โรคพยาธิใช่ว่าจะขโมยสารอาหารของหนูๆ ไปอย่างเดียวนะครับ แต่ยังทำให้เกิดอาการคันตามส่วนต่างๆ ของร่างกายอีก
นอกจากนี้พ่อแม่ในเมืองก็ชะล่าใจ คิดว่าครอบครัวตนเองนั้นห่างไกลจากโรคพยาธิลิบลับ
ขอบอกไว้ ณ ตรงนี้เลยนะครับว่า เด็กๆ ทุกคนมีโอกาสเป็นได้ทั้งนั้น ถ้าละเลยไม่ดูแลกันให้ดี...
Hello
รู้จักกันก่อน
พยาธิคืออะไรใครรู้บ้าง ผมจะเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟังง่ายๆ ครับ พยาธิเป็นสิ่งมีชีวิตอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า
ปรสิต ซึ่งไม่สามารถหากินได้เอง แต่ต้องอาศัยอาหารจากร่างกายของคนหรือสัตว์ที่มันอาศัยอยู่
ด้วยการดูดสารอาหารจากร่างกายของเรา และจะทำให้เกิดอาการมากน้อยแตกต่างกันขึ้นกับชนิด
ปริมาณ และความแข็งแรงของร่างกายผู้ที่พยาธิอาศัยอยู่ครับ
ส่วนใหญ่เรารับพยาธิเข้าสู่ร่างกายผ่านการปนเปื้อนในอาหารการกิน หรือผ่านการสัมผัส ตัวอย่างเช่น
- กินเนื้อวัวดิบ ผักสดที่ล้างไม่สะอาด มีโอกาสได้รับพยาธิตัวตืด
- กินหมูที่ปรุงไม่สุก หรือแหนมดิบมีโอกาสได้รับพยาธิตัวจี๊ด
หรือ การทำกับข้าวแล้วสัมผัสกับเนื้อหมูที่มีพยาธิตัวจี๊ด ก็จะทำให้พยาธิไชเข้าไปทางผิวหนังได้เช่นกัน
- กินปลาร้าดิบ หรือปลาน้ำจืดดิบ มีโอกาสได้รับพยาธิไม้ใบในตับ
- มือเด็กๆ ที่ไม่สะอาด มีพยาธิหรือไข่ติดอยู่จากการเกากิน เล่นดิน มาหยิบจับอาหารกิน
มีโอกาสได้รับพยาธิเส้นด้าย หรือเรียกอีกชื่อว่า พยาธิเข็มหมุด และพยาธิปากขอ
- พยาธิบางชนิดติดต่อได้โดยการไชเข้าทางผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นการเดินโดยไม่สวมรองเท้า
หรือการที่เด็กๆ เล่นดินทรายที่มีพยาธิอยู่ เช่น พยาธิปากขอ
บ่งบอก...แสดงอาการ
อาการขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของพยาธิครับ ตั้งแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการทั่วไปที่ไม่จำเพาะ
เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เหนื่อยง่าย ซีด ขาดสารอาหาร เติบโตช้า
ไม่มีสมาธิในการเรียน นอกจาอาการทั่วไปที่ไม่จำเพาะแล้ว พยาธิหลายชนิดยังมีอาการเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปด้วย
ผมจะบอกให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตกันดู
- พยาธิเส้นด้าน สำหรับเด็กอาจทำให้เกิดอาการคันก้นตอนกลางคืน ซึ่งเกิดจากพยาธิตัวเมียมาออกไข่บริเวณทวารหนักของเด็กๆ
- พยาธิปากขอ อาจเกิดก้อนที่มีอาการคันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยจะย้ายที่ไปตามร่างกายได้เรื่อยๆ
- พยาธิใบไม้ตับ อาจทำให้มีอาการตัวเหลืองตาเหลืองจากทางเดินน้ำดีอุดตัน และอาจเป็นสาเหตุของมะเร็งตับได้ด้วย
- พยาธิตัวตืด อาจมีอาการชักจากพยาธิขึ้นสมอง บิดมีตัวทำให้มีอาการท้องเดินถ่ายเป็นมูกเลือด
จัดการ...ให้สิ้นซาก
การรักษาพยาธิในเด็กเล็กและเด็กโตไม่ต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของพยาธิครับ
ซึ่งคุณหมอจะเลือกยาให้เหมาะกับพยาธิแต่ละชนิด แต่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันในการรักษาสำหรับพยาธิบางชนิด
โดยเฉพาะพยาธิเส้นด้ายที่มักจะติดต่อและเป็นกันทุกคนในครอบครัว ดังนั้นทุกคนในครอบครัวควรกินยาฆ่าพยาธิพร้อมกัน
เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ กลับมาเป็นอีกหลังจากรักษาหายแล้ว
นอกจากนี้ไข่ของพยาธิเส้นด้ายจะตกอยู่ตามที่นอน ผ้าห่มหรือเครื่องนอนของเด็กๆ
ควรทำความสะอาดด้วยการนำไปต้มและตากแดด เพื่อฆ่าพยาธิและไข่พยาธิที่หลงเหลืออยู่ด้วย
ไม่เช่นนั้นพอฆ่าเชื้อในร่างกายได้หมดก็จะกลับมาติดได้ใหม่ เด็กๆ ที่เป็นพยาธิเส้นด้ายจึงดูว่ารักษาไม่หายครับ
ป้องกัน...พยาธิจู่โจม
การป้องกันดีที่สุด คือการปฏิบัติตามหลักสุขวิทยาพื้นฐานด้วยการกินอาหารที่ปรุงสุกแล้ว
ส่วนอาหารที่กินสด อย่างผักสดหรือผลไม้ ควรล้างให้สะอาด พร้อมกันนั้นควรดูแลเด็กๆ ด้วยการ...
- ฝึกให้เด็กๆ ล้างมือ หรือทำความสะอาดมือด้วยสบู่ น้ำยาทำความสะอาดทุกครั้งก่อนหยิบจับอาหารเข้าปาก
- ตัดเล็บให้สั้นเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งที่อยู่ของพยาธิหรือไข่ เวลาที่เด็กๆ เล่นดิน ทราย หรือเวลาที่เกาก้น
- ให้เด็กๆ สวมรองเท้าเมื่อออกนอกบ้านเสมอ
- หลีกเลี่ยงการเล่นดินเล่นทราย หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ต้องฝึกให้เด็กๆ ล้างมือทุกครั้งหลังเล่นเสร็จ
หรือล้างก่อนหยิบอาหารเข้าปาก
- ทำความสะอาดเครื่องนอนบ่อยๆ เพื่อป้องกันพยาธิเส้นด้าย
โรคพยาธิดูอาจจะไม่น่ากลัว แต่ถ้าไม่สังเกตให้ดีไม่ดูแลลูกอย่างใกล้ชิดแล้ว
ลูกอาจจะมีอาการรุนแรงจนส่งผลให้พัฒนาการหยุดชะงักหรือร่างกายซีดลงไปทุกวัน
ซึ่งอันตรายไม่น้อยเหมือนกันนะครับ
(update 21 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 117 กรกฎาคม 2548]
|