
(update 24 สิงหาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 113 มีนาคม 2548 ]
|