เครือข่ายรณรงค์เด็กไทยไม่กินหวาน ได้สำรวจสถานการณ์ฟันผุในเด็กไทยและพบว่า
ในกลุ่มเด็กอายุ 6 ขวบ เป็นโรคฟันผุเพิ่มขึ้นเป็น 90% ในปี 2545 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเลยทีเดียว
ทั้งนี้จากการสำรวจพฤติกรรมของเด็ก พบว่า มีสาเหตุมาจากการที่เด็กติดหวานมาตั้งแต่เล็ก
ในระยะหลังๆ เราจึงมีโอกาสได้เห็นกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้แก่คุณพ่อคุณแม่ในการดูแลเด็ก
ให้เลือกกินแต่ขนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
อันที่จริงแล้ว เด็กกับขนม โดยเฉพาะขนมที่มีรสหวานเป็นของคู่กันมาในแทบทุกยุคทุกสมัย
การที่คุณแม่จะห้ามลูกไม่ให้กินขนมหวานทั้งหมดเลย บางครั้งก็อาจเป็นเรื่องบังคับฝืนใจ
ทำให้สีสันวัยเด็กของเขาต้องจืดชืดไป เอาเป็นว่า คุณแม่ลองเดินสายกลางในการแก้ปัญหานี้ดีไหมค่ะ
เช่น ปล่อยให้ลูกได้ลิ้มรสอาหารตามแต่ใจเขาปรารถนาบ้าง เพียงแต่ว่าคุณแม่อาจตั้งเงื่อนไข อาทิเช่น
ทุกครั้งที่หนูทารท๊อฟฟี่หมดแล้ว หนูต้องแปรงฟันนะคะ การฝึกให้เด็กรู้จักดูแลรักษาความสะอาด
รวมถึงสุขภาพฟัน ตั้งแต่เล็กๆ เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้เขามีโอกาสได้ลิ้มรสความอร่อยของอาหาร
ในขณะเดียวกัน สุขภาพปากและฟันก็ดีด้วยค่ะ
- เมื่อไหร่ที่ลูกพร้อมจะแปรงฟัน ?
โดยทั่วไป เมื่อลูกอายุได้ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่จะได้เห็นฟันน้ำนมซี่แรกของลูกออกมาทักทาย
โดยจะเริ่มที่ฟันซี่ตรงกลางด้านล่างก่อน และจะค่อยๆ ทยอยขึ้นจนเต็มปากเมื่อลูกมีอายุประมาณ 2-3 ขวบ
หากลูกอายุถึงขวบแล้วแต่ฟันยังไม่ขึ้นเลย ควรต้องรีบปรึกษาแพทย์เพราะการที่ฟันขึ้นช้าเกินไป
อาจเป็นลักษณะอาการของโรคบางอย่างได้ ไม่ต้องรอให้ฟันลูกขึ้นเต็มปากหรอกค่ะ แค่เพียงลูกเริ่มมีฟัน 5-6 ซี่
คุณแม่จะต้องทำความสะอาดฟันให้ลูกด้วยการใช้ผ้าขาวบางหรือผ้าก๊อซพันนิ้วก้อย ทำความสะอาดฟัน
และเหงือกของลูกอย่างเบามือ อาจจะใช้เกลือป่นแต่น้อยหรือไม่ใช้ได้ค่อยๆ เช็ดฟันลูกขึ้นทั้งข้างล่างและข้างบน
ทั้งด้านในและด้านนอก ทุกวันวันละ 2 ครั้ง เช้าตอนตื่นนอน และตอนค่ำก่อนนอน แรกๆ ลูกอาจจะมีปฏิกิริยาต่อต้าน
แต่สักพักจะกลายเป็นความเคยชิน
อย่าลืมนะคะก่อนที่จะทำความสะอาดช่องปากของลูก คุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง
เมื่อลูกโตพอที่จะจับแปรงสีฟันได้แล้ว หรืออายุประมาณ 1 ขวบ ขวบครึ่ง
คุณพ่อคุณแม่ลองหาแปรงสำหรับเด็กที่มีสีสันสดใส ลวดลายน่ารัก ขนแปรงนุ่มมาให้ลูกได้หัดแปรงฟันด้วยตัวเอง
อย่าชะล่าใจไว้จนลูกโตกว่านี้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องเหนื่อยมากขึ้นในการฝึกลูก
- การเลือกยาสีฟันและแปรงสีฟันที่เหมาะสม
ปัจจุบันมีแปรงสีฟันสำหรับเด็กมากมายหลายยี่ห้อ ซึ่งจะกำหนดอายุเป็นช่วงๆ ขึ้นอยู่กับขนาดของแปรง
การเลือกแปรงให้ลูก คุณแม่ควรเลือกแปรงที่มีขนแปรงค่อนข้างนุ่ม ขนาดพอเหมาะมือลูก
เพราะถ้าขนแปรงแข็งเกินไปอาจไปเสียดสีกับกระพุ้งแก้มจนกลายเป็นแผลในปาก
สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีกับลูกในการแปรงฟัน
สำหรับยาสีฟันปัจจุบันมียาสีฟันสำหรับเด็กหลากหลายรสชาติให้เลือก
แต่คุณแม่ไม่ควรใส่ยาสีฟันให้ลูกมากจนเกินไป เล็กๆ ขนาดหัวเข็มหมุดพอหรือจะไม่ใส่เลยก็ได้
คุณแม่บางรายอาจจะใช้ของพื้นบ้านคือเกลือป่นแต่น้อย
เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ ยังไม่แนะนำให้ใช้ยาสีฟัน เนื่องจากเด็กในวัยนี้อาจยังไม่รู้จักการบ้วนน้ำออกจากปาก
ทำให้เกิดการกลืนกินยาสีฟันเข้าไป และในยาสีฟันส่วนใหญ่จะมีฟลูออไรด์เป็นส่วนผสม
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถควบคุมการกลืนของลูกได้ ปริมาณของฟลูออไรด์ที่มากเกินไป
อาจส่งผลให้ฟันของลูกตกกระเป็นจุดสีเท
- สอนลูกให้แปรงฟันอย่างถูกวิธี
เริ่มต้นในการสอนให้ลูกแปรงฟันอย่างถูกวิธี คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นพี่เลี้ยงคนสำคัญ
โดยการช่วยจับแปรงสอนให้แปรงฟันอย่างถูกวิธี การแปรงฟันในเด็กเล็กยังไม่จำเป็นต้องแปรงขึ้นลงอย่างเช่นผู้ใหญ่
ให้แปรงในลักษณะถูไปมาในแนวนอนให้ทั่วทั้งด้านนอกและด้านใน สำหรับด้านที่ใช้บดเคี้ยวอาหารให้สีไปมาเช่นกัน
คุณพ่อคุณแม่ควรจะฝึกให้ลูกแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง คือเช้าตอนตื่นนอน และก่อนนอนทุกวัน
เด็กบางคนอาจจะรู้สึกไม่สนุก เมื่อต้องแปรงฟัน คุณพ่อคุณแม่ลองหากิจกรรมมาทำ
เพื่อกระตุ้นให้ลูกอยากแปรงฟัน เช่น
- ชวนลูกมาแปรงฟันพร้อมๆ กับคนในครอบครัว
- ร้องเพลงเกี่ยวกับการชักชวนให้แปรงฟัน
- เล่านิทานสนุกๆ เกี่ยวกับการแปรงฟัน เพื่อให้ลูกได้รู้ถึงประโยชน์ในการแปรงฟัน
- เล่นเกมแข่งแปรงฟันกับลูก โดยใช้เสียงนาฬิกาปลุกน่ารักๆ เป็นตัวช่วย
- หากระจกมาติดไว้ในระดับสายตา เพื่อลูกจะได้รู้ว่าตัวเองแปรงฟันอย่างถูกวิธีหรือเปล่า
- คุณพ่อคุณแม่อาจให้ลูกเป็นคนเลือกแปรงสีฟันหรือยาสีฟัน
เพื่อให้เกิดความรู้สึกภูมิใจและอยากแปรงฟัน
แม้ว่าคุณสามารถฝึกให้ลูกแปรงฟันอย่างถูกวิธีจนกลายเป็นนิสัยติดตัวลูกไปแล้ว
แต่เมื่อลูกอายุประมาณ 2-3 ขวบ คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์
ปัจจุบันร้านคุณหมอฟันต่างตกแต่งกันสวยงาม ไม่ทึมๆ น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อน
ชักชวนลูกไปให้คุณหมอตรวจดูฟันทั่วๆ ไปอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีระหว่างหมอฟันกับลูก
หากถ้าคุณหมอตรวจฟันลูกแล้วไม่มีอะไรผิดปกติ คุณหมอจะมีคำแนะนำสำหรับการรักษาฟันเพิ่มเติม
ไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่จะพาลูกไปพบทันตแพทย์ต่อเมื่อลูกมีอาการฟันผุ หรือปวดฟันเสมอไป
เพราะลูกอาจจะรู้สึกว่าทุกครั้งที่เขาไปหาหมอฟันจะต้องเจ็บปวดอยู่เสมอ นอกจากนี้
คุณพ่อคุณแม่อาจเสริมสร้างฟันของลูกให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย การให้ลูกทานยาเม็ดฟลูออไรด์ได้ตั้งแต่ฟันลูกยังไม่ขึ้น
ต่อเมื่อลูกฟันขึ้นแล้วการใช้ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุควรใช้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
การที่ลูกได้รับการดูแลเอาใจใส่ฟันอย่างเหมาะสม รู้จักแปรงฟันอย่างถูกวิธีจนกระทั่งปลูกฝังเป็นนิสัยติดตัวไปจนโต
บวกกับการสร้างเงื่อนไขว่าทุกครั้งที่เขากินขนมที่มีรสหวาน เขาจะต้องแปรงฟันด้วยทุกครั้ง
ก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องโรคฟันผุไปได้บ้าง
(update 11 มีนาคม 2005)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 สิงหาคม 2547 ]
|