เมื่อคุณแม่ขี้อาย ต้องเล่นกับลูกวัยเบบี๋


เกิดอะไรขึ้น...เมื่อคุณแม่ ออกอาการอายที่จะเล่นกับลูกน้อย ในขณะที่ลูกน้อยพร้อมที่จะเล่น และเรียนรู้จากครูคนแรกอย่างคุณแม่ ฉบับนี้ เรางัดกลยุทธเด็ดในการเล่นกับลูกน้อยแบบไม่ต้องอาย มาช่วยคุณแม่ขี้อายให้เล่นกับลูกน้อยอย่างมีพัฒนาการ ติดตามค่ะ

พ่อแม่ส่วนใหญ่รักลูกและต้องการให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่พ่อแม่จะให้ได้ แต่มีพ่อแม่หลายคนที่เป็นมือใหม่ หรืออาจจะเป็นมือเก่าแต่ห่างหายจากการมีลูกมานานเกิดอาการอายที่จะเล่นกับลูกขึ้นมาดื้อๆ ทั้งๆ ที่คอยเฝ้ารอจะเห็นหน้าลูกน้อย มานานกว่า 9 เดือน โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีพี่เลี้ยงคอยดูแลแทน พ่อแม่จะไม่ค่อยมีเวลาเล่นกับลูก รอแค่เวลาลูกกินนมแล้วนอน ทำให้ไม่รู้จะเริ่มเล่นกับลูกยังไง การเล่นกับลูกเหมือนการเตรียมความพร้อมให้ลูกทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะช่วงวัยทองของเด็ก ซึ่งการเล่นกับลูกน้อยไม่ยากเลยค่ะ ไม่ต้องมีอุปกรณ์มากมาย แต่ก่อนเล่นกับลูกต้องเตรียมความปลอดภัยด้านต่างๆ ให้ลูกก่อนนะคะ


  • เตรียมพร้อมก่อนเล่นกับลูกน้อย

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงมีห้องในฝันหรือบรรยากาศในฝันเกี่ยวกับการเล่นกับลูกน้อยในใจ ลองสร้างสิ่งที่คุณจินตนาการไว้ให้เป็นจริงดูนะคะ เพราะการสร้างบรรยากาศการเล่นกับลูกน้อยจะช่วยให้คุณและลูกผ่อนคลาย คุณจะไม่รู้สึกอายที่จะเล่นกับลูกน้อย มีความพร้อมที่จะเล่นและลูกน้อยก็มีความสุขด้วย แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกน้อยด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่ควรดูว่าสถานที่เล่นกับลูกน้อยเป็นยังไง มีความสะอาดปลอดโปร่งและปลอดภัยจากสิ่งต่างๆ หรือไม่ ของเล่นหรืออุปกรณ์ที่นำมาช่วยก็ต้องสะอาดและปลอดภัยต่อลูกน้อย ที่สำคัญตัวคุณพ่อคุณแม่เองต้องเตรียมพร้อมด้านความสะอาดร่างกายและเสื้อผ้าด้วย


  • เล่นกับหนูเถอะนะ

เด็กตัวเล็กๆ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 1 ขวบ อย่าคิดว่าเขาไม่มีความรู้สึกนึกคิดอะไรนะคะ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่า เด็กมีหัวใจ มีการรับรู้ตั้งแต่แรกเกิด เพียงแต่พูดไม่ได้ จึงเป็นโอกาสที่คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มสร้างพัฒนาการลูกตั้งแต่แรกเกิดโดยการเล่นกับลูก สำหรับคุณพ่อคุณแม่ขี้อายควรเริ่มจากเกมล้อเลียนลูก ล้อเลียนแม่นะคะ โดยเริ่มจากการล้อเลียนอาการต่างๆ ของลูกดูนะคะ เช่น พอลูกน้อยหาว แม่ก็อ้าปากกว้างๆ เหมือนลูกด้วย เวลาลูกทำหน้าเบ้ก็ทำตาม ไม่ต้องอายหรอกค่ะ หากคุณจะทำหน้าตาตลกๆ ให้ลูกน้อยดู ขณะที่คุณทำสีหน้าท่าทางต่างๆ ลูกก็จะทำตามคุณด้วย แล้วคุณแม่ก็จะรู้สึกสนุกกับการที่ลูกเลียนแบบแม่และแม่เลียนแบบลูกได้ค่ะ ไม่นานคุณแม่ก็จะเริ่มคุ้นเคยกับการเล่นกับลูกไปเองล่ะค่ะ


  • เล่นอย่างไร...เสริมพัฒนาการลูกน้อย

คุณแม่ทราบไหมค่ะว่า การเล่นมีส่วนในการเสริมพัฒนาการของลูกน้อย ทำให้เขาเป็นเด็กฉลาดได้ด้วย ฉะนั้น เมื่อคุณแม่เลิกอายแล้วและเริ่มจะคุ้นเคยกับการเล่นกับลูกน้อยแล้ว ก็มาเริ่มใส่ใจกับการเลือกวิธีเล่น ที่จะเสริมพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงวัยกันเถอะค่ะ เริ่มจากสังเกตดูว่าลูกน้อยของคุณแม่ให้ความสนใจกับสิ่งใดเป็นพิเศษ จากนั้นก็สนับสนุนโดยการจัดหา และนำการเล่น โดยคุณแม่ต้องพยายามช่วยให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งเหล่านั้น ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้มากที่สุด เช่นถ้าลูกน้อยสนใจดอกไม้ คุณควรให้ลูกได้มอง สัมผัส ดมกลิ่น และฟังเสียงของดอกไม้โดยนำดอกไปไล้ผ่านใบหูของลูกน้อยอย่างอ่อนโยน พยายามให้ลูกน้อยได้ใช้พัฒนาการในทุกด้าน อย่างเต็มความสามารถ เพราะคุณคือครูคนแรกของลูก และสิ่งเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสและพัฒนาการของลูกได้ดี


  • พูดจาโต้ตอบ.. กระตุ้นความสนใจของลูก

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำมากที่สุดคือ การพูดจาโต้ตอบกับลูกน้อย แสดงความสนใจ ตั้งใจฟังเสียงลูกน้อย สังเกตสิ่งที่ลูกน้อยให้ความสนใจแล้วพูดอธิบายให้ลูกฟังว่าสิ่งนั้นคืออะไร มีสีอะไรบ้าง ลักษณะและกลิ่นเป็นอย่างไร ซึ่งการพูดคุยโต้ตอบลูกน้อยจะช่วยให้ลูกเข้าใจโลกง่ายขึ้น เพราะคุณกำลังสร้างพื้นฐานการคิดให้ลูกน้อย ทำให้เกิดความคิดที่หลากหลายและละเอียดพร้อมจำสิ่งต่างๆ ไว้ เช่น พอลูกน้อยมองเห็นเท้าก็จะรู้ว่านี่คือเท้า พอยกมือขึ้นก็รู้ว่านี่คือมือ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเวลาคุยกับลูก เมื่อลูกสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง พยายามคุยเฉพาะเรื่องที่เขาสนใจไม่ควรเบี่ยงเบนความสนใจลูกด้วยเรื่องอื่น เพราะลูกจะไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่พูดมากนักและจะทำให้ลูกไม่เรียนรู้มากกว่ามองอย่างเดียว โดยไม่เรียนรู้ว่าสิ่งนั้นมีคุณสมบัติอะไรบ้าง


  • เลือกของเล่น...กระตุ้นให้ลูกสนุกคิด

การแยกประเภทของเล่นเป็นพื้นฐานในการช่วยกระตุ้นความฉลาดของลูกน้อยในการแยกแยะสิ่งต่างๆ รวมถึงคุณสมบัติของสิ่งเหล่านั้นด้วย เช่น แยกแยะตามกลุ่มสี รูปทรง ขนาด ความนุ่ม ความแข็ง เป็นต้น คุณพ่อคุณแม่เริ่มจากการสอนแยกแยะแบบง่ายๆ ให้ลูกก่อนนะคะ โดยเริ่มจากการหาลูกโป่งสีสันต่างๆ มาวางข้างๆ ลูกน้อยแล้วบอกลูกว่านี่คือสีอะไร พร้อมโยนลูกโป่งให้ลอยขึ้นให้ลูกดูลูกก็จะเรียนรู้ว่านี่คือสีอะไร และลูกโป่งเบาสามารถทำให้ลอยบนอากาศได้นิดหน่อย จากนั้นก็ปล่อยให้ลูกได้สัมผัสกับลูกโป่งด้วยตัวเขาเอง เป็นการฝึกการเคลื่อนไหว การใช้มือและกระตุ้นความคิดของลูกด้วย ซึ่งทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อย จะสนุกกับการเล่นแบบนี้มากค่ะ


  • บรรยากาศที่แตกต่าง... กระตุ้นให้ลูกช่างสังเกต

ควรปล่อยให้ลูกน้อยได้เล่นในท่าทางแปลกใหม่ และสถานที่หรือบรรยากาศที่แตกต่างจากที่เคยเห็น โดยจัดพื้นที่การเล่นของลูกน้อยให้มีความนุ่ม สะอาด ปลอดภัย ต่อการคว่ำ หงายและนั่งของลูกน้อย ในขณะเล่น และเพิ่มความสนุกสนานโดยทำให้เกิดความหลากหลายในสถานที่เล่นทำให้การเล่นมีมิติ มีช่องว่างของความต่างระหว่างภายในและภายนอก ให้ลูกน้อยได้มีโอกาสสำรวจด้วยท่าทางที่แตกต่างออกไป ลูกน้อยอาจจะฝึกการยกหัวขึ้นหรือกลิ้งด้วยท้องของตัวเอง ขณะที่แผ่นหลังได้ฝึกทักษะยิมนาสติกไปด้วย มันเป็นเรื่องง่ายที่ลูกน้อยจะได้สำรวจของเล่นขณะที่นั่งหรือนอนกลิ้งไปพร้อมกับมองไปยังของเล่นต่างๆ


  • ปล่อยให้ลองผิดลองถูก... ฝึกให้รู้จักคิดแก้ปัญหา

การเล่นกับลูกน้อยที่ดีคือ การปล่อยให้ลูกได้คิดและลองผิด ลองถูก ลองทำในสิ่งที่ลูกน้อยจินตนาการ พ่อแม่อยาคิดแทนลูกและอย่าให้ของเล่นกับลูกน้อยหลายชิ้นในเวลาเดียวกัน เพราะเด็กจะไม่เกิดการเรียนรู้ที่มากกว่าการสำรวจแล้วเบี่ยงเบนความสนใจไปยังของเล่นชิ้นอื่นแทน ในขณะที่ถ้าเราให้ของเล่นลูกน้อยเพียงชิ้นเดียวก่อนจะทำให้ลูกเกิดการเรียนรู้มากขึ้น เช่น การให้ตัวต่อฟองน้ำกับลูก ตอนแรกเด็กอาจจะวางซ้อนๆ กันเฉยๆ พอเบื่อก็จะเริ่มคิด เริ่มจินตนาการอยากต่อเป็นรูปบ้าน รูปสัตว์หรือรูปอื่นๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้นและอย่าใส่ถุงมือให้ลูกเพราะลูกน้อยจะไม่เกิดการเรียนรู้จากการสัมผัส

ลูกน้อยที่ได้รับการเอาใจใส่ให้เล่นหรือเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากพ่อแม่ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกายแล้ว ยังส่งผลให้ลูกน้อยมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดีด้วย จากการที่คุณพ่อคุณแม่เอาใจใส่ ให้ความรักความอบอุ่น และตอบสนองความต้องการของลูกอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตั้งใจฟัง การยิ้มและสบตาลูกน้อยในขณะป้อนข้าว ป้อนนม หรือส่งเสียงพูดคุยให้กำลังใจลูกในช่วงหัดคลาน หัดเดิน ซึ่งเสียงของพ่อแม่มีผลในการกระตุ้นเซลล์ประสาทต่างๆ ในสมองให้มีการเชื่อมต่อประสานกันได้อย่างมาก และการที่คุณพ่อคุณแม่เล่นกับลูกน้อยยังเป็นการวางพื้นฐาน เพื่อการเรียนรู้ในอนาคตให้แก่ลูกน้อย ให้สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้มากมาย ด้วยความกระตือรือร้นและใฝ่รู้

คุณพ่อคุณแม่ควรใช้เวลาใกล้ชิดกับลูกในช่วงวัยนี้ให้มากที่สุด เพื่อจะได้ผูกพันกับลูกน้อย และช่วยลูกน้อยในการพัฒนาสมองด้วยความรัก ความอบอุ่น ความใกล้ชิด เป็นฐานการเรียนรู้ การสร้างกลไกการเรียนรู้ของประสาทสัมผัส และลูกน้อยจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งจะเชื่อมโยงไปสู่ช่วงวัยอื่นๆ ของลูกเพราะถ้าพ้นช่วงนี้ไปลูกน้อยจะไม่ค่อยต้องการเล่นกับคุณพ่อคุณแม่เท่าไร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะไม่สามารถเรียกหาช่วงเวลานี้กลับคืนมาได้ ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ขี้อายทั้งหลาย เลิกอายแล้วหันกลับมาเล่นกับลูกน้อยกันนะคะ อย่าปล่อยให้ช่วงเวลาทองแบบนี้ลอยนวลค่ะ


  • นำเล่นเน้นพัฒนาการ

การเล่นจะช่วยให้ลูกน้อยสร้างความสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัวได้ง่าย และเร็วขึ้น คุณแม่ควรเน้นวิธีการเล่นที่ช่วยเสริมพัฒนาการตามวัยของเด็ก โดยกระตุ้นให้เขารู้จักกับส่วนต่างๆ ของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยการใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของคุณแม่เอง หรือของเขาเป็นอุปกรณ์ในการเล่น เริ่มต้นด้วยวิธีการเลียนแบบสิ่งรอบตัว พร้อมกับกระตุ้นให้เขาดึงศักยภาพในตัวเองออกมาใช้ เขาจะรู้ว่าตัวเองมีความสามารถที่จะทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองได้ ทำให้เกิดการสำรวจและเรียนรู้ เช่น เมื่อเด็กวัย 5-6 เดือนได้หยิบจับของชิ้นหนึ่ง เขาจะเอาเข้าปากเพื่อทำการสำรวจ (เนื่องจากในวัยนี้ลิ้นเป็นส่วนที่มีการสัมผัสดีที่สุด) การสำรวจซ้ำๆ จะทำให้เขาเกิดการเรียนรู้ และจดจำ


เกมต่างๆ ในตารางด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณเสริมพัฒนาการลูกน้อยแต่ละช่วงวัยได้ด้วยการเล่น ลองนำไปเป็นแนวทางดูนะคะ


เกม วัยที่
เหมาะสม
วิธีเล่น ประโยชน์พัฒนาการ
อ้อแอๆ...แปล
ความหมาย
0-3 เดือน เมื่อลูกน้อยเริ่มทำเสียงอ้อแอ้ คุณสามารถทำให้เสียงนั้นสามารถสื่อความหมายได้ โดยเริ่มจากการตั้งใจฟังเสียงที่ลูกน้อยเปล่งออกมา แล้วเปล่งเสียงเลียนแบบ เสียงเขา เหมือนกับเป็นการส่งเสียงตอบ กระตุ้นให้เขาแปลความหมายของเสียงที่คุณเปล่งออกมา ลูกน้อยจะเริ่มจดจำโครงสร้างของภาษา จากการฟังสิ่งที่ได้ยิน จากนั้นจึงค่อยๆ เลียนแบบและเริ่มจะเปล่งเสียง
กรุ๊ก..กู..
เสียงอะไรเอ่ย
3-6 เดือน ลองมาเล่นเสียงสนุกๆ กับลูกน้อยโดยการใช้ระดับเสียงสูงต่ำที่แตกต่างมาคุยกับลูกน้อย อาจกระซิบเบาๆ ทำเสียงสูง เสียงต่ำ เสียงดัง ค่อยสลับกันไป หรือใช้อุปกรณ์สร้างเสียง เช่น เขย่ากระปุกออมสิน, เคาะกล่อง แต่ต้องระวังอย่าให้เสียงดังเกินไปจะทำให้ลูกน้อยตกใจกลัวได้นะคะ เสียงที่แตกต่าง จะทำให้ลูกน้อยได้ทั้งความสนุกสนาน และกระตุ้นจินตนาการของเขาไปพร้อมๆ กันด้วย ขณะเดียวกันเสียงพูดคุยของคุณจะสร้างความคุ้นเคยภาษาพูดให้กับเขาด้วย
ภาษากาย
ทายใจ
6-9 เดือน คุณแม่ค่อยๆ สอนให้ลูกน้อยเข้าใจคำพูด โดยการพูดพร้อมทำท่าประกอบคำพูดไปด้วย เช่น ยื่นมือทั้งสองไปหาลูกแล้วถามว่าอุ้มไหม หรือชี้นิ้วไปที่ปากแล้วพูดว่าหม่ำๆ ไหม แต่ต้องทำบ่อยๆ นะคะ การทำท่าประกอบพร้อมกับคำพูดบ่อยๆ ลูกน้อยจะเข้าใจ และจดจำท่าทางนั้น ต่อไปเมื่อลูกน้อยต้องการให้ทำอะไรเช่นให้อุ้ม หรือหิวก็จะทำท่านั้นๆ ให้ดู
เสียงที่คุ้นเคย 9-12 เดือน เดือนคุณแม่อาศัยเสียงที่เกิดขึ้นในบ้าน เช่น เสียงออดหน้าบ้าน, เสียงนาฬิกาปลุก เสียงเหล่านี้เป็นเสียงที่ลูกน้อยคุ้นเคย ให้ถามลูกน้อยว่า เอ๊ะ... เสียงอะไรเอ่ย ได้ยินไหมคะ.. เขาก็จะหยุดฟังเสียงนั้นกับเรา แล้วตอบด้วยภาษาของเขาว่าเป็นเสียงอะไร เช่น ชี้มือไปที่สิ่งที่เกิดเสียง เกมนี้ลูกน้อยจะได้ฝึกประสาทสัมผัสการฟัง และการเรียนรู้ทางด้านภาษาและท่าทางเพิ่มเติม
จ๊ะเอ๋.. เบบี๋ ทุกช่วงวัยของลูกน้อย เกมสุดฮิตตลอดกาลของคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านยังใช้ได้ผลมากๆ ค่ะ ซึ่งจะได้ความสนุกสนานทั้งลูกน้อยและคุณพ่อคุณแม่ เกมนี้ช่วยกระตุ้นการมอง การสังเกต และจดจำของลูกน้อยได้ดีค่ะ


ลองมาดูสิว่า.. คุณเล่นกับลูกวัยเบบี๋ เป็นหรือเปล่า


(update 25 มกราคม 2005)
[ ที่มา... นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 กันยายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600