แผน (ไม่) ลับ รับรองเล็ก


ท้องสองใกล้คลอดแล้วล่ะ แต่เจ้าคนโตน่ะสิจะโตพอรับรู้ว่าจะมีน้องใหม่รึยังน้า ยิ่งได้ยินได้ฟังมาจากเพื่อนๆ ที่มีลูกสองว่า พอมีลูกคนที่สอง เจ้าคนพี่จะเกิดพฤติกรรมแปลกๆ งอแงมากขึ้นบ้าง ถดถอยลงบ้าง คุณแม่คิดแล้วก็ปวดหัวจัง...

แต่เอาล่ะ...คนเป็นแม่อย่างเราจะต้องไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ มาปฏิบัติการตามแผนกันดีกว่าค่ะ...


เกมน้องหนูอยู่ไหน...

การเตรียมพี่ให้รู้จักน้องใหม่ เริ่มได้ตั้งแต่ตอนคุณแม่ตั้งท้องเลยนะคะ ช่วงเวลา 9 เดือน ลูกจะค่อยๆ รู้สึกสงสัยว่าทำไมหนอท้องของคุณแม่จึงค่อยๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นโอกาสที่คุณแม่จะค่อยๆ แนะนำลูกให้รู้จักน้อง คุณอาจจะจับมือของลูกมาสัมผัสกับท้องของแม่ที่จะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นทุกวันๆ หรือเอาหูของลูกมาแนบที่ท้องในตอนที่น้องในท้องขยับตัวหรือเตะถีบ พร้อมกับเล่าให้ลูกฟังไปด้วยว่า ถ้าน้องคลอดออกมาจะเป็นอย่างไร หรือคุณแม่อาจนำรูปถ่ายของลูกสมัยแบเบาะมาให้ดู เพื่อที่เขาจะได้เห็นภาพตนเองวัยเด็กว่าเหมือนน้องนั่นเองค่ะ


ดูแลน้องง่ายนิดเดียว...

แม้ลูกน้อยวัย 1-2 ขวบ อาจจะยังช่วยเลี้ยงน้องไม่ได้มาเท่าไหร่ แต่คุณแม่ก็ควรพยายามให้ลูก มีส่วนร่วมในการดูแลน้องบ้างนะคะ เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าตนเองมีบทบาทสำคัญ และรู้สึกว่าเป็นพี่ก็ทำประโยชน์ และช่วยเหลือแม่ได้ ลองให้ลูกทำงานง่ายๆ ดูสิคะ เช่น หยิบของส่งให้ ทาแป้งให้น้อง แต่คุณแม่ต้องระมัดระวังว่าพี่อาจจะรู้สึกหมั่นเขี้ยวดึงหู ผมของน้อง เพราะคิดว่าเป็นตุ๊กตาก็ได้ทั้งนั้น ที่สำคัญคือ อย่าปล่อยให้พี่น้องอยู่ด้วยกันตามลำพัง แต่ก็อย่าแยกพี่น้องออกจากกันอย่างเด็ดขาดนะคะ ถ้าลูกกอดหอมน้องหรือช่วยเหลือคุณแม่เล็กๆ น้อยๆ ได้ ต้องรีบชมเชยทันทีค่ะ แผนนี้นอกจากจะฝึกให้ลูกคนโตรู้จักบทบาทความเป็นพี่แล้ว ก็ยังเชื่อมสัมพันธ์น้องพี่ให้แนบแน่นขึ้นด้วยค่ะ


เห็นหน้าน้องครั้งแรก...

เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดสำหรับเจ้าตัวเล็กของเราเลยล่ะค่ะ วันที่พ่อแม่และลูกทั้งสองคนอยู่พร้อมหน้ากันเป็นครั้งแรก เวลาเดียวกันนี้เขาก็จะได้เห็นแม่ใกล้ชิดเด็กอื่นที่ไม่ใช่ตนเองครั้งแรกด้วยเช่นกัน เราจะเดาความรู้สึกของเขาไม่ถูกเลยทีเดียวล่ะ ลูกอาจจะอารมณ์ดี ยิ้มแย้มกับน้องใหม่ แต่บางทีลูกอาจจะร้องไห้งอแงเพื่อเรียกร้องความสนใจของแม่ให้กลับมาอยู่ที่เขาอีกครั้ง แผนนี้คุณแม่จึงควรค่อยๆ เรียกลูกให้เข้ามาดูน้องใกล้ๆ มือหนึ่งของแม่ก็ควรโอบกอดพี่คนโตไว้ด้วย ให้พี่มีโอกาสจับมือเล็กๆ ของน้องบ้าง ลูกจะได้ไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งไงคะ


คุณพ่อก็สามารถ...

เมื่อมีลูกเล็กขึ้นมาใหม่อีกคน แน่นอนว่าเวลาส่วนใหญ่ของคุณแม่ก็ต้องไปทุ่มให้กับเจ้าตัวเล็กเกือบหมด เพราะลูกคนโตพอจะช่วยเหลือตนเองได้บ้างแล้ว จนบางครั้งเจ้าคนโตอาจรู้สึกว่าคุณแม่ไม่รัก ไม่สนใจตนเองเหมือนเดิมอีกแล้ว คราวนี้เจ้าคนโตก็จะมีพฤติกรรมแผลงๆ ตามมา แผนนี้จึงเป็นหน้าที่คุณแม่ที่ต้องเพิ่มความอดทนให้มากขึ้น แบ่งปันเวลาให้ลูกอย่างเท่าเทียมกันให้ได้มากที่สุด ซึ่งคุณพ่อจะช่วยได้มากค่ะ โดยพยายามแบ่งปันความสนใจของลูกคนโตจากแม่มาอยู่ที่คุณพ่อแทนให้มากขึ้นค่ะ


สถานการณ์แบบนี้เกิดบ่อยๆ...
  • แม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้ว
    ถึงเวลาที่คุณแม่ต้องไปคลอดแล้ว ใครล่ะจะดูแลลูกคนโตและเมื่อจู่ๆ ก็หายไปนานๆ แบบนี้ เจ้าลูกคนโตจะรู้สึกอย่างไรนะ ลูกอาจจะรู้สึกกลัวว่าแม่จะทอดทิ้งแล้วหันไปหาลูกคนใหม่แทนก็ได้ ก่อนไปโรงพยาบาลคุณแม่ควรเรียกลูกมาบอกว่าเดี๋ยวอีก 2-3 วัน แม่จะไม่อยู่นะ ในวันที่คุณแม่ต้องวุ่นวาย ควรจะมีคนดูแลลูกอย่างใกล้ชิดสักคน อาจเป็นคุณพ่อหรือคนที่ใกล้ชิด ลูกจะได้ไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง วันรุ่งขึ้นรีบพาลูกไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

  • ร้องไห้จ้าทั้งคู่ แม่จะดูใครก่อนดี
    แน่ล่ะ เสียงร้องไห้จ้าของทารกต้องการการดูแลก่อนเรื่องอื่น เพราะเราไม่สามารถบอกให้เด็กแบเบาะรอคอยได้ แต่หากสถานการณ์เป็นแบบนี้บ่อยๆ เข้า ลูกคนโตอาจจะรู้สึกน้อยใจ และรู้สึกว่าแม่ไม่ได้สนใจแกเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว บางครั้งคุณแม่อาจปล่อยให้ลูกคนเล็กร้องไห้นานขึ้นอีกสักหน่อย เพื่อให้เวลากับคนโตมากขึ้น

  • พี่-น้อง กระทบกระทั่ง
    ถ้าคุณแม่ปล่อยลูกไว้ตามลำพัง อาจเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันได้ โดยสาเหตุนั้นอาจมาจากเจ้าคนเล็ก ดันไปสนใจของเล่นของพี่เข้า ก็เลยฉวยคว้าไปซะดื้อๆ ส่วนคนพี่ก็ไม่ยอมลงให้น้องอาจแย่งกลับหรือหลักน้องจนร้องไห้จ้า บางทีเกิดจากคุณพี่หมั่นเขี้ยวน้องจนต้องหยิกแก้มให้บ้าง เมื่อสถานการณ์เป็นซะอย่างนี้ สิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่ คือทำตัวเป็นกลางให้มากที่สุด ลงโทษพี่ถ้าหากพี่ทำความผิดจริงๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสอนพี่ให้ยอมน้องไปหมดทุกเรื่อง ถ้าเรื่องไหนน้องทำผิด คุณแม่ก็ต้องตัดสินอย่างยุติธรรมค่ะ

  • พฤติกรรมถดถอย
    เมื่อเริ่มมีน้องใหม่ ลูกคนโตอาจจะรู้สึกว่าเวลาแทบทั้งหมดที่เขาเคยได้จากแม่ถูกน้องดึงไปหมด เจ้าตัวโตเห็นน้องเล็กทำอะไรแม่ก็สนใจ จึงทำตัวเป็นทารกเองเสียเลย ทั้งฉี่รดที่นอน ไม่ยอมกินข้าว หรือแปรงฟัน (เฮ้อ!) เมื่อเป็นอย่างนี้คุณแม่อย่าทำโทษลูกเลยนะคะ แต่ควรพยายามเข้าใจว่าลูกกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเคยทำอะไรให้เขาก็ควรทำอย่างนั้นอยู่ต่อไป เช่น เล่านิทานให้ฟังก่อนนอน พาไปเดินเล่น และค่อยๆ เตรียมลูกให้พร้อมรับน้องใหม่ อย่างค่อยเป็นค่อยไปนะคะ

(update 17 กุมภาพันธ์ 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 105 กรกฎาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600