ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ ที่ลูกของเราจะจดจำเอาคำศัพท์ที่ไม่เข้าหูมาพูดให้เราฟังที่บ้านบ้าง
ทั้งๆ ที่เราเองก็ไม่ได้สอนหรือบางบ้านอาจจะพบว่า บางทีคำที่เราสอนเขาก็ไม่จำมาพูด
ดันจำเอาคำที่เราไม่ได้สอน ครั้นเราบอกว่าไม่เอาไม่พูดนะลูกไม่เพราะเลย
คุณเธอก็ยิ่งพูดบ่อยกว่าเดิมซะอีกแน่ะ เมื่อห้ามกันดีๆ ไม่สำเร็จ ก็ต้องมีไม้ตายกันบ้างล่ะ
พูดหยาบ...พัฒนาการของหนู ?
คุณพ่อคุณแม่ขาเข้าใจไว้หน่อยนะคะว่า วัยนี้น่ะสนุกกับการพูด หัดเรียนรู้คำใหม่ๆ
ได้ยินคำพูดแปลกๆ ใหม่ๆ มาล่ะก็ มันอดไม่ได้ค่ะที่จะนำมาพูดให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง
บางคำพ่อแม่อย่างเราฟังแล้วหน้าร้อนผ่าวๆ หรือถึงกับหยุดชะงัก เจ้าตัวเล็กเขาก็เข้าใจไปว่า
คำที่เขาพูดน่ะเรียกร้องหรือดึงความสนใจจากพ่อแม่ได้ ยิ่งถ้าพ่อแม่คนไหนเต้นเป็นเจ้าเข้า
รีบบ่นห้ามโน่นห้ามนี่ล่ะก็ เจ้าตัวเล็กยิ่งสนุกพูดซ้ำอยู่อย่างนั้นล่ะค่ะ
จริงๆ แล้วลูกเราอาจจะจำคำพูดหยาบๆ มาบ้าง แล้วมาพูดกับเรา
แต่โปรดเข้าใจนะคะว่าลูกไม่รู้ความหมายหรอก พูดไปอย่างนั้นล่ะ
อย่าเข้าใจผิดว่าลูกมีเจตนาตามที่พูดจริงๆ เขาก็แค่หัดพูดตามธรรมดา
แต่แค่หัดพูดคำที่เราไม่ได้สอนเท่านั้นล่ะ เพราะฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะสอนให้ลูกรู้ว่า
คำที่เขาพูดมานั้น มีความหมายที่ไม่ดีเอาซะเลย เขาก็จะค่อยๆ เรียนรู้สั่งสมประสบการณ์ไปเองค่ะ
คำหยาบ...จำมาจากไหน
คำพูดบาดหูเหล่านี้มีที่มาอยู่ไม่กี่ที่หรอกค่ะ ลองหาสาเหตุกันหน่อยดีมั้ยคะว่า
เจ้าตัวยุ่งไปจำมาจากไหน จะได้แก้ไขกันให้ถูกจุด หลักๆ ก็คงไม่พ้น 3 สาเหตุนี้
1. เพื่อน จะเป็นเพื่อนที่โรงเรียนหรือเพื่อนข้างบ้าน ในโรงเรียนมีเด็กมากมายค่ะ
เราคงคาดหวังให้เด็กพูดเพราะทุกคนไม่ได้ คำบางคำเด็กๆ เขาพูดกันแล้วขำ
บางทีเห็นเพื่อนพูดแล้วก็พูดตาม หรือบางครั้งพูดแล้วได้ผลเพื่อนสนใจก็จำมาพูด
2. ที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่หรือคนในบ้านบางทีอาจไม่รู้ตัวว่ามีหูเรด้าคอยแอบฟังอยู่
มีบ่อยนะคะที่เราคุยโทรศัพท์กับเพื่อน แล้วพูดจาประสาเพื่อนหลุดคำไม่พึงประสงค์ออกมาบ้าง
เผอิญเจ้าตัวเล็กเข้ามาได้ยินพอดิบพอดี ก็นำไปพูดแบบไม่ได้เจตนาเหมือนกันบังเอิญว่าได้ยินมาไง
3. ทีวี โอ๊ย....ละครบ้านเรานี่ตัวดีเลยค่ะ เวลาที่นางอิจฉาวีนแตกใส่นางเอก
...แม่ตัวดี นังตัวร้าย...อย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเจ้าลูกของเราก็ดั้นไม่จำบทนางเอกซะด้วยนะ
จำแต่คำพูดนางอิจฉามาซะอย่างนั้น แล้วก็มาพูดกับเพื่อนกับพ่อแม่
พูดแบบนี้สิ...น่ารัก
ไม่ว่าลูกเราจะจำเอาคำพูดไม่น่ารักมาจากไหนก็ตาม พ่อแม่อย่างเราก็ต้องไม่ปล่อยผ่านเลยค่ะ
อย่าคิดว่า เออปล่อยไปเถอะ เดี๋ยวโตขึ้นก็เข้าใจเองล่ะ เข้าใจน่ะเข้าใจอยู่ค่ะ
แต่เขาจะกลายเป็นเด็กที่พูดจาไม่เพราะ ไม่น่าฟัง เพราะมันติดปากซะแล้ว
แต่ลูกเราต้องเจอต้องอยู่ร่วมกับคนอีกเยอะแยะ เขาอาจจะกลายเป็นคนพูดจาไม่รู้กาลเทศะ
เพราะฉะนั้นเรามาฝึกให้เขาพูดเพราะๆ ดีกว่า ก็แหม...เรื่องอบรมเลี้ยงดูมันเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้วนี่คะ
- บอกให้ลูกรู้ความหมายค่ะ คำที่เขาพูดน่ะมีความหมายว่ายังไง
เขาอาจจะไม่ได้เข้าใจในทีเดียวแต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องค่อยๆ สอนค่ะ เพราะมีคำมากมายที่ลูกต้องเรียนรู้
ค่อยๆ บอกกันไปค่ะ อย่าดุ อย่าว่า เพราะเขาจะจำเอาไว้ใช้เรียกร้องความสนใจจากคุณ
- เวลาลูกพูดซ้ำๆ ก็เฉยๆ ซะ ไม่หัวเราะ ไม่ยิ้ม ไม่ดุ บอกแต่ว่าหนูพูดไม่เพราะเลย
แม่ไม่คุยกับคนพูดไม่เพราะนะคะ เขาจะเรียนรู้ว่าพ่อแม่ไม่ได้สนใจกับเด็กที่พูดจาไม่น่ารัก
- อย่าไปตีค่ะ ไม่ค่อยได้ผลหรอก อย่าลืมนะคะว่าเขาพูดโดยไม่เข้าใจความหมาย
แล้วคุณไปตีเขาเนี่ย เขาก็จะไม่เข้าใจว่าตัวเองมีความผิดอะไร กลับไปสร้างแรงจูงใจในทางลบให้กับลูกแทน
เขาอาจจะท้าทายสรรหาคำพูดหยาบคำอื่นๆ มาพูดกับเราอีก
- เลือกรายการทีวีให้ลูกค่ะ อย่าปล่อยลูกไว้กับหน้าจอทีวีมากนัก แต่เลือกรายการดีๆ ให้ลูก
และใช้เวลาดูกับลูก เพื่อเราจะมีโอกาสสอนและบอกเล่าในสิ่งที่เหมาะสมแก่ลูกค่ะ
- เป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ ต้องไม่พูดคำหยาบต่อหน้าลูก จะให้ดีลับหลังก็ไม่ควรพูดด้วย
เพราะเด็กวัยนี้ช่างจดช่างจำ แล้วถ้าคุณว่าเขา แล้วเข้าย้อนมาว่าเอาคำหยาบมาจากคุณ
ทีนี้จะทำยังไงล่ะค่ะ ลองสำรวจตัวเองหน่อยว่าช่วงเวลาแบบไหน สถานการณ์อย่างไร
และใครที่เราคุยด้วยแล้วมักจะหลุดคำไม่รื่นหูออกมา ก็ต้องใส่ใจกับช่วงเวลานั้นเป็นพิเศษ
พูดเพราะในโรงเรียน
โรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญค่ะ ที่จะช่วยให้เด็กตัวน้อยพูดคำที่ฟังรื่นหูมากกว่าคำหยาบ
ยิ่งโรงเรียนเป็นที่ที่มีเด็กตัวเล็กๆ อยู่รวมกันเป็นจำนวนมากๆ ด้วยแล้ว
การจะพูดคำหยาบตามอย่างกันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่บ้านเยอะค่ะ ครูตั๊ก ชิโนรส
หมวกใส่เพ็ชร จากโรงเรียนเกษมพิทยาบอกว่าให้ใช้วิธีแบบนี้ดูค่ะ
- สอนเด็กๆ ด้วยเหตุผล บางครั้งเมื่อมีเด็กพูดคำหยาบก็จะมีเพื่อนๆ มาฟ้อง ก็ไม่ต้องทำโทษค่ะ
เรียกเขามาคุยสอนด้วยเหตุผล แล้วอย่าใจร้อน เขาอาจจะยังพูดอีก แต่เราก็ยังต้องคอยบอกคอยสอนเขาไป
ใจเย็นๆ เด็กๆ จะเลิกพูดไปเอง ถ้าเราไม่สนใจ
- เล่านิทานให้ฟัง บางครั้งการบอกตรงๆ อาจจะดึงดูดความสนใจไม่ดีเท่ากับการเล่านิทาน
เวลาที่เราเล่าเราก็ใส่เนื้อหาหรือบอกว่าการพูดคำหยาบไม่น่ารัก ไม่มีใครคบเสริมไปด้วยก็ได้ค่ะ
- อาจจะมีเด็กบางคนที่พูดไม่เพราะ เพราะติดนิสัยมาจากที่บ้าน เราก็ต้องคอยบอกเด็กๆ คนอื่นๆ
ค่ะว่าให้พูดกับเพื่อนเพราะๆ ให้เพื่อนๆ เตือนกันเองว่า พูดแบบนี้ไม่เพราะนะ ไม่น่ารัก
แล้วก็ปรึกษากับผู้ปกครอง เพื่อร่วมกันปรับพฤติกรรมที่บ้านร่วมกันด้วย
- ที่บ้านและที่โรงเรียน ต้องร่วมมือกัน คอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมเด็กๆ
และมีแนวทางการสอนการบอกเด็กๆ ในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ได้ผลและเด็กไม่สับสน
อ้อ...การสอนลูกพูดเพราะๆ ทำได้และควรทำตั้งแต่ลูกเริ่มหัดพูดเลยนะคะ
ไม่ต้องรอเขาโตมากๆ หรอกค่ะ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นอาจสายเกินแก้ได้
(update 5 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 265 กุมภาพันธ์ 2548 ]
|