อยู่ๆ จมูกของลูกก็มีเลือดไหลออกมา รู้ล่ะว่าคือเลือดกำเดา แต่จะดูแลป้องกันอย่างไรดีนะ ถึงจะถูกต้องปลอดภัย
ลูกชายมีเลือดกำเดาไหลครั้งแรกตั้งแต่อายุได้ขวบเศษๆ วิธีที่ใช้ทุกครั้งก็คือกอดเขาแล้วให้เขาเงยหน้าขึ้น
แล้วก็เล่านิทานให้ฟัง นี่คือตัวอย่างหนึ่งจากคุณกรรณิการ์ที่มักใช้กับลูกของเธอยามที่เธอต้องประสบกับภาวะดังกล่าว
ส่วนคุณแม่อีกท่านหนึ่งมักจะใช้วิธี ใช้ผ้าห่อน้ำแข็งโปะหน้ากาก แล้วให้ลูกเงยหน้าเข้าไว้
นั่นคือตัวอย่างของของวิธีที่คุณพ่อคุณแม่ใช้รับมือกับภาวะเลือดกำเดาไหลด้วยตัวเอง ซึ่งปกติ
อาการเลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่จะหายไปได้เองภายในเวลา 5 นาทีนะคะ
โดยระหว่างนี้เราสามารถนำน้ำแข็งมาประคบหน้าผาก พร้อมให้ลูกนั่งตรงๆ
แค่นี้ก็สามารถบรรเทาอาการเลือดกำเดาได้แล้วค่ะ
แต่อย่างไรก็ดี ถ้าเลือดกำเดาไหลบ่อยๆ และในปริมาณมากๆ คงต้องปรับเปลี่ยนวิธีรับมือ
โดยหาสาเหตุเสียก่อนว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ค่ะ ...
เลือดออกเพราะอะไรกันนะ ?
สาเหตุปกติ
เลือดกำเดาไหลมักจะเกิดขึ้นกับเด็กวัยประมาณ 3-8 ขวบ ในวัยนี้ผนังเยื่อบุจมูกจะบางและเส้นเลือดฝอยจะอยู่ตื้น
จึงมีอาการฉีกขาดง่าย และส่วนใหญ่ภาวะนี้เป็นได้ตลอดปี แต่จะพบให้เห็นช่วงหน้าหนาวบ่อยเพราะอากาศแห้ง
ทำให้จมูกลูกแห้งตามไปด้วย และเมื่อโพรงจมูกแห้งก็อาจตกสะเก็ดทำให้ลูกรู้สึกคัน เลยเริ่มแคะ แกะ เกา จนเลือดออกตามมา
แต่อากาศร้อนแบบบ้านเรานี้ก็เกิดขึ้นได้เหมือนกันนะคะ เพราะถ้าอากาศร้อนมากๆ หรือลูกไม่สบายเป็นไข้
ตัวร้อนสูง เส้นเลือดฝอยเล็กๆ ในโพรงจมูกอาจแตก ทำให้เลือดกำเดาไหลได้
อย่างไรก็ดี เด็กบางคนป่วยเป็นโรคหวัดเรื้อรัง หรือทางเดินหายใจอักเสบ
ทั้งหมดเป็นสาเหตุให้เลือดกำเดาไหลได้ทั้งหมดค่ะ
ป่วยด้วยโรคบางอย่าง
ถ้าลูกเรามีเลือดไหลออกทางจมูกอยู่เป็นประจำ และในปริมาณมาก อาจเป็นเพราะลูกป่วยเป็นโรคอื่นได้ค่ะ
เช่น โรคภูมิแพ้ โรคไซนัสอักเสบ แผลในจมูก โรคที่เลือดแข็งตัวเร็วผิดปกติ โรคโพรงจมูกอักเสบ โรคเยื่อจมูกอักเสบ ฯลฯ
ถ้าไม่แน่ใจลองพาลูกไปหาหมอเพื่อตรวจอย่างละเอียดดูนะคะ
ป่วยด้วยโรคร้ายแรง
บางโรคอย่างมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคเกล็ดเลือดต่ำ เนื้องอกในจมูกอาจก่อให้เกิดเลือดไหลออกทางจมูกได้
แต่ถือว่าเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นน้อยมากค่ะ เรามักจะพบจุดเลือดออกหรือจ้ำเขียวบริเวณส่วนต่างๆ
ของร่างกายด้วย เช่น ตามแขนขาร่วมด้วย
หยุดเลือดได้โดย...
- ใช้กระดาทิชชู ม้วนเป็นแท่งขนาดเท่ารู้จมูก ชุบน้ำบีบให้แห้งอุดในรูจมูก
ใช้ปากหายใจแทน ระหว่างนี้ควรนอนให้ศีรษะราบเข้าไว้เพื่อให้เลือดหยุดได้ง่าย
- ใช้น้ำแข็ง วิธียอดฮิตที่หลายบ้านทำกันอยู่เป็นประจำ ส่วนใหญ่เมื่อลูกเลือดกำเดาไหล
เราจะประคบบริเวณจมูก ใต้ตาสองข้างด้วยผ้าเย็น หรือน้ำแข็งฝอยๆ ห่อผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าขาวบาง
เพื่อช่วยให้เลือดหยุดเร็วขึ้น
- อย่าแคะจมูก หรือสั่งน้ำมูกแรงๆ ในช่วง 1-2 ชั่วโมงแรก
- ทาวาสลิน หรือสีผึ้ง ถ้าในห้องนอนลูกเปิดแอร์และทำให้อากาศแห้งเกินไป
ควรหาวาสลินหรือสีผึ้งมาทาบริเวณเยื่อจมูก เพื่อหล่อลื่นจมูกให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ
- กินยาลดไข้ ในกรณีที่ลูกป่วยเป็นไข้ ตัวร้อนจนเส้นเลือดฝอยแตก
ทางที่ดีควรลดไข้ด้วยการเช็ดตัวลูกและกินยาลดไข้ทันที ควรหลีกเลี่ยงแอสไพริน
ธรรมชาติบำบัดช่วยได้
- กินมะนาว ลองให้ลูกกินน้ำมะนาวสัก 1-2 ลูกในตอนเช้าสิคะ ถ้ากลัวเปรี้ยวเกินไปสามารถเหยาะเกลือ
น้ำตาล และเกล็ดน้ำแข็งลงไปหน่อยก็ได้
- ดื่มน้ำฝรั่ง เราสามารถทำเองได้โดยใช้ฝรั่งสุก หั่นทั้งเปลือกแกะเมล็ดออก แล้วใช้เครื่องแยกกาก (Juice)
กินทุกวันประมาณครึ่งแก้ว หรือซื้อน้ำฝรั่งสำเร็จรูปที่ขายมากินสม่ำเสมอ 2-3 เดือนจะช่วยอาการเลือดกำเดาไหลได้
เอ...อย่างนี้ไปหาหมอดีกว่า
- มีอาการแทรกซ้อน เช่น ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย หน้ามืดเป็นลม
ทั้งหมดอาจมีสาเหตุจากโรคอื่นที่ไม่ใช่เลือดกำเดาไหลค่ะ
- เลือดออกบ่อยเกินไป ถ้าลูกมีเลือดกำเดาไหลบ่อยๆ และในปริมาณมากๆ
ควรปรึกษากุมารแพทย์ หรือหมอหู คอ จมูก
- ถ้ามีไข้สูง 4-5 วัน และมีเลือดกำเดาออกร่วมด้วยต้องระวังเรื่องไข้เลือดออกจำเป็นต้องพบหมอ
- เลือดออกข้างเดียวเรื้อรัง บางรายอาจมีเลือดกำเดาไหลอยู่เป็นประจำ และออกอยู่ข้างเดียว
ต้องสงสัยว่าจะมีแผลหรือสิ่งแปลกปลอมในจมูกควรปรึกษาหมอทันที
- เลือดกำเดาออกเรื่อยๆ นาน 1-2 ชั่วโมง ไม่ยอมหยุดและมีประวัติเลือดออกง่าย
เมื่อพบหมอต้องแจ้งประวัติด้วยอย่าลืมเด็ดขาด
อย่างที่บอกนะคะว่า เลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่เป็นอาการที่ไม่ร้ายแรง
ขอเพียงทำตามคำแนะนำข้างต้นจะช่วยให้เราหายตกอกตกใจไปกับอาการดังกล่าวได้ค่ะ
(update 9 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 266 มีนาคม 2548 ]
|