ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไรหรอกนะคะ ถ้าลูกของเราจะมีน้ำหนักหรือส่วนสูงต่างจากเด็กวัยเดียวกันบ้าง
เพราะพัฒนาการทางร่างกายของเด็กแต่ละคนแตกต่างกันตามลักษณะกรรมพันธุ์ของแต่ละครอบครัวและสิ่งแวดล้อม
ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดถึงขวบปีที่ 2 จะมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว ลูกเราอาจตัวเตี้ยกว่าเด็กวัยเดียวกัน
แต่ถ้าค่าเฉลี่ยของความสูงและน้ำหนักเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ก็ถือว่าเป็นการเติบโตที่เป็นปกติค่ะ
คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งกังวลไปว่าลูกมีภาวะตัวเตี้ย เพราะการจะลงความเห็นไปอย่างนั้น
เราต้องอาศัยระยะเวลาสังเกตลูกอยู่พักใหญ่ ซึ่งถ้าหากลูกอายุพ้นขวบปีที่ 2 ไปแล้ว
คุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกยังใส่เสื้อผ้าขนาดเท่าเดิม รองเท้าเบอร์เดิม ตัวเล็กเหมือนเดิม
อย่างนี้แล้วตามความเห็นของ พญ.ไพรัลยา สวัสดิ์พานิช กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคต่อมไร้ท่อและเบาหวานเด็ก
คาดว่าลูกอาจเข้าข่ายภาวะตัวเตี้ยแล้วล่ะค่ะ
เมื่อไรจึงเรียกว่าตัวเตี้ย
เมื่อได้ยินอย่างนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งตกใจไปว่าลูกเรามีความผิดปกติมากกว่าลูกคนอื่นนะคะ
เพราะภาวะตัวเตี้ยไม่ได้เกิดจากลักษณะที่เรามองเห็นเพียงอย่างเดียวต้องอาศัยการวัดส่วนสูง
และชั่งน้ำหนักของลูกเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานด้วย และสาเหตุของภาวะตัวเตี้ยนั้น พญ.ไพรัลยา สวัสดิ์พานิช
กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคต่อมไร้ท่อและเบาหวานเด็ก อธิบายว่า ภาวะตัวเตี้ยของลูก คือ
ภาวะที่ส่วนสูงที่วัดได้มีค่าน้อยกว่าค่าปกติของเพศและอายุของเด็กในช่วงนั้นๆ (น้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ไทด์ที่ 3)
แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ตัวเตี้ยแบบปกติ และ กลุ่มที่ตัวเตี้ยแบบผิดปกติ
กลุ่มที่ตัวเตี้ยแบบปกติคือ เด็กมีภาวะตัวเตี้ยวแต่ร่างกายยังแข็งแรงดี ไม่มีอาการเจ็บป่วยที่น่าเป็นห่วง
เด็กกลุ่มนี้มีมากกว่า 60% ของเด็กที่มีภาวะตัวเตี้ยที่เข้ามารับคำปรึกษา
ภาวะตัวเตี้ยแบบปกติ มาจาก 2 สาเหตุ
- สาเหตุแรกเกิดจากกรรมพันธุ์ คือ ลูกจะมีความสูงสัมพันธ์กับความสูงของพ่อแม่
ถ้าพ่อหรือแม่ตัวเตี้ยลูกก็ตัวเตี้ยด้วยมีปัจจัยทางกรรมพันธุ์เป็นตัวกำหนดความสูง สาเหตุนี้ไม่สามารถแก้ไขได้
แต่ไม่กระทบต่อสุขภาพและพัฒนาการด้านอื่นและลูกยังสามารถเติบโตได้ในเกณฑ์ปกติ
- อีกสาเหตุเรียกว่า ภาวะม้าตีนปลาย กลุ่มนี้จะสังเกตได้คือ ช่วงแรกเกิดถึงขวบปีที่สองลูก
จะมีพัฒนาการทางร่างกายเติบโตในเกณฑ์ปกติ แต่เมื่อพ้นช่วงขวบปีที่สองไปแล้วการเจริญเติบโตจะเริ่มช้าลง
เส้นกราฟการเจริญเติบโตจะต่ำกว่าช่วง 2 ขวบแรก หลังจากนั้นเด็กจะเจริญเติบโตต่อไป
คือมีความสูงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5 เซนติเมตรต่อปี ลูกจะเข้าสู่วัยหนุ่มสาวช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน
อายุกระดูกช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน 1-2 ปี ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการที่พ่อแม่มีประวัติเข้าสู่ภาวะหนุ่มสาวช้ากว่าปกติ
เช่น คุณแม่มีประจำเดือนช้า (อายุ 15-16 ปี) คุณพ่อเสียงแตกหรือมีหนวดช้า และมักพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง
แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ เพราะลูกมีสุขภาพแข็งแรงเหมือนเด็กทั่วไป
อย่างไรเรียกว่าตัวเตี้ยผิดปกติ
ลักษณะเด็กตัวเตี้ยที่ผิดปกติจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 ของภาวะตัวเตี้ย คือลูกมีความผิดปกติซ่อนเร้นอยู่
เช่นลูกไม่เพียงแต่ตัวเตี้ยอย่างเดียวแต่โตช้าด้วย ภาวะตัวเตี้ยที่ผิดปกตินี้หากคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจวัดส่วนสูง
ชั่งน้ำหนักลูกประจำจะสังเกตเห็นว่า เส้นกราฟการเจริญเติบโตของลูกเบี่ยงออกจากเส้นปกติไปเรื่อยๆ และมี
การเพิ่มของความสูงน้อยกว่า 5 เซนติเมตรต่อปี ส่วนอาการอย่างไรเรียกว่าตัวเตี้ยนั้น พญ.ไพรัลยา
กล่าวว่า
" สิ่งที่บ่งชี้ว่าลูกตัวเตี้ยผิดปกติ ได้แก่ เด็กจะมีการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ อัตราการเจริญเติบโตน้อยกว่าปกติ
ในเด็กอายุ 4-9 ปี แต่ละปี ควรสูงขึ้นไม่น้อยกว่า 5 ซม. ถ้าน้อยกว่านี้เข้าข่ายผิดปกติ
ต่อมาคือความสูงที่เขียนลงไปในกราฟการเจริญเติบโตต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ สามารถติดตามได้เวลาไปตรวจกับแพทย์ประจำปี
เพราะแพทย์จะวัดน้ำหนักและส่วนสูงไว้ หากเบี่ยงเบนถือว่าผิดปกติ นอกจากนี้การมองเห็นจากภายนอก
เช่น ขนาดเสื้อผ้าหรือรองเท้าไม่เปลี่ยนหรือมีคนทักว่าตัวเล็ก พ่อแม่จะรู้สึกเอะใจกับภาวะการเจริญเติบโตช้าของลูก"
สาเหตุของภาวะตัวเตี้ยแบบผิดปกติมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน สาเหตุแรกคือ
ระหว่างตั้งครรภ์แม่มีปัญหาสุขภาพ เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่หรือดื่มสุรา
หรือมีปัญหารกเสื่อม ซึ่งเด็กที่คลอดออกมาจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ แต่ส่วนใหญ่จะโตทันเพื่อน
ในช่วงเวลาขวบครึ่งถึง 3 ขวบ แต่จะมีส่วนน้อยซึ่งเป็นเด็กตัวเล็กไปตลอด สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ
ภาวะโภชนาการไม่ดี เด็กมักมีปัญหาการกินอาหารไม่เพียงพอ ไม่ครบ 5 หมู่ หรือเป็นอาหารที่มีแคลอรี่น้อย
สังเกตได้จากลูกตัวเตี้ยและมีร่างกายผอมด้วย ซึ่งถ้าเปลี่ยนการบริโภคอาหารใหม่ให้ได้คุณค่าครบถ้วน
เด็กจะมีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น
รหัสกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติ ก็ส่งผลให้เด็กเกิดภาวะตัวเตี้ยได้เช่นกัน หรือสาเหตุจากความผิดปกติของกระดูก
ซึ่งสังเกตจากการเจริญเติบโตที่ไม่สมส่วน บางคนตัวยาวแขนขาสั้น บางคนแขนยาวขาสั้น
รวมถึงโรคเรื้อรังในระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน
ที่มีอาการแสดงให้เห็นความผิดปกติอย่างอื่นร่วมด้วย หรือลูกถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีต่อจิตใจ
ซึ่งเคยมีการศึกษาทดลองนำเด็กจากสภาพแวดล้อมที่กดดันต่อจิตใจออกจากสภาพแวดล้อมนั้น
และเลี้ยงดูแบบปกติเหมือนเด็กทั่วไป ปรากฏว่าเด็กมีพัฒนาการทางการเจริญเติบโตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
และสาเหตุสุดท้าย คือ ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อหรือฮอร์โมน เช่น ภาวะการขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone)
หรือฮอร์โมนไทรอยด์ กลุ่มนี้เด็กจะเติบโตช้า ตัวเตี้ย แต่ไม่ผอม
เลือกผู้ช่วยด้านความสูงให้ลูกน้อย
มาถึงตอนนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่คงเกิดคำถามขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะว่า การรักษาภาวะตัวเตี้ยของลูก
มีวิธีการรักษาได้กี่วิธีและรักษาอย่างไร พญ.ไพรัลยา สวัสดิ์พานิช อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
" การรักษาโดยทั่วไปจะมุ่งเน้นที่สาเหตุเฉพาะนั้นๆ ถ้าเป็นสาเหตุจากกรรมพันธุ์ไม่สามารถรักษาได้
แต่ถ้าเป็นสาเหตุเนื่องจากภาวะม้าตีนปลาย เมื่อโตขึ้นมาเด็กอาจจะมีปัญหาทางจิตใจจากการที่เพื่อนล้อ
แพทย์อาจพิจารณาให้ฮอร์โมนเพศในระยะสั้น เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเจริญเติบโตและร่างกาย"
ส่วนในกรณีตัวเตี้ยแบบปกติ หากเกิดจากภาวะโภชนาการไม่ดี ควรแนะนำและส่งเสริมให้เด็กได้แคลอรี่ที่เพียงพอ
ซึ่งอาจต้องปรึกษาจากนักโภชนาการ เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้เด็ก หากเกิดจากการขาดฮอร์โมนบางชนิด
เด็กควรได้ฮอร์โมนทดแทนเป็นการแก้ตามสาเหตุของโรค
การรักษาด้วยการฉีดฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ไม่จำเป็นสำหรับการรักษาในเด็กที่ตัวเตี้ยทุกคน
ทั้งนี้ต้องดูว่า สาเหตุของภาวะตัวเตี้ยในเด็กคืออะไรและรักษาให้ตรงจุด ถ้าเป็นภาวะตัวเตี้ยแบบปกติก็ไม่จำเป็นต้องรักษา
การรักษาด้วยฮอร์โมนการเจริญเติบโตนั้นเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก และมีข้อบ่งชี้ในเด็กตัวเตี้ย
ที่เกิดจากการขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตจริงๆ หรือเด็กเป็น Turner syndrome และเด็กที่มีไตวายเรื้อรัง
ส่วนการให้ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ในเด็กตัวเตี้ยที่เกิดจากสาเหตุอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมา
แพทย์จะต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป เพราะนอกจากค่าใช้จ่ายจะสูงแล้วยังอาจไม่ได้ผลดีนัก
คุณพ่อคุณแม่หลายท่านเข้าใจว่าการให้แคลเซียมจะช่วยให้ลูกสูง
การให้แคลเซียมแก่ลูกนั้นเป็นสิ่งดีและมีประโยชน์ แต่ประโยชน์ในแง่ความสูงนั้นไม่ชัดเจน
สิ่งที่ชัดเจนแน่นอนคือในช่วงวัยเด็กถึงวัยรุ่นจะเป็นช่วงวัยในการสะสมมวลกระดูกมากที่สุด
เป็นช่วงที่ทำให้กระดูกแข็งแรง ฉะนั้นเด็กที่อยู่ในช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโตควรที่จะได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ
ต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เพื่อส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูก อย่างไรก็ตามควรรับประทานแคลเซียมให้เพียงพอ
ซึ่งอาหารที่มีสารแคลเซียมมาก ได้แก่ โยเกิร์ต นมสด ผักใบเขียว เช่น ผักคะน้าและปลาเล็กปลาน้อย พญ.ไพรัลยา กล่าว
เผชิญภาวะตัวเตี้ยอย่างมีกึ๋น
ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่ให้ความสนใจและตื่นตัวในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เด็กที่มาปรึกษาแพทย์ก็มากขึ้น
และมีเด็กตัวเตี้ยในแบบปกติกว่า 60% ส่วนอีก 40% จะมีสาเหตุมาจากอาหารไม่พอ ภาวะทางกรรมพันธุ์
โรคเรื้อรังและภาวะขาดฮอร์โมน คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกตัวเตี้ยกว่าเด็กวัยเดียวกัน มักเกิดความกังวลใจ
เมื่อรู้ว่าลูกเรามีภาวะตัวเตี้ย ลูกเองก็เกิดความกังวลจากการถูกคนรอบข้างล้อว่าตัวเตี้ย
เกิดความรู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกมีร่างกายไม่เหมือนเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง
ทั้งที่ตัวลูกเองมีความสามารถเหมือนคนปกติทั่วไป ซึ่ง พญ.ไพรัลยา สวัสดิ์พานิช แนะนำว่า
คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความรักเอาใจใส่ลูกให้เจริญโตเป็นเด็กที่สมบูรณ์ ให้กำลังใจ และควรให้คำปรึกษาแก่ลูก
บอกว่า ภาวะตัวเตี้ยไม่ใช่เรื่องแปลก และคุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมความสามารถที่โดดเด่นของลูเกพื่อให้ลูกเกิดความมั่นใจ
ส่งเสริมด้านโภชนาการของลูกให้สารอาหารครบ 5 หมู่และได้อาหารที่มีประโยชน์และส่งเสริมให้ลูกออกกำลังกาย
พ่อแม่ควรติดตามการเจริญเติบโตของลูก โดยการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงของลูกทุก 4-6 เดือน
และควรให้ลูกได้รับการตรวจสุขภาพจากแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นอกเหนือจากการได้รับวัคซีนเสริมภูมิต้านทาน
แล้วควรให้ลูกได้รับการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง หากพ่อแม่พบความผิดปกติควรรีบปรึกษากุมารแพทย์
หรือกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว
(update 28 มีนาคม 2005)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 ตุลาคม 2547 ]
|