มีคุณพ่อคุณแม่ครอบครัวหนึ่งพาลูกชายอายุ 2 ขวบเศษๆ มาพบกับผม
สีหน้าของคุณพ่อคุณแม่มีแววของความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเจน คุณแม่เล่าว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วตอนบ่ายๆ
ได้เปิดประตูเข้าไปในห้องนอน ซึ่งปกติลูกจะนอนอยู่ในห้องเดียวกันกับพ่อแม่
และพบว่าลูกชายนอนคว่ำทับหมอนข้าง ตอนนั้นเธอไม่ได้นึกว่าจะเป็นอะไร
ไม่ได้คิดว่าลูกทำอะไรและไม่ได้คิดกังวลอะไรเลย จนกระทั่ง 1 วันก่อนจะมาพบกับผม
คุณแม่เล่าให้ฟังต่อไปว่า พบว่าลูกชายทำเช่นเดิมอีก เธอได้ห้ามปรามไม่ให้ทำ
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าลูกชายจะไม่สนใจการห้ามปรามของเธอเลย แต่กลับถูไถกับหมอนต่อไป
เมื่อเธอเข้าไปดึงหมอนข้างออก เธอพบว่าอวัยวะเพศของลูกชายแข็งตัวเหมือนในผู้ใหญ่ที่มีความรู้สึกทางเพศ
ด้วยความเข้าใจและสัญชาตญาณ เธอมีความเข้าใจและรับรู้ได้ว่าลูกของเธอกำลังเล่นอวัยวะเพศอยู่
ลูกเธอกำลังสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองใช่หรือไม่
ความคิดที่ว่า ลูกกำลังสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองนี้ ทำให้เธอตกใจ กังวล เกิดความกลัว และความหดหู่ใจว่า
ลูกของเธอเป็นถึงขนาดนี้เชียวหรือ เธอคิดหมุนวนอยู่ซ้ำๆ จนเกิดความทุกข์ใจ และคิดไปว่าลูกตัวเล็ก ๆ
ขนาดนี้ยังมีความรู้สึกทางเพศขนาดนี้ นี่ถ้าโตขึ้นจะมีเป็นปัญหาทางเพศที่เรียกว่าเป็นคนเซ็กซ์จัดหรือเปล่า
ผมได้ตรวจร่างกาย ประเมินพัฒนาการของเด็ก และประเมินสภาวะจิตใจ ด้วยการเล่นและสังเกต
พบว่าเป็นเด็กที่น่ารัก หน้าตาดูดี สะอาด ฉลาด พูดเก่งสมกับอายุ มีความสนใจเล่นของเล่นได้นาน
เข้ากับผู้ตรวจได้ดีแม้ว่าจะเป็นการพบกันครั้งแรก เป็นตัวของตัวเองและสามารถแยกจากแม่นั่งเล่นกับผู้ตรวจตามลำพังได้
และมีสีหน้าแจ่มใสมีอารมณ์ดี
โดยสรุปเด็กคนนี้ปกติดีทุกประการ รวมทั้งยังเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดเป็นตัวของตัวเองดี
ผมอธิบายและบอกกับพ่อแม่ของเด็กว่า ผมตรวจไม่พบความผิดปกติทางจิตใจหรืออารมณ์เลย
พ่อกับแม่เริ่มผ่อนคลายความตึงเครียด และความวิตกกังวล และถามผมต่อว่า
แล้วพฤติกรรมของลูกที่นอนคว่ำถูไถไปกับหมอนข้างนั้นเป็นเพราะอะไร
ผมอธิบายต่อไปว่า
ความจริงการที่เด็กเล็กๆ เล่นอวัยวะเพศนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความใคร่ และไม่ใช่ความใคร่อย่างที่เกิดขึ้นในผู้ใหญ่
แต่เป็นเพียงความรู้สึกพอใจเท่านั้น เหมือนกับที่เด็กพอใจในการดูดนิ้วของตน
หรือพอใจที่จะแคะแกะเกาส่วนต่างๆ ของร่างกาย
ส่วนใหญ่การที่เด็กเล่นอวัยวะเพศนั้น เริ่มแรกมักเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เช่น การนอนคว่ำ
และเกิดความรู้สึกพอใจบริเวณอวัยวะเพศที่กดทับกับพื้นหรือการที่เด็กจับหรือลูบไปตามร่างกายของตน
โดยไม่มีจุดมุ่งหมายอะไรและเมื่อไปจับบริเวณอวัยวะเพศของตนก็เกิดความรู้สึกพอใจ
หรือผู้ปกครองที่รักสะอาดและทำความสะอาดให้กับลูกทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ ถ้าเป็นการทำความสะอาดที่เน้นให้สะอาดมากๆ
ก็เป็นการไปกระตุ้นให้เด็กเกิดความรู้สึกว่าบริเวณอวัยวะเพศนี้ก็เป็นจุดที่ให้ความพอใจได้
หรือในผู้ปกครองที่ชอบล้อเล่นกับเด็กโดยการจับหรือสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศของเด็กบ่อยๆ
ก็ทำให้เกิดความรู้สึกพอใจได้เช่นกัน และสิ่งที่พบกันบ่อยๆ ก็คือ การที่พ่อแม่ไม่มีเวลา
และปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพังจะเกิดปัญหานี้ได้ง่าย เนื่องจากไม่มีกิจกรรมหรือความสนใจภายนอกมาให้เด็กสนใจ
เด็กจึงหมุนมาหรือหันมาสนใจตนเอง
เมื่อเด็กรู้ว่าทำแล้วเกิดความรู้สึกเป็นที่พอใจ เด็กจะทำซ้ำได้อีก ซึ่งเราพบว่าถ้าเด็กถูกปล่อยปละละเลย
เด็กจะทำซ้ำๆ อีก จนเป็นความเคยชิน
แต่ก็พบว่าการห้ามปราม ดุ หรือลงโทษก็ไม่เป็นการหยุดพฤติกรรมของเด็กลงได้
แต่กลับจะทำให้เด็กหลบหรือแอบทำต่อไป บางรายกลับทำมากขึ้นในที่ลับตาพ่อแม่
แต่บางรายก็ไม่สนใจใคร ถ้าจะทำเด็กก็ทำต่อหน้าคนอื่น บางทีก็ทำในชั้นเรียนก็มี
แล้วจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่าการเล่นอวัยวะเพศในเด็กนั้นเกิดขึ้นได้เสมอตั้งแต่อายุประมาณ 6 เดือน
เป็นต้นไปจนถึงวัยอนุบาล ซึ่งเป็นการเล่นเพราะเกิดความพึงพอใจ ไม่ใช่ความใคร่
ไม่ใช้ความรู้สึกทางเพศแบบเพศสัมพันธ์อย่างในผู้ใหญ่
ปัญหานี้จะเป็นชั่วคราวไม่มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเพศในวัยผู้ใหญ่แต่อย่างใด
เมื่อพบปัญหานี้ไม่ต้องตกใจเพราะลูกใครๆ ก็มีปัญหานี้ได้
ข้อแนะนำคือ
อย่าลงโทษ ไม่ต้องดุว่าอะไรมากมายเพียงแต่บอกว่าไม่ให้ทำ แล้วเบี่ยงเบนความสนใจไปสู่จุดอื่น
เช่น ให้ลูกขึ้นมาช่วยพ่อหรือแม่ทำขนม หรือลุกขึ้นมาเล่นของเล่นกัน เป็นต้น
ถ้าลูกยังไม่ง่วงนอนอย่าปล่อยให้ลูกเข้าไปนอนตามลำพัง พ่อแม่ควรมีเวลาที่ให้กับลูก
ซึ่งไม่เพียงแต่จะให้การเอาใจใส่ดูแล ให้ความรักแล้วยังทำให้พ่อแม่ลูกมีความผูกพันอันดีต่อกัน
การเบี่ยงเบนความสนใจจากการเล่นอวัยวะเพศ ร่วมกับเวลาที่พ่อแม่มีให้กับลูกอย่างเหมาะสม
ปฏิบัติอย่างนี้ซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ เรื่องการเล่นอวัยวะเพศของเด็กจะลดลงและเลิกไปเอง
ท่านผู้อ่านเคยพบปัญหาอย่างนี้บ้างไหม ถ้าพบก็ไม่ต้องตกใจหรือกังวลไปนะครับ
แก้ให้ถูกจุดปัญหาจะคลี่คลายไปได้เอง
(update 18 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ เมษายน 2548]
|