บ๊าย บาย คุณจอตู้


ลูก “ติด” ทีวีเพราะอย่างนี้แหละ
  • วิถีชีวิตคนเมืองที่พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลา เวลาช่วงเย็นหลังเลิกเรียนจนถึงหัวค่ำ จึงถูกเจ้าจอตู้เข้ามาครอบครองพื้นที่ไป

  • พ่อแม่หวังให้ทีวีเป็นผู้ช่วยให้ลูกไม่มาวุ่นวาย ขณะที่ตัวเองกำลังทำงานบ้านหรือต้องการเวลาส่วนตัว

  • บางบ้านใช้การดูทีวีเป็นกิจกรรมของครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงเย็นหลังอาหารค่ำ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นรายการส่วนใหญ่ก็เป็นรายการสำหรับผู้ใหญ่ไปเสียแล้ว

  • ผู้ใหญ่เองก็ติดทีวีและไม่ยอมหักใจ คิดหากลยุทธ์เอาลูกเข้านอนเสียก่อนค่อยมาใช้เวลาหน้าจอของตัวเอง

  • มีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เห็นและไม่ตระหนักว่า ทีวีจะส่งผลเสียอะไรกับลูก เพราะผลกระทบในเรื่องนี้ไม่ได้ปรากฏให้เห็นกัน

ผลของทีวีที่มีต่อหนู
  • ไม่ได้ทำกิจกรรมออกกำลัง ฝึกใช้กล้ามเนื้อแบบเด็ก ตามมาด้วยเรื่อง “อ้วน” ในเด็กที่มีนิสัยการกินไม่เหมาะสม และมีมื้อว่างหน้าจอประจำ

  • ถ้าติดทีวีเข้าให้แล้ว สมาธิในการจดจ่อกับการทำหรือเรียนรู้สิ่งหนึ่งใดจะสั้นลง ขาดความมานะพยายาม

  • ไม่ว่าจะดูทีวี คอมพิวเตอร์ ในระยะใกล้ๆ หรือเวลานานๆ ติดต่อกันมีหวังได้กลายเป็นเจ้าแว่นตัวน้อยเอาง่ายๆ

  • ผลทางอารมณ์ที่พบบ่อยคือเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ชินชากับความรุนแรง ขาดความยับยั้งชั่งใจ ผลในเรื่องนี้จะยิ่งเห็นชัดมากในเด็กที่มีปัญหาทางอารมณ์อยู่ก่อนแล้ว เช่น รู้สึกว่าพ่อแม่ไม่รัก อิจฉาน้อง รู้สึกตัวเองมีปมด้อยบางอย่าง

  • ความคิดในเชิงสร้างสรรค์ จินตนาการถดถอย เพราะ TV ให้ภาพและเสียงเบ็ดเสร็จโดยที่หนูๆ ไม่ได้มีโอกาสใช้จินตนาการวาดภาพในความคิดเลย ขณะที่การเรียนรู้ของเด็กวัยนี้จะได้ผลดี ก็โดยผ่านการสัมผัสของจริง

คุ้มครองสิทธิคนตัวเล็ก
  • ออสเตรเลีย ห้ามเสนอโฆษณาในรายการสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี เพราะเห็นว่าวัยกำลังเรียนรู้เรื่องภาษา สังคมรอบตัว ยังไม่ควรถูกปลูกฝังเรื่องโฆษณาและการบริโภคก่อนได้เรียนรู้เรื่องสำคัญอื่นๆ

  • อเมริกา รายการที่ออกอากาศวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีโฆษณาได้ไม่เกินชั่วโมงละ 10 นาทีครึ่ง ส่วนวันจันทร์-ศุกร์ไม่เกินชั่วโมงละ 12 นาที และการจะต่ออายุใบอนุญาตทุกครั้งจะพิจารณาว่า ที่ผ่านมาได้นำเสนอรายการที่เป็นประโยชน์กับเด็กหรือไม่ และต้องมีรายการผลิตสำหรับเด็กโดยเฉพาะด้วย

  • ไทย มีโฆษณาได้ไม่เกินชั่วโมงละ 12 นาทีครึ่ง ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่นๆ และใช้เด็กมาเป็นผู้เสนอสินค้าในโฆษณา ทั้งที่หลายประเทศห้าม และยังห้ามถึงการผลิตและเผยแพร่โฆษณาที่เชิญชวนเด็กให้ซื้อสินค้าด้วย

ตัวเลขนี้มีความหมาย
  • 89% ของเยาวชนไทยดูทีวีทุกวัน (ผลสำรวจไลฟ์สไตล์เด็กเอเชียของการ์ตูนเน็ตเวิร์ก)

  • 4.5% คือ สัดส่วนรายการสำหรับเด็กในบ้านเรา เมื่อเทียบจากเวลาออกอากาศทั้งหมดของรายการโทรทัศน์

  • 1-2 รายการเท่านั้นที่เป็นรายการเน้นสาระบันเทิง สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน

  • 70 กว่ารายการโฆษณาในทีวีเป็นโฆษณาชวนเชื่อหลอกเด็กให้บริโภคสินค้าจำพวกขนมกรุบกรอบ ของเล่น ในระหว่างรายการช่วงเช้าวันเสาร์-อาทิตย์

  • 77% ของเด็กไทยบริโภคอาหารตามโฆษณาทางโทรทัศน์

  • 64% ของเด็กไทยจะเลียนแบบพฤติกรรมของตัวการ์ตูนที่ชมในทีวี

  • 45% ของเด็กไทยมีกิริยาท่าทางก้าวร้าว เพราะเลียนแบบตัวละครที่ชมทางทีวี

ผลเสียของทีวีและตัวเลขเหล่านี้ มีความหมายมากพอที่จะทำให้คุณๆ หยุดสำรวจพื้นที่หน้าจอทีวีที่บ้านตัวเองได้หรือยังว่า กำลังถูกเจ้าตัวเล็กจับจองชนิดน่าเป็นห่วงหรือเปล่า


ฉลาดดูทีวีต้องอย่างนี้
  • จำกัดชั่วโมงการดู ไม่ว่าจะเป็นทีวีหรือคอมพิวเตอร์ สำหรับเด็กเล็กๆ อย่างนี้ควรให้อยู่ในช่วง 1/2-1 ชั่วโมงต่อวัน

  • ต้องแน่ใจว่ารายการที่ลูกดูมีเนื้อหาที่เหมาะสมกับวัย และมีการสอดแทรกเนื้อหาในเชิงบวก เช่น เรื่องการมีเมตตา การแบ่งปัน การประณีประนอมในการแก้ไขปัญหา เป็นต้น

  • ต้องเป็นคู่หูดูทีวีกับลูกทุกครั้ง เพื่ออธิบาย ชี้แนะในระหว่างดู โดยโยงเข้ากับเหตุการณ์ในชีวิต แต่ต้องระวังไม่ให้บรรยากาศเคร่งเครียด จนลูกรู้สึกรำคาญ

  • ตำแหน่งของทีวีในบ้านต้องไม่ใช่ห้องนอนลูก ควรไว้ในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น เพื่อคุณจะได้ไม่พลาดว่า ลูกดูรายการอะไร ดูมากไปหรือเปล่า

  • อย่าเสียบปลั๊กทีวีทิ้งไว้ ให้เจ้าตัวเล็กกดเปิดทีวีเองได้ง่ายดาย

  • จิตแพทย์เด็กที่อเมริกาแนะนำว่า ถ้าพ่อแม่จัดช่วงเวลาที่แน่นอนในการดูทีวีให้ลูก และเคร่งครัดกับสิ่งที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ศึกยื้อขอต่อเวลาการปิดทีวีค่อยๆ หายไป

  • ถ้าต้องมีช่วงเวลาดูทีวี ช่วงที่แนะนำคือ ช่วงก่อนอาหารเย็น หลังทำการบ้านที่มีรายการเหมาะกับลูกค่ะ ส่วนช่วงเวลาต้องห้ามคือ ระหว่างมื้อหม่ำ

  • จะกันทีวีออกจากลูกก็ต้องหากิจกรรมอื่นให้ลูกได้ทำด้วย เช่น วาดรูป เล่านิทาน เล่นทราบ ทำสวนครัว หรือแม้แต่งานบ้านที่คุณคิดว่าเป็นงานของผู้ใหญ่

ขนาดบางประเทศเขามีการจัดระบบเรตติ้งรายการทีวีที่เหมาะสำหรับเด็กแล้ว แต่หลายครอบครัวก็ยังรณรงค์ให้มีวันปิดทีวี แล้วชวนลูกไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน ผลก็คือเด็กๆ ปันใจจากทีวีมาติดพ่อแม่แทน

บ้านเราก็ทำได้ ขอเชิญชวนครอบครัวไทยร่วมใจกันรณรงค์ให้มีวันปิดทีวี เริ่มจากแต่ละบ้านกำหนดเลยค่ะ เลือกวันที่สอดคล้องกับครอบครัวตนที่สุด ใครทำแล้วได้ผลอย่างไรเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้าง จะเป็นกระบอกเสียงบอกต่อบ้านอื่นๆ ให้ค่ะ


(update 13 มกราคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 8 ฉบับที่ 93 กรกฎาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600