สร้างความอยากรู้อยากเห็นด้วย หนังสือ


ปิดเทอมครบถ้วนเสียที ปีนี้โรงเรียนในต่างจังหวัด ปิดช้ากว่าเด็กกรุงไปครึ่งค่อนเดือน ไม่รู้ทำไมเด็ก ตจว.เรียนมากกว่า "เด็กเทพ"

ช่วงหยุดเรียนยาวๆ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้แบบ "นอกห้องเรียน" นักวิชาการสมัยใหม่เรียกว่า การศึกษาแบบบูรณาการ ที่ไม่ใช่แสวงหาวิชาความรู้ จากหน้ากระดาน หรือนั่งเท้าคางฟังคุณครูอภิปรายหน้าห้องเรียนอย่างเดียว

แปลกที่ว่า นักวิชาการศึกษาบอกว่า ยิ่งเด็กเล็ก วัยอนุบาล เป็นวัยอยากรู้อยากเห็น อยากออกนอกบ้าน อยากพูด อยากแสดงออก การเล่นของเขาคือการเรียนรู้ โรงเรียนอนุบาล จึงเป็น ปฐมบทแห่งการปูพื้นฐานชีวิตมนุษย์ แต่ความเป็นจริง ไปถามได้เลย คุณครูโรงเรียนอนุบาล เงินเดือนน้อย สวัสดิการน่าสงสาร ทั้งที่เกิดเป็นครูอนุบาล เป็นคนสำคัญ เป็นบุคคลแห่งชาติ ที่ควรยกย่อง เสียสละมาทำหน้าที่ "ครู" ทั้งสอน ทั้งดูแลเด็กเล็ก แต่กลับได้ผลตอบแทนน้อยนิด

ว่ากันว่า ในประเทศญี่ปุ่น ครูโรงเรียนอนุบาลเงินเดือนเยอะ เพราะเขาเห็นความสำคัญของ "เด็กเล็ก" ถึงกับมีคนเขียนหนังสือเล่มดัง ที่ยังขายกระหน่ำจนทุกวันนี้ว่า "กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว"

ในขณะที่เด็กเล็กในวัยอนุบาล ถ้าเข้าโรงเรียนเอกชน ก็เสียค่าเทอมปีละหลายหมื่น พ่อแม่ย่อมฝากความหวัง (เพราะฝากเงินไปเยอะแล้ว) กับครูอนุบาล แต่ตัวคุณครูเอง กลับมีรายได้ที่น่าสงสาร

แล้วคุณครูจะมีกำลังใจ กำลังกาย ที่ไหน เฝ้าสอนและดูแลเด็กน้อย ให้เติบโตมากับภาพสวยงามของโลกใบวุ่น... พอโตมาอีกนิด ถึงวัยประถม ชีวิตวัยนี้ยังสนุกสนาน เล่นได้ทั้งวัน ความอยากรู้อยากเห็นยังอยู่ แต่จะค่อยๆ ลด ดีกรีลงไป

ไม่ต้องไปถามสำนักวิจัยที่ไหน ก็ได้คำตอบว่า เพราะ ระบบการศึกษา นั่นเอง ที่ทำให้ความรู้สึกอยากเรียนรู้ของเด็กไทย ลดน้อยสวนทางกับวัยที่เพิ่มขึ้น

พอถึงชั้นมัธยม ความอยากรู้อยากเห็นก็หมดสิ้น ยิ่งเรียนมากยิ่งไม่อยากรู้มาก เหมือนฉันรู้หมดแล้ว ประจวบกับเข้าวัยรุ่น คนวัยนี้ก็คิดเหมือนกันหมดทั้งโลก คือ "ฉันรู้อะไรในโลกนี้ทั้งหมด"

ถึงตอนเอ็นสะท้าน... อารมณ์อยากเรียนหมดแล้ว หลายคนมุ่งเข้ามหาวิทยาลัยก็เพราะ "พ่อแม่อยากให้เรียน" แปลกแต่จริงที่ว่า พอถึงวัยนี้ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ต่างมุ่งหวัง ฝากฝังกับเด็กวัยนี้ ให้ได้เข้ามหาวิทยาลัยเมืองในฝันให้ได้ ทั้งเมืองในฝันวันเรียน ล้วนออกมาสร้างภาพพจน์ บอกกล่าวระบบการศึกษาที่มีหลายรูปแบบ ทันสมัย เก๋ไก๋ รับประกันการจบและงานในอนาคต

ตอนเด็กๆ ไม่คิดปลูกฝังการเรียน การคิด พอถึงวัยมหาวิทยาลัยกลับยัดเยียด ต้องเรียนให้จบ ต้องให้ได้ปริญญา ต้องอย่างโน้นอย่างนี้ ทั้งที่เด็กไทยแทบหมดพลังความใฝ่ฝันไปแล้ว...

กลุ่มเด็กเรียนจริงๆ คนที่รักเรียนของแท้นั้น ก็เป็นพวกแข่งกับตัวเอง จัดเป็น "ชนกลุ่มน้อย" คนที่ตั้งหน้าตั้งตาเรียน สวมแว่นตาหนาเตอะ ตั้งใจเป็นหมอ วิศวกร นักออกแบบ ศิลปิน หลังเลิกเรียนก็จะแบกตำราไปกวดวิชา ได้ได้มีมากนัก

แต่การเรียนอย่างนั้น เปรียบประหนึ่งจะเข้าสนามรบประหัตประหาร แต่เป็นการห้ำหั่นชีวิตตัวเองเสียมากกว่า แล้วถ้าผิดหวัง ไม่ตรงตามความคาดหมาย ก็จะประหนึ่ง "อกหัก"

ถ้าไม่มีคนช่วยรักษาใจ พ่อแม่คอยช่วยเลียบาดแผล เด็กบางคนอาจถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลก... น่าอนาถ ที่การศึกษาไทย สอนให้เด็กไทยเป็นได้แค่นี้ จะโทษใครเล่า

เฝ้าหวังว่า รมช.คนใหม่แห่งกระทรวงศึกษาธิการ จะช่วยแก้ไข อาจไม่ใช่ปรับเปลี่ยนแบบปฏิวัติการศึกษา ขอเพียงค่อยๆ "ปฏิรูป" แบบ "บูรณาการ" ก็น่าจะเป็น "ความหวังใหม่" ของวงการศึกษาบ้านเรา

ปิดเทอมยาวๆ แบบนี้ ยังไม่สาย...ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองจะปลูกฝังการเรียนรู้แบบ "บูรณาการ" ให้ หยั่งรากลึกถึงจิตวิญญาณของลูกหลาน ด้วยการหา เวลา อยู่กับลูก พาไปโน่นชมนี่ เที่ยวงานแฟร์ งานดีๆ ที่ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การคิด ความอยากรู้อยากเห็น ความอยากเป็นนักคิด นักวิทยาศาสตร์ ความใฝ่รู้ ความดีงาม

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ตอนนี้จัดใหญ่ปีละ 2 ครั้ง ให้คนไทย "อ่าน" กันมากๆ การอ่านทำให้ปัญญาฉลาด ชาติเจริญ และนำไปสู่กระบวนการคิด ให้คิดเอง คิดเป็น ไม่ใช่นั่งหน้าจอทีวีที่มีคนคิดให้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ถ้าสิ้นหวังกับ "ระบบการศึกษาไทย" แต่อย่าเลิกใส่ใจกับ "การอ่าน" ปลูกฝังเสียแต่เด็กๆ ด้วย หนังสือ ทดแทนการเรียนในห้องเรียน ทดแทนพลังคุณครูบางคน บางกลุ่ม ที่อารมณ์ "ครู" หมดหายไปกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม ในปัจจุบัน


(update 23 เมษายน 2005)
[ ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 6122 วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600