ใครๆ ที่เห็นเด็กวัยนี้ชอบกระโดดโลดเต้นไปตามจังหวะเพลง ฮัมเพลงแบบถูกบ้าง ผิดบ้าง
หรือหยิบนั่นหยิบนี่มาเคาะให้เกิดเสียง คงคิดว่าเป็นแค่เรื่องสนุกประสาเด็ก แต่รู้หรือเปล่าคะว่า
เบื้องหลังความสนุกง่ายๆ เหล่านี้มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับหนูๆ เขาเยอะเชียวค่ะ
ไม่เชื่อลองชวนลูกทำเสียงดนตรีเล่นสิคะ
ดนตรีเป็นหนึ่งในหลายๆ วิธีที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของสมองทำให้เส้นใยประสาทแตกแขนงมากขึ้น
โดยเฉพาะไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองในส่วนที่เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์ความทรงจำ
ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ และสามารถจดจำสิ่งที่ตนเองเรียนรู้ได้ดี
เสียงทุ้ม แหลมของดนตรีที่เด็กๆ ได้ยิน มีผลต่อการทำงานของสมองส่วนอารมณ์
ดนตรีที่มีเสียงละเอียดอ่อนส่งผลให้มีอารมณ์และจิตใจที่อ่อนโยนเมื่อเราฟังดนตรี ร่างกายจะสบาย
ผ่อนคลาย มีความสงบเกิดขึ้นในจิตใจ มีสมาธิจดจ่อและเกิดจินตนาการตามเสียงที่ได้ยิน
ดนตรีที่มีจังหวะเหมาะสมและมีระดับเสียงความดังพอเหมาะ ประมาณ 60-70 เดซิเบล
จะช่วยให้สมองมีภาวะสมดุล ทำให้พร้อมต่อการเรียนรู้มากขึ้น
เพราะภาษาของลูกวัยนี้จะเกิดจากการเลียนแบบเป็นส่วนใหญ่ การใช้ท่วงทำนองเพลงที่สนุกสนาน
บวกกับท่าทางประกอบและถ้อยคำง่ายๆ ความคล้องจองของภาษาจากเพลง หรือแม้แต่บทกลอน
จะช่วยให้เด็กๆ เลียนเสียง และจดจำคำศัพท์ใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น เป็นการสร้างพื้นฐานเบื้องต้นที่ดี
เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาภาษาในระดับต่อๆ ไป
- พัฒนาการทาง "ดนตรี" ของวัยหนู
หนูวัย 1 ขวบ : เริ่มมีพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็ก เจ้าตัวเล็กสามารถหยิบจับของชิ้นเล็กได้ถนัดมือขึ้นกว่าก่อน
ส่งผลให้การหยิบจับและเคาะเขย่าสิ่งของต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น เจ้าหนูวัยนี้จึงชื่นชอบเครื่องดนตรีประเภทเคาะให้จังหวะเป็นพิเศษ
คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมหาอุปกรณ์ถนัดมือ หรือของเล่นเขย่ามีเสียงเตรียมไว้ให้เขาเล่นสนุกด้วยนะคะ
เด็กวัย 2 ขวบ : พัฒนาการทางภาษาของคุณหนูมีมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการพูดเจ้าหนูจะเริ่มพูดจนน้ำลายแตกฟอง
ทั้งเลียนแบบสำเนียงพูดของพ่อแม่ รู้จักทำเสียงแปลกๆ ร้องเพลงบางตอนได้ สามารถฮัมเพลง เคาะจังหวะไปตามเสียงเพลง
ทำท่าประกอบบทเพลงได้ ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องซ้อมร้องเพลงสนุกๆ หาบทคำคล้องจองต่างๆ
มาร้องและฝึกให้เจ้าหนูร้องหรือพูดตาม
เห็นข้อดีของดนตรีที่มีต่อลูกแล้ว ก็น่าจะให้เจ้าหนูได้รู้จัก คุ้นเคยกับดนตรีตั้งแต่เล็กๆ
และสนับสนุนกิจกรรมดนตรีที่เหมาะสมกับวัยของลูก ถึงคุณจะร้องเพลงเป็นเป็ด หรือไม่เก่งดนตรีชนิดไหนๆ เลย
ก็สามารถสร้างบรรยากาศดนตรีสนุกๆ เพื่อลูกได้ เพราะวัยนี้ลูกยังไม่ต้องถึงขั้นให้หัดเล่นเครื่องดนตรีเป็นเรื่องเป็นราวหรอกค่ะ
แค่วิธีง่ายๆ เหล่านี้ก็ช่วยพัฒนาและสร้างความสนุกให้ลูกแล้วล่ะ
1. สร้างบรรยากาศกันหน่อย เปิดเพลงในจังหวะดนตรีที่เข้ากับบรรยากาศระหว่างที่เจ้าตัวเล็กกำลังกินข้าว
อาบน้ำ หรือนั่งเล่น เพื่อสร้างความสุนทรีย์ให้เกิดขึ้นในบ้าน
ประโยชน์ที่หนูได้ : เสียงดนตรีช่วยให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น อารมณ์ดี และมีจิตใจที่อ่อนโยนขึ้น
2. เครื่องดนตรีจินตนาการ คุณพ่อคุณแม่ควรให้เจ้าตัวเล็กสนุกกับดนตรีแบบเด็ก
โดยอาจใช้ดนตรีของเล่นหรือหาสิ่งของที่ใช้เคาะ ตี เขย่าแล้วเกิดเสียง ซึ่งหาได้จากในบ้าน
เช่น ช้อน หม้อ ตะเกียบ ชามพลาสติก หรือขวดใส่น้ำ หรือแม้กระทั่งกล่องใส่กระดาษเช็ดหน้า
ประโยชน์ที่หนูได้ : เด็กสามารถหยิบและถือของชิ้นเล็กๆ และเคาะจังหวะไปตามเสียงเพลงได้
ช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้พัฒนาเต็มที่และสนับสนุนให้ลูกมีจินตนาการด้วย
3. มาร้องเพลงกันเถอะ เสียงทุ้มๆ ของคุณพ่อและเสียงใสๆ
ของคุณแม่ช่วยกันร้องเพลงสั้นๆ ง่ายๆ หรือถ้านึกสนุกก็แต่งเพลงเองซะเลย ให้เจ้าตัวเล็กได้ขยับตัวเต้นระบำ
ขยับเท้าหรือตบมือเข้าจังหวะดนตรี หรือใช้เพลงเป็นสื่อในการชวนลูกทำกิจวัตรประจำวัน
เช่น ชวนแปรงฟัน ชวนกินผัก เป็นต้น เด็กวัยนี้จะตอบสนองกับเสียงร้องเพลงมากกว่าเสียงเครื่องดนตรี
ประโยชน์ที่หนูได้ : ได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะดนตรี
ช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทำงานเชื่อมโยงและสัมพันธ์กัน จูงใจลูกให้สนใจทำกิจวัตรประจำวันของตัวเอง
และที่สำคัญที่สุดคือความสุขทางใจที่ได้จากท่วงทำนองเพลงและความใกล้ชิดจากพ่อและแม่ค่ะ
4. อย่าลืมเพลงกล่อมก่อนนอน ถึงแม้เสียงคุณจะไม่เข้าขั้นนักร้องเสียงทอง
แต่สำหรับลูกแล้วเป็นเสียงอบอุ่นที่หนูๆ เขาต้องการค่ะ
ประโยชน์ที่หนูได้ : ช่วยให้ลูกเพลิดเพลินและหลับได้ง่ายขึ้น
5. อัลบั้มของหนู อัดเสียงร้องของลูกแล้วเปิดให้เจ้าหนูฟัง
รับรองค่ะว่ากิจกรรมนี้จะมีแต่เสียงคิกคัก ชอบใจของลูก เพราะแกจะสนอกสนใจเสียงตัวเอง
ที่ออกมาจากเครื่องเทปเป็นพิเศษเลยล่ะ
ประโยชน์ที่หนูได้ : สนุกและสนใจกับการร้องเพลง และมีสมาธิมากขึ้น
สำหรับเด็กวัย 1-2 ปี พ่อแม่ควรเริ่มปลูกฝังให้ลูกรู้สึกว่า ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา
วิธีปลูกฝังให้หนูๆ รักดนตรีมีหลายวิธีดังนี้ค่ะ
1. เลือกฟังเพลงที่หลากหลาย เช่น เพลงพื้นบ้าน เพลงไทยเดิม เพลงสากล หรือเพลงกล่อมเด็กจากชนชาติต่างๆ
เพื่อให้เด็กมีประสบการณ์ดนตรีหลากหลาย
2. เล่านิทานเพลง หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับดนตรีที่สนุกสนานให้เด็กฟัง
3. ถ้ามีรายการดีๆ ควรเปิดให้เด็กดู เพื่อสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ
4. ช่วยเด็กคิดประดิษฐ์เครื่องประกอบดนตรีง่ายๆ และให้เด็กลองเล่นด้วยตัวเอง
5. พาเจ้าตัวเล็กไปชมการแสดงดนตรี หรือดูการซ้อมดนตรีจะช่วยให้เด็กพัฒนาทางด้านดนตรี
และมีเจตคติที่ดีในเรื่องดนตรีด้วย
(update 6 มกราคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 8 ฉบับที่ 93 กรกฎาคม 2546 ]
|