จอมหวง (ของ)


วันก่อนเพื่อนซี้สมัยมัธยมมาปรึกษาปัญหาลูกสาวจอมแก่น “นี่เธอ...ไม่รู้ว่าฉันเลี้ยงลูกผิดหรือเปล่านะ น้องแพรว ลูกสาวฉัน พอไปเล่นกับคนอื่นจะหวงของไม่ยอมแบ่งให้ใครมาเล่นแตะ หนำซ้ำยังไปแย่งของคนอื่นเล่นอีกด้วยกลัวจะเป็นเด็กขี้หวง ไม่มีใครอยากคบจังเลย”...


หวง...เรื่องของพัฒนาการ

เชื่อว่านี่คงเป็นความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่อีกหลายคน แต่ก่อนอื่นคงต้องเข้าใจก่อนว่า เป็นเรื่องปกติของวัยนี้ที่ยังไม่ถึงช่วงพัฒนาการที่จะรู้จักแบ่งปันให้ใครเป็น หรือเรียกอีกแบบก็คือหวงของอยู่นั่นเอง

ของที่หวงนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นของที่ตัวเองเป็นเจ้าของเท่านั้นนะค่ะ ของๆ คนอื่นก็มักจะเกิดอาการหวงอยากจะได้เช่นเดียวกัน เรียกว่าหากตัวเองพอใจที่จะต้องการสิ่งนั้นมาเป็นของตนเองก็จะเอาให้ได้

จึงเป็นเรื่องปกติที่แม้คุณแม่ที่ฝากลูกไว้กับเนิร์สเซอรี่จะเตรียมขนมและของเล่นชิ้นโปรดเอาไว้ในกระเป๋าเป้ให้แล้ว แต่ลูกก็ไม่วายที่จะถูกใจกับของเล่นที่เพื่อนพกมา สงครามย่อยๆ จึงปะทุขึ้นได้ง่าย เพราะของตัวเองก็หวงไม่ยอมแบ่ง แถมจะไปเอาของคนอื่นอีกซะด้วย

พัฒนาการของเจ้าหนูวัยนี้ คือการที่รู้สึกว่าตนเองเป็น Center ของทุกสิ่ง หรือที่เรียกว่า ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะเป็นของพ่อ แม่ ของผู้ใหญ่ หรือแม้แต่กลุ่มเด็กด้วยกัน เด็กๆ ในวัยนี้จึงจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ่อยมาก เพราะไม่มีใครยอมใครนั่นเอง


แนวทางรับมือ

ด้วยพัฒนาการอย่างนี้นี่เองที่ทำให้พ่อแม่เกิดวิตก เพราะอยากจะให้ลูกเป็นคนดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดุจนางงามมิตรภาพ (ล้อเล่นน่า) แต่สอนอย่างไรเจ้าหนูก็ดูเหมือนจะไม่ยอมทำตามเสียที แต่ถ้ารู้อยู่แล้วว่าเป็นพัฒนาการตามวัยของเขาแบบนี้สอนไปลูกก็คงไม่ฟังอยู่ดี อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ลองมาดูทางออกเหล่านี้กันดีกว่า


กรณีที่ 1 บังคับ
จากการวิเคราะห์แล้ววิธีบังคับให้ลูกให้นี้ไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะจะส่งผลกับอนาคตของเจ้าหนูเป็น 2 ทางด้วยกันคือ
  • กลายเป็นคนให้มากเกินไป เนื่องจากถูกปลูกฝังเอาไว้ว่าควรให้กับคนที่มาขอ เขาจะให้ทุกสิ่ง ใจดี เสียสละ ทุ่มเทให้คนอื่น ฯลฯ แม้จะเป็นคนดีจริงแต่ก็ถือว่าไม่มีความพอดีนะ เนื่องจากเสียสละเกินไปจนไม่ประเมินตนเอง ว่าของสิ่งนั้นจำเป็นกับเราจริงไหม หรือจะทำให้เราเดือดร้อนหรือไม่

  • หวงของสุดขีด อนาคตอาจถูกหาว่างกเป็นเจ้าแม่ทะเลเรียกพี่ได้ เนื่องจากตอนเด็กๆ พ่อแม่บังคับให้ ให้ ให้กับทุกคนจนรู้สึกว่าไม่มีอะไรเป็นของตนเองหรือสมบัติของตนเองเลย เมื่อเป็นไปได้จึงไม่อยากจะให้ของกับคนอื่น เพราะไม่มีจุดประสงค์ที่จะให้ เขาเรียกว่าสุดโต่งเกินไป

กรณีที่ 2 ปล่อยตามใจ
คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะคิดว่าการที่ลูกไม่ต้องให้ใคร ทางนี้จะเหมาะเจาะ เพราะพัฒนาการของลูกยังไม่อยากให้ ยังหวงของอยู่ก็ไม่ต้องสอนให้ลูกให้ซะเลยหมดเรื่อง

โอ๊ะ...!! อย่าให้ถึงขนาดนั้นเลย เพราะว่าในอนาคตลูกอาจจะไม่เห็นความสำคัญของการให้ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นคนนึกถึงแต่ตัวเอง ทำให้ลูกอาจจะมีปัญหาในการเข้าสังคมอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ไม่มีเพื่อนเล่น หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง ไม่มองคนรอบข้าง อย่างนี้ไม่ค่อยจะดีนักค่ะ


กรณีที่ 3 เลือกทางสายกลาง
เรามาว่าถึงเรื่องทางสายกลางด้วยการให้เมื่อควรให้ หวงเมื่อควรหวงดีกว่า เมื่อเรารู้ว่าเจ้าหนูหวงของ ไม่ยอมให้ใครเล่น มีทางออกอย่างนี้ค่ะ
  • พูดคุยสอนลูกทุกครั้งที่มีโอกาส เช่น ของที่หนูมีหนูเล่นได้ แต่ของเล่นชิ้นหนึ่งเล่นได้หลายคน ถ้าเพื่อนมาขอเล่นแล้วหนูพร้อมจะให้ค่อยให้ก็ได้ ถ้าหนูไม่อยากให้ก็บอกว่าอย่าจ้ะ

    ถ้าหนูเอาของเล่นคนอื่นมาไว้กับตัวเองหมด หนูจะไม่มีคนเล่นด้วย
    ถ้าหนูอยากเล่นของคนอื่นให้บอกเพื่อนว่าแลกกัน หนูก็จะได้ของเล่นชิ้นใหม่ ถ้าเพื่อนบอกว่าอย่า หนูก็ต้องรู้ว่าเพื่อนยังเล่นอยู่นะ

  • เบี่ยงเบนความสนใจไปสู่สิ่งอื่น หรือพาออกไปจากสถานที่นั้น เพราะความจริงแล้วเด็กวัยนี้ลืมง่าย ความสนใจมีระยะเวลาสั้น ถ้ามีของที่น่าสนใจกว่าก็จะช่วยได้

  • หาของเล่นที่น่าสนใจมาสำรองไว้สัก 1-2 ชิ้น แล้วเอาของใหม่ไปให้ยามที่แย่งของกัน ที่สำคัญศึกจะสงบได้ ต้องจับแยกอยู่กันคนละพื้นที่ดีที่สุดค่ะ
เรื่องเด็กหวงของ ทะเลาะแย่งของกัน เป็นเรื่องธรรมดาของหนูๆ เขานะคะ ตราบใดที่ผู้ใหญ่สามารถควบคุมและยุติไม่ให้เขาเลยเถิดไปได้ ก็ไม่ต้องเป็นกังวล ยึดหลักการว่าให้ลูกได้เห็น และได้ซึมซับสิ่งที่ถูกต้องอยู่สม่ำเสมอ วันหนึ่งเมื่อเติบโตขึ้นเขาก็จะพัฒนาบุคลิกภาพโดยมีคำสั่งสอนและแบบอย่างของพ่อแม่เป็นพื้นฐานที่สำคัญค่ะ


(update 25 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 117 กรกฎาคม 2548]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600