หลายๆ ครั้งที่เราแปลกใจ ทำไมพฤติกรรมและความรู้สึกนึกคิดของเพศหญิงชายจึงแตกต่างกัน
ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่ของเราเองดูท่านช่างต่างกัน แต่ก็อยู่กันได้อย่างมีความสุข ตัวเราเองกับคู่ครอง
ผู้ร่วมงานที่ต่างเพศ เพื่อนชายเพื่อนหญิง และลูกชายลูกหญิงของเรา ไม่เพียงเรามีรูปกายที่แตกต่างกัน
แต่ความคิดเห็นก็ต่างกัน มีพฤติกรรมต่างกันโดยสิ้นเชิง บางคนว่า เมื่อเริ่มมีชีวิตในโลกใบนี้
เพศหญิงชายคงจะมาจากดาวที่แตกต่างกันด้วย หมายความว่า มาจากดาวคนละดวงกระมัง
สมัยก่อนหญิงอยู่กับเหย้า เฝ้าครัวเรือน ดูแลบ้านช่องเป็นแม่ศรีเรือน ดูแลลูกและบริวารได้ดี
ชายมีหน้าที่ทำงานนอกบ้าน งานหนัก ยามออกศึกชายทำหน้าที่เป็นผู้รบ ผู้ชนะ บางครั้งคือผู้แพ้
และผู้ก่อร่างสร้างบ้านแปงเมือง ไม่ต้องรับรู้อะไรเกี่ยวกับงานบ้านหรือการเลี้ยงลูก
เป็นหน้าที่ฝ่ายหญิงประการเดียว
ดูบทบาทสมัยก่อนจะเหมาะกับฮอร์โมนเพศที่กำหนดให้เพศหญิงมีความเป็นผู้หญิง
ไม่เฉพาะผิวพรรณงดงาม รูปร่างทรวดทรงดี กระทั่งความรู้สึกนึกคิดละเอียดถี่ถ้วนเหมาะกับงานบ้าน
ฮอร์โมนเพศชายทำให้ร่างกายแข็งแรง บึกบึน อดทน ก้าวร้าว เหมาะสำหรับบทบาทผู้คุ้มครอง
ผู้ปกครอง ผู้นำครอบครัว การต่อสู้ทั้งงานหนักและศึกสงครามกู้ชาติ
ปัจจุบันต้องยอมรับว่าบทบาทของทั้งสองเพศแตกต่างจากยุคโบราณ จะเห็นว่า
หญิงครองเรือนปัจจุบันร้อยละ 80 ถึง 90 ออกไปโลดแล่นทำงานนอกบ้านเทียมบ่าเทียมไหล่บุรุษเพศ
มีจำนวนไม่น้อยอยู่ในระดับเป็นที่ยอมรับของหน่วยงาน องค์กรทั้งรัฐและเอกชนในงานบริหารต่างๆ
เพราะปัจจุบันเราไม่มีศึกสงครามที่ต้องออกไปสู้กันเหมือนสมัยก่อน
มีแต่สงครามทางเศรษฐกิจที่ต้องการพลังสมองในการคิด ไม่ใช่พลังร่างกายเพื่อออกไปฟันดาบกับพม่าหรือข้าศึก
เช่นกัน ฝ่ายชายก็ลดบทบาทอันน่าเกรงขามของหัวหน้าครอบครัว เผด็จการเช่นในอดีตที่สั่งทุกคนในบ้านให้สยบ
จะลงโทษเฆี่ยนตีภรรยาบุตรธิดา ข้าทาสอย่างใดก็ได้ ปัจจุบันสังคมไม่ยอมรับ แต่บุรุษกลับต้องมีความอ่อนโยน
ช่วยดูแลลูกและครอบครัวควบคู่กันไป ชนิด เอกบุรุษมาดแมนก็เลี้ยงลูกได้
ด้วยประการฉะนี้ฮอร์โมนในร่างกายมนุษย์ก็ต้องปรับตัวเช่นกัน มิได้หมายให้ชายเป็นตุ๊ดหรือแอบจิต
สว่างจิต แต่ประการใด แต่ทำอย่างไรให้ชายหญิงอยู่ด้วยความสุข ด้วยบทบาทที่เหมาะสมและสมดุลในครอบครัว
เพราะลูกชายหญิงจะดูแบบอย่าง ROLE MODEL ของพ่อแม่ในการมีเพื่อน ออกสังคม และมีครอบครัวของตนเอง
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า บทบาท ความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรมของสองเพศนี้มีผลมาจากฮอร์โมนเพศที่แตกต่างกัน
คือ เพศหญิงมีเอสโตรเจน (ESTROGEN) เพศชายมีเทสโทสเตอโรน (TESTOSTERONE) ฮอร์โมน 2 ชนิด
ต่างมีผลต่อเซลล์สมองแตกต่างกัน จึงทำให้เราแตกต่างกันดังกล่าวแล้ว
นักวิทยาศาสตร์และผู้ทรงคุณวุฒิด้านฮอร์โมน และวิทยาศาสตร์ทางสมองได้พบว่า
ทารกในครรภ์อายุ 6 สัปดาห์ (หลังการผสมระหว่างอสุจิของพ่อและไข่ของแม่) ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย
ไม่มีความแตกต่างกันเลยทั้งร่างกายและสมอง หลัง 6 สัปดาห์แล้วฮอร์โมนของเพศใครก็เพศมัน
เริ่มมีผลต่อการพัฒนาของทารก ความแตกต่างของ 2 เพศเริ่มชัดเจน มีการศึกษาพบว่า
นิวเคลียสของเซลล์ในส่วนสมองที่เราเรียกว่า ฮัยโปธาลามัส (Hypothalamus)
มีขนาดโตในเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 2 เท่า
ส่วนของสมองที่เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสมองซีกซ้ายและซีกขวา เราเรียกว่า คอร์ปัส คัลโลซุม (CORPUS COLLOSUM)
มีขนาดโตในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย จึงทำให้เพศหญิงมีการประสานสัมพันธ์ระหว่างสมอง 2 ซีกได้ดีกว่าเพศชาย
มีการศึกษาพบว่า หญิงมีครรภ์ที่กินยาบางชนิด เพื่อป้องกันการแท้ง
แต่เผอิญยาชนิดนี้ทำให้เกิดลักษณะเพศชายในทารก ผลคือทารกเกิดมามีบุคลิกเป็นชาย
เรียกว่าเป็น ทอม ทั้งที่จริงเป็นลูกผู้หญิง แสดงให้เห็นว่าฮอร์โมนมีผลต่อพฤติกรรมของเด็กด้วย
มีผู้สังเกตพฤติกรรมเด็กหญิงชายตั้งแต่เป็นเด็กเล็กเด็กหญิงมักจ้องหน้ากับผู้ใหญ่ และจ้องสบตาผู้อื่น
ขณะที่เพศชายมักจะคลานเล่นอย่างอิสระ และมีผู้สังเกตทารกแรกเกิดใน 1 เดือนแรกว่า
เด็กทารกหญิงอายุ 12-48 ชม. จะจ้องหน้าผู้ใหญ่ที่เข้าไปเล่นด้วยได้นานกว่าทารกเพศชายที่อายุเท่ากัน
ถ้าผู้ใหญ่พูดด้วยทารกหญิงจะมองอยู่นานกว่า ทารกเพศชายจะสนใจต่อเสียงน้อยกว่า
สรุปว่า เพศหญิงจะละเอียดอ่อน ช่างสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งใบหน้า เสียง สิ่งแวดล้อม ท่าทาง
โทนเสียง ได้ดีกว่าเพศชาย อาจเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากยุคหินที่เพศหญิงต้องละเอียดอ่อน ช่างสังเกต
ระวังอันตรายต่อทุกสิ่งที่อาจเกิดขึ้นเพื่อสวัสดิภาพตนเองและครอบครัว ในขณะที่เพศชายจะสนใจเฉพาะเรื่องที่สำคัญๆ
ผู้ดูแลมักสังเกตเห็นว่า เด็กอนุบาลอายุ 3-5 ปีนั้น เพศหญิงจะคุยจุ๊กๆ จิ๊กๆ จับกลุ่มกัน
ในขณะที่เด็กอนุบาลชาย 3-5 ปี ชอบเล่นส่งเสียงดัง เลียนเสียงไอ้มดแดง เสียงรถ
เสียงคำรามของมอเตอร์ไซค์ หรือเครื่องบินและจรวด เพศชายจะแม่นยำด้านตัวเลข
และความสามารถด้านความคิดเชิงวิทยาศาสตร์ การจำเส้นทางและทิศ และเชิงสามมิติได้ดีกว่าเพศหญิง
จึงไม่น่าแปลกใจที่เด็กหญิงจะช่างพูด ช่างประจบ รู้ใจพ่อแม่ บางคนก็หลงลูกสาวมากกว่าลูกชายซึ่งเขาดูเฉยๆ
แต่มีความสงบนิ่งอยู่ภายใน
คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจความแตกต่างของเพศซึ่งจะปรากฏให้เห็นได้ตั้งแต่วัยเด็กเล็ก
บางคนเข้าใจผิดว่า เด็กจะเริ่มแตกต่างกันชัดเจนตอนอายุ 3 ปี เมื่อเด็กหญิงเริ่มรู้ว่าตนไม่ใช่ชายเพราะยืนฉี่ไม่ได้
เด็กชายรู้ว่าเราเป็นชายเพราะมีจู๋ บางคนงุนงงมากเพราะเป็นลูกคนเดียวในบ้าน ไม่เคยเห็นของเด็กอื่นเลย
เมื่อมาโรงเรียนต้องไปแอบดูเด็กอื่นฉี่ว่าทำไมไม่เหมือนของหนูล่ะ ซึ่งเด็กไม่ได้มีจิตวิปริตหรือสัปดนแต่อย่างใด
เด็กยังคิดแบบนั้นไม่เป็นค่ะ แม้เด็กอนุบาลชายบางคนจะมาขอแต่งงานกับเพื่อนอนุบาลหญิงราวกับแก่แดด
แก่ลม เขาแค่เข้าใจว่า เราชอบเธอนะ เธอน่ารักดี จะได้อยู่บ้านเดียวกันเหมือนพ่อกับแม่ไงล่ะ
เขาไม่เข้าใจความรักทางเซ็กซ์แบบวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่แต่ประการใด
เด็กหญิงจะพูดเก่ง เพราะความสามารถที่ควบคุมจากสมองซีกซ้าย
การทดสอบความสามารถโดยการสอบสัมภาษณ์สอบเชาว์ปัญญาจะดีกว่าเก่งกว่า
ดูเหมือนเฉลียวฉลาดกว่าเด็กชาย เพราะเขามีพรสวรรค์ประจำเพศหญิงมาแล้ว
แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาเก่งกว่าเด็กชาย ดูจากพิธีกรทีวีหรืองานสังคม
พิธีกรหญิงจะดูคล่องแคล่ว บางทีก็เกินหน้าเกินตาพิธีกรชาย เห็นได้ตั้งแต่พิธีกรเด็กๆ คู่กัน
ในขณะเดียวกัน เด็กชายจะมีความสามารถสูงกว่าหญิงในด้านคณิตศาสตร์โดยธรรมชาติ
แต่ขณะเดียวกันเราพบว่า เด็กไทยปัจจุบันที่เป็นเด็กเก่ง เด็กอัจฉริยะประเภท GIFTED CHILD
ซึ่งอาจมีแค่ 3 ในร้อยคนทั้งหญิงชาย พวกนี้จะเก่งทุกด้าน เรียนรู้เร็ว ไม่แตกต่างกันระหว่าง 2 เพศ
เขาจะเรียนเร็วทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ดนตรี กีฬา สังคม ฯลฯ
พร้อมทั้งมีอารมณ์ขัน สนุกสนาน ไม่เครียด และเป็นเด็กชอบทำกิจกรรม ช่วยเหลือผู้อื่น
ไม่ใช่หนอหนังสือ แว่นตาโต ที่เอาเปรียบคนอื่น ไม่เอาเพื่อน เห็นแก่ตัว ทำงานเป็นทีมไม่ได้
แต่เด็กอัจฉริยะเหล่านี้จะดีทั้งไอคิว อีคิว และคิวอื่นๆ คือเป็นเด็กทั้งเก่ง ทั้งดี ทั้งเฮง
ซึ่งเราปรารถนาจะมีเด็กเหล่านี้มาช่วยประเทศชาติมากๆ เพราะเขาได้รับการอบรมที่ดีจากพ่อแม่
ครูบาอาจารย์ พระสงฆ์ และสังคมให้เขามีจริยธรรมด้วย
ดังนั้นแม้เราจะมีลูกหญิงลูกชายไม่ต้องกังวลใดๆ ร่างกายมนุษย์ประเสริฐกว่าคอมพิวเตอร์ล้านเท่า
จะจัดโปรแกรมอย่างเหมาะสม ลูกจะพัฒนาด้วยการเสริมจากพ่อแม่ 5 ปัจจัย คือ
1. NUTRITION โภชนาการเหมาะสมตามวัย
2. NATURE พันธุกรรมที่ดีแล้วจากพ่อแม่
3. NURTURE การเลี้ยงดูที่เหมาะสมจากพ่อแม่
4. NATURAL คือ ความเป็นไปตามธรรมชาติไม่เสแสร้ง
5. NATION ความรักชาติและรักวัฒนธรรมไทยไว้
ขอให้ท่านมีความสุขมากๆ ในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงเพศชายก็ตาม
หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม หาดูได้ในหนังสือพัฒนาสมองลูกด้วยสองมือพ่อแม่ ของสำนักพิมพ์รักลูกค่ะ
(update 7 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 259 สิงหาคม 2547 ]
|