สาวน้อยแก้มยุ้ย ปากแดง ในชุดกระโปรงสีชมพูกำลังตั้งใจใช้สีเทียนวาดรูป
คุณน้าเห็นแก้มยุ้ยเปล่งปลั่งจึงหยิกแก้มหลานอย่างแรงไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยว
ญาติอีกคนหนึ่งสนุกชวนหลานคุยจนเจ้าหนูรำคาญ ส่วนคุณพี่ที่เพิ่งเดินผ่านมาดึงกระดาษ
ที่น้องกำลังวาดออกไปจากมือ ไปๆๆๆ จากสาวน้อยอารมณ์ดีเริ่มอาละวาดและเกรี้ยวกราด
เป็นพฤติกรรมไม่น่าดูที่ทำให้คนรอบข้างตะลึง
ผู้ใหญ่...ช่างยั่ว
หลายทฤษฎีที่บ่งบอกเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ทำให้เด็กก้าวร้าวนั้นมาจากผู้ใหญ่
หรือที่เรียกว่าพ่อแม่รังแกฉัน หนึ่งในนั้นคือการพูด ยั่วแหย่เด็กโดยไม่จำเป็น
ใช้คำพูดเปรียบเทียบหรือยั่วยุให้เด็กโกรธโดยเห็นว่าเป็นเรื่องสนุก
Don't do this
- พูดประชดประชันลูก เนี่ย แม่เก็บมาจากถังขยะ ไม่ใช่ลูกแม่ซะหน่อย
- ชอบแหย่ ยั่วให้เด็กโกรธ เพราะเห็นเป็นเรื่องสนุกในครอบครัว
เอาของเล่นของลูกไปซ่อน จนทำให้ลูกร้องไห้งอแง แล้วก็เอาของเล่นมาคืน
- ดุลูกให้อายต่อหน้าคนอื่น น้องเอ ทำไมเป็นเด็กดื้อแบบนี้ นิสัยไม่ดี เอาของคืนเพื่อนไปเดี๋ยวนี้นะ
- อารมณ์คนเลี้ยงไม่มั่นคง ดุว่าลูกอย่างรุนแรง พูดจากับเด็กดีบ้างไม่ดีบ้างจนลูกสับสน
- หยุดร้องไห้เสียทีได้ไหม แค่หกล้มนิดเดียวเองร้องเป็นชั่วโมง หูจะแตกอยู่แล้ว
- ใครสั่งใครสอนให้ทำตัวแบบนี้ ถ้าทำอีกจะให้ไปอยู่ข้างถนน พร้อมกับเอานิ้วชี้หัวลูกจนหัวสั่นหัวคลอน
- ทำไมยังทำตัวแบบนี้อีก โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้ว
ผลของการถูกล้อเลียน
ลูกเก็บกด สับสนกับอารมณ์ ตอบโต้กลับอย่างรุนแรงจนอาจติดเป็นนิสัย
และกลายเป็นเด็กก้าวร้าว มีพฤติกรรมรุนแรงกับบุคคลอื่นๆ ต่อไป
เพื่อน...ช่างล้อ
อ้วน ฟันหล่อ ดำตับเป็ด
ถ้าเธอไม่ยอมให้ชั้นยืมตุ๊กตาไปเล่น เราก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกันอีก
เด็กกว่า 20-30% เคยโดนเล่นงานจากคำพูดเหล่านี้ที่โรงเรียน
ผู้ใหญ่หรือคุณครูบางคนอาจคิดว่านี่คือการล้อเลียนแบบเด็กๆ จนละเลยเหตุการณ์เหล่านี้ไป
แต่นี่อาจเป็นต้นตอของเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่านี้ได้ เมื่อไม่นานมานี้ที่ประเทศอเมริกา
มีเด็กแก่เรียนคนหนึ่งถูกล้อว่าไอ้แว่นหนา เต่าล้านปี ขโมยปืนจากพ่อไปยิงเพื่อนคนที่พูดล้อเลียนจนเสียชีวิต
จนเป็นข่าวคึกโครมไปทั่วโลกมาแล้ว
ผลของการถูกล้อเลียน
ไม่อยากไปโรงเรียน เก็บตัว ไม่อยากพูดคุยกับใคร สูญเสียความมั่นใจ
ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ จนถึงทำร้ายเพื่อนกลับคืนด้วยวิธีรุนแรง
ปฏิกิริยาตอบโต้เมื่อถูกยั่วยุ
อาการโกรธของเด็กต่อการถูกยั่วยุ แหย่ แกล้งจากเพื่อนหรือจากผู้ใหญ่
จะแสดงออกมาทางร่างกาย เช่น ตีกลับ ลงไปนอนดิ้น หยิก ตี กัด ร้อง ขว้างปาของมากกว่าการพูด
เนื่องจากพัฒนาการด้านภาษาของลูกยังเติบโตไม่เต็มที่ ลูกไม่สามารถบรรยายความโกรธเป็นคำพูด
จึงต้องอาศัยความก้าวร้าวด้านร่างกายแทน ถ้าผู้ใหญ่เข้าใจจะช่วยให้ลูกรู้จักการควบคุมอารมณ์
และการแสดงออกที่เหมาะสมรวมถึงไม่ควรยั่วเย้าให้โกรธโดยไม่จำเป็น
ยั่วแหย่ทำก้าวร้าว
ผู้ใหญ่เองนั่นแหละที่ไม่คิดว่าการล้อเลียนหรือแกล้งผู้อื่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ
คิดว่าการแกล้งลูกเล็กๆ น้อยๆ เป็นเรื่องปกติ ไม่สั่งสอนลูกไม่ให้ล้อเลียนคนอื่น
ถ้าลูกล้อเลียนคนอื่นก็ไม่คิดจะห้ามปราม ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงการติเตียน
ประณาม ดูถูกเหยียดหยามลูกด้วยคำพูดรุนแรง เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว
ยังทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
4 วิธีปราบอารมณ์โกรธ
1. ยอมรับและเข้าใจความโกรธของเด็กเวลาที่ถูกขัดใจ โดยเฉพาะการไม่โกรธตอบเด็ก
จะช่วยบรรเทาอาการโกรธเกรี้ยวของลูกได้มาก เพิกเฉยปล่อยลูกไปสักพัก
เด็กจะเรียนรู้ว่าพฤติกรรมรุนแรงนั้นไม่ได้รับการตอบสนองลูกจะเลิกทำไปเองโดยไม่ต้องเฆี่ยนตี
2. เมื่อลูกหายจากอารมณ์โกรธแล้ว พอลูกอารมณ์ดีควรชวนลูกย้อนคิดว่า
เหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นไม่ควรทำเพราะอะไร ถ้าลูกทำข้าวของเสียหายก็ควรช่วยกันซ่อมแซมข้าวของด้วย
3. เมื่อลูกแสดงความก้าวร้าว ถ้าการห้ามด้วยวาจาไม่ได้ผลจะต้องช่วยเด็กให้เขาควบคุมตัวเองให้ได้
ด้วยท่าทีที่เอาจริงแต่สงบ ไม่แสดงอารมณ์รุนแรงจะช่วยทำให้เด็กสงบได้ ถ้าเด็กยังมีอารมณ์ที่รุนแรง
หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวมากให้แยกเด็กไปอยู่ตามลำพัง
4. บอกลูกถึงผลของการกระทำ เช่น เพื่อนๆ จะไม่ชอบและไม่ยอมให้เล่นด้วย
หรือถ้าลูกล้อเลียนเพื่อน เพื่อนจะต้องเสียใจเหมือนกับว่าถ้าลูกถูกล้อลูกก็ไม่ชอบเหมือนกันใช่ไหม
รู้อย่างนี้แล้ว ผู้ใหญ่ช่างแหย่หรือคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีผลอะไรกับเด็กๆ
คงเลิกยั่วให้เจ้าตัวเล็กอารมณ์เสียโดยไม่จำเป็นแล้วนะคะ
(update 20 กันยายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 119 กันยายน 2548]
|