ผจญภัยละแวกบ้าน ต้องระวัง


อุแว้ อุแว้ แปลว่า หนูหิวนมจัง หรือ หนูฉี่แล้วแม่ ฯลฯ
อ้อแอ้ อ้อแอ้ แปลว่า หนูรักแม่จัง ขอหนูกินนมแม่หน่อยนะ ฯลฯ

ไม่ว่าลูกจะส่งเสียงร้อง ส่งเสียงอ้อแอ้... บางครั้งก็บริหารปากด้วยการเล่นน้ำลาย หรือบางทีก็เปล่งเสียงพูดที่อาจจะยังฟังไม่รูเรื่องสักเท่าไหร่ เหล่านี้ล้วนเป็นอีกกิจกรรมทางภาษา หรือจะเรียกว่าพัฒนาการทางภาษาของลูกค่ะ ซึ่งกว่าที่ลูกน้อยจะพูดได้ชัดเจนเหมือนผู้ใหญ่ อวัยวะในการออกเสียง เช่น ริมฝีปาก ลิ้น เพดานอ่อน เพดานแข็ง ลิ้นไก่ ผนังคอด้านใน จะต้องมีความพร้อมเสียก่อน รวมทั้งต้องมีแบบอย่างการพูดที่ดีด้วยนะ และจะต้องพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งก็ต้องได้รับการส่งเสริมที่ดีจากครอบครัวค่ะ


พัฒนาการของ “ภาษา”
  • แรกเกิด-1 เดือน
    การร้องของลูกเป็นการสื่อภาษาที่ลูกน้อยแสดงออกถึงความต้องการ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกออกเสียง ฝึกการเคลื่อนไหวของอวัยวะเกี่ยวกับการออกเสียง รวมทั้งยังเป็นการที่ลูกน้อยได้รู้จักเสียงของตัวเองด้วย

    การส่งเสริม คุณแม่ควรพูดคุยกับลูกในทุกๆ เรื่อง เป็นภาษาพูดปกตินะคะ เพราะการพูดคุยจะเป็นเสมือนการใส่สิ่งเร้าให้กับลูก รวมทั้งการร้องเพลงให้ลูกฟังด้วยค่ะ

  • 2-3 เดือน
    เสียงร้องของลูกวัยนี้จะกลายเป็นเสียงอ้อแอ้แล้ว ลูกจะชอบเล่นกับเสียงตัวเอง และมองหาที่มาของเสียง บางครั้งดูเหมือนกับลูกเล่นน้ำลาย ซึ่งก็เป็นการฝึกอวัยวะเกี่ยวกับออกเสียงเช่นกัน

    การส่งเสริม การพูดคุยร้องเพลงให้ลูกฟังยังคงทำอยู่นะคะ แต่ช่วงนี้คุณแม่สามารถอุ้มลูกไปนอกบ้าน เพื่อชี้ชวนให้ลูกดูสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวได้บ้างแล้ว

  • 4-5 เดือน
    ลูกน้อยเริ่มมีปฏิสัมพันธ์ทางเสียง เช่น เมื่อพ่อแม่คุยด้วยลูกจะหยุดฟังเสียง ทำท่าเหมือนเลียนเสียงตาม และหันหาเสียง การใช้ภาษาของลูกวัยนี้คือการเปล่งเสียงต่างๆ ออกมาค่ะ

    การส่งเสริม เพื่อเป็นการฝึกทักษะในการหัดฟัง ฝึกรอคอยและสื่อสารขณะพูดคุยกับลูก เช่น คุณแม่พูดกับลูกว่า หม่ำหม่ำ เสร็จแล้วให้หยุดนิดหนึ่งเป็นการเว้นระยะเพื่อให้ลูกตอบกลับ ลูกวัยนี้จะมีความสามารถตอบกลับแล้ว โดยจะออกเสียงให้รู้ค่ะ

  • 6-7 เดือน
    พัฒนาการการพูดของลูกเริ่มมีภาษาเป็นพยัญชนะบวกสระแล้วค่ะ เช่น บะ กะ มะ โดยเริ่มต้นเป็นเสียงเดี่ยวก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาขึ้นเป็นเสียงซ้ำๆ หลายๆ เสียง

    การส่งเสริม เริ่มให้ลูกดูหนังสือที่มีรูปภาพ ลูกทำอะไรก็พูดไปด้วย เช่น ขณะอาบน้ำให้ลูกก็บอกกับลูกว่า หนูกำลังอาบน้ำอยู่นะ หรือกำลังล้างก้นก็จะพูดว่าแม่กำลังล้างก้น ทำอย่างนี้บ่อยๆ และทุกๆ ครั้งลูกจะเริ่มเชื่อมโยงได้ว่า อย่างนี้เรียกว่าอาบน้ำ อย่างนี้เรียกว่าล้างก้น

  • -8-9 เดือน
    รู้จักคำว่า “ไม่” ออกเสียงได้หลายพยางค์ เช่น บาบา จ๋า จ๊ะ ชอบเล่นจ๊ะเอ๋เลียนแบบท่าทาง

    การส่งเสริม ยังคงอ่านหนังสือให้ลูกฟังเหมือนเดิมค่ะ ช่วงนี้ลูกจะชอบเรื่องคำกลอน คำคล้องจอง เพราะสามารถจับพื้นฐานของเสียงที่คล้ายคลึงกันได้ ซึ่งจะเป็นทักษะในการอ่านหนังสือเมื่อโตขึ้น ควรเลือกนิทานที่เป็นเรื่องสั้นๆ มีคำกลอนหรือคำคล้องจองอ่านให้ลูกฟังนะคะ

  • 10-12 เดือน
    วัยใกล้ขวบอย่างนี้ลูกเริ่มโต้ตอบอย่างมีความหมาย ออกเสียง ปาปะ มามะ แบบไม่เฉพาะเจาะจง เช่น เห็นพ่อก็อาจจะเรียกมะ เห็นแม่เรียกปะ พอใกล้ 11-12 เดือนจะเข้าใจความหมาย พอเห็นพ่อจะรู้แล้วว่าคนนี้จะเรียกปาปะ เห็นแม่ก็จะเรียกมามะ หรือเรียกชื่ออื่นตามที่คุณแม่จะสอน

    การส่งเสริม พยายามพูดคำต่างๆ แล้วให้ลูกพูดตาม ช่วงขวบปีแรกนี้ เน้นคำเดี่ยวๆ คุณแม่ไม่ต้องกังวลถ้าลูกไม่พูดตาม เพราะส่วนใหญ่เด็กๆ จะพูดคำที่มีความหมายคำแรกเมื่ออายุประมาณ 1 ขวบ แต่ในช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นการใส่ข้อมูลให้ลูกไปก่อนไงคะ

(update 2 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 267 เมษายน 2548]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600