ขี้อ๊าย ขี้อาย


เด็กบางคนก็ขี้อายมากจนพ่อแม่กังวล วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า จะช่วยลูกน้อยของเราให้มั่นใจขึ้น ลดความคับข้องใจ ความไม่กล้าแสดงออก และช่วยให้ลูกมีความสุขมากขึ้นได้อย่างไรบ้าง


  • ยังไงที่เรียกว่าขี้อ๊าย...ขี้อาย

การที่ลูกขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก มีอาการเขินอาย เงียบ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร หรือเวลาที่ต้องอยู่ต่อหน้าคนแปลกหน้า ก็มักจะมีอาการกลัวคนแปลกหน้า ไม่อยากที่จะเข้าสังคม คอยหลบหลังแม่อยู่บ่อยๆ หรือเกาะแขนแม่ตลอดเวลา ที่ต้องอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย เวลาอยู่โรงเรียน ก็ไม่ค่อยเล่นกับเพื่อน ชอบหลบมุม เป็นต้น


  • ขี้อาย เพราะอะไรนะ...

  • การที่เป็นเด็กคนเดียวภายในบ้านที่เป็นครอบครัวเล็กๆ มีเพียงคุณพ่อคุณแม่ พี่เลี้ยงและตัวเด็กเองเท่านั้น เลยทำให้ไม่มีโอกาสได้พบปะผู้คนภายนอก ยิ่งถ้ามีพ่อแม่ที่ทั้งห่วงและหวงลูกไม่ค่อยให้ใครอุ้ม เมื่อถึงคราวที่เด็กจะต้องออกไปพบปะผู้คนนอกบ้าน เด็กก็อาจจะมาอาการกลัว ไม่กล้าแสดงออก

  • เด็กไม่มีโอกาสได้เล่นกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน ซึ่งข้อนี้ก็จะคล้ายๆ กับข้อแรก คือพ่อแม่จะมีความวิตกกังวลห่วงลูกมากเกินไป ไม่ยอมให้ลูกได้มีโอกาสได้เล่นตามลำพัง หรือเล่นกับเพื่อน จึงทำให้ลูกขาดความมั่นใจในตัวเอง เพราะการเล่นคือการแสดงตัวตนของเด็ก

  • ได้รับการเลี้ยงดูแบบปกป้องมากเกินไป คือคุณพ่อคุณแม่ไม่ยอมปล่อยให้ลูกได้ทำอะไรด้วยตัวเอง คอยที่จะช่วยเหลือ และทำให้ลูกทุกอย่าง ลูกไม่มีโอกาสได้ช่วยเหลือตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง จึงทำให้ขาดความมั่นใจที่จะทำอะไรๆ

  • ลูกถูกผลักดันมากเกินไป คุณพ่อคุณแม่อาจจะคาดหวังในตัวของลูกมาก จึงเลี้ยงลูกแบบเร่งรัดและเข้มงวด ในเด็กที่ยังไม่พร้อมเขาจะเกิดความกังวลใจ ทำให้ขาดความเชื่อมั่น ไม่กล้าแสดงออกจึงทำให้กลายเป็นคนขี้อายในที่สุด

  • การที่จะต้องเข้าโรงเรียนหรือต้องย้ายโรงเรียน ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กเกิดอาการขี้อาย เพราะนั่นเป็นการต้องเปลี่ยนจากสิ่งแวดล้อมที่เคยชินไปสู่ที่ใหม่ ต้องเจอเพื่อนใหม่ เจอครูใหม่ซึ่งก็อาจจะยังปรับตัวไม่ทัน ทำให้เด็กเกิดความคับข้องใจ วิตกกังวล จึงเกิดอาการติดคุณแม่ขึ้นมาดื้อๆ

  • ถูกล้อเลียนจากเพื่อนๆ เด็กทุกคนอยากเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ และสังคม เขาจึงแสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกมา แต่ในบางครั้งก็อาจจะดูตลกขบขัน เช่น การพูดไม่ชัด หรือมีความพิการทางร่างกายเป็นสาเหตุให้ถูกล้อเลียนจากเพื่อนๆ ทำให้ไม่กล้าที่จะแสดงออก ไม่อยากไปโรงเรียนเพราะมีความกังวลใจกลัวเพื่อนล้อ

  • ต้นแบบก็มีความสำคัญค่ะ การมีพ่อแม่เป็นคนขี้อาย ไม่ชอบเข้าสังคม ในกระบวนการพัฒนาเด็กย่อมจะเลียนแบบผู้ที่อยู่ใกล้ชิดก็คือ คุณพ่อคุณแม่ สิ่งแวดล้อมในการเลี้ยงดูจึงมีโอกาสทำให้เด็กโน้มเอียงไปทางใดทางเดียวกันกับคุณพ่อคุณแม่ และนิสัยขี้อายก็มักจะติดตัวลูกไปจนโตเป็นผู้ใหญ่
บุคลิกขี้อาย ถ้ามองผิวเผินแล้วก็ไม่มีอะไรเสียหาย น่าจะมีผลดีเสียด้วยซ้ำตรงที่ลูกเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ตอนนี้อาจจะยังไม่เห็นผลในด้านลบ แต่มันจะก่อตัวกลายเป็นลักษณะนิสัย และจะติดตัวลูกไปถึงลูกโตเป็นวัยรุ่น นิสัยขี้อายเป็นสาเหตุของการเกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าที่จะแสดงออกใดๆ เพราะกลัวการถูกตำหนิจากคุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้าง ถ้าขี้อายมากๆ อาจกลายเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต และการพัฒนาตนเองของลูกได้ ดังนั้น เราคงต้องหาทางแก้ไขตั้งแต่เขายังเด็กนะคะ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าต้องแก้ไขอย่างละมุนละม่อม อย่ากดดัน บีบบังคับ หรือเอาลูกไปเปรียบเทียบกับเด็กอื่นที่กล้ามากกว่าเขา เพราะนั่นไม่ช่วยให้ดีขึ้นแต่กลับจะทำให้ลูกยิ่งเครียด และขี้อายไปกันใหญ่ค่ะ


  • ช่วยลูกได้ด้วยตัวคุณเอง

1. ปล่อยให้ลูกหัดช่วยเหลือตัวเองบ้าง เช่น หลังจากที่คุณแม่อาบน้ำให้ลูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ปล่อยให้เขารับผิดชอบตัวเองด้วยการแต่งตัวใส่เสื้อผ้าของเขาเอง

2. ให้เขาได้มีโอกาสที่จะตัดสินอะไรๆ ด้วยตัวเอง เช่น ในวันนี้เขาอยากรับประทานอะไร หรือเรื่องของเครื่องแต่งกายว่าวันนี้เขาอยากใส่เสื้อสีอะไร กางเกงตัวไหน ปล่อยให้เขาได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง

3. ให้ลูกได้เล่นกับเพื่อนในวัยเดียวกันบ่อยๆ เพราะนั่นคือการเรียนรู้ทางสังคมอย่างหนึ่ง การเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกันจะทำให้ลูกกล้าคิดกล้าตัดสินใจมากขึ้น

4. อย่าพูดต่อหน้าลูกว่าเขาเป็นเด็กขี้อาย เพราะนั่นจะเป็นการตอกย้ำให้เกิดความกลัว ไม่กล้าแสดงออก และจะคอยคิดเสมอว่าตัวเองเป็นเด็กขี้อาย จึงไม่กล้าที่จะคิดจะทำอะไร

5. ให้เขาได้ทำอะไรเองและคุณพ่อคุณแม่ก็ควรแสดงความชื่นชมลูกเมื่อลูกทำได้ เพื่อให้เขาได้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง (self-esteem)

  • กิจกรรมสนุก ช่วยลูกมั่นใจ

ไม่อยากให้ลูกเป็นเด็กขี้อาย หรือมีอาการเขินอายเวลาที่อยู่ต่อหน้าคนจำนวนมากๆ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะจัดกิจกรรมสนุกๆ ขึ้นภายในบ้าน เพื่อช่วยลูกให้มีความมั่นใจในตัวเอง และฝึกทักษะทางสังคม

1. คุณพ่อคุณแม่อาจจะจัดกิจกรรมการแสดงบทบาทสมมุติของตัวละคร โดยตัวเด็กและคุณพ่อคุณแม่ร่วมแสดงด้วยกัน โดยอาจจะกำหนดบทบาทและตัวละครขึ้นมาเอง แต่บทบาทและอารมณ์ของตัวละครจะต้องแตกต่างกัน เช่น แสดงเป็นเด็กขี้โมโห เด็กขี้อาย หรือเด็กกล้าแสดงออก

2. อาจจะใช้ตุ๊กตาที่เขาชอบมาร่วมแสดงด้วยก็ได้ แล้วจำลองเหตุการณ์ว่าเจ้าตุ๊กตาเป็นเด็กขี้อาย เมื่อพบเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว เขาจะแก้ไขอย่างไร กิจกรรมนั้นจะต้องไม่ใช้เวลานานเกินไปและไม่ซับซ้อนมากนัก การจบควรจบอย่างมีความสุขหรือที่เรียกว่าจบแบบ Happy ending โดยตัวละครนั้นจะต้องได้รับการยอมรับจากเพื่อนและคนรอบข้าง

3. คุณพ่อคุณแม่อาจหาวีซีดีคาราโอเกะให้ลูกร้องเพลง เพื่อฝึกทักษะในการกล้าแสดงออก หรือว่าที่บ้านไม่มีเครื่องเล่นวีซีดีคาราโอเกะ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะร้องเองก็ได้ เช่น อาจจะเล่นสมมุติว่าตัวเองเป็นนักร้อง โดยบอกลูกว่าเดี๋ยวพ่อเป็นคนร้องก่อน พอพ่อร้องเสร็จแม่ร้องตาม แล้วหนูก็ร้องต่อจากแม่นะ ทุกคนเป็นนักร้องหมดเลย อย่างนี้ เป็นต้น

  • เผยผลวิจัย ขี้อายแก้ไขได้

มีผลออกมาแล้วว่า ความขี้อายสามารถแก้ได้ โดย Dr.Deborah C.Beidel แห่ง University Maryland College park จัดคอร์สบำบัดความขี้อายในเด็ก โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มเล็กๆ ให้เด็กอยู่ปนกันระหว่างเด็กขี้อายกับเด็กที่มีความกล้าแสดงออก ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยการแสดงละครต่อหน้าเพื่อนๆ พูดตอบโต้เพื่อฝึกทักษะในการพูด หลังจากนั้น 12 สัปดาห์ ปรากฎว่า 2 ใน 3 ของเด็กที่อยู่ในกลุ่มขี้อายมีการพัฒนาที่ดีขึ้น มีอาการเขินอายน้อยลง ส่วนกลุ่มเด็กที่ยังขี้อาย ก็ได้มีการพัฒนาตนเอง ด้วยเช่นกัน

คนแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน 10 คนก็ 10 แบบ ขนาดพี่น้องพ่อแม่เดียวกันยังนิสัยไม่เหมือนกันเลย ไม่มีใครเหมือนกันไปทุกอย่างหรอกค่ะ ลูกเป็นเด็กขี้อายก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไข เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการฝึกทักษะในการเข้าสังคมให้กับเขาตั้งแต่ยังเด็ก เพียงแต่ต้องระวังให้กล้าแสดงออกอย่างพอเหมาะพอควร ไม่มากเกินไปเท่านั้น ก็พอค่ะ


(update 14 กุมภาพันธ์ 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 103 พฤษภาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600