กระแสข่าวเรื่องความปลอดภัยของนมผง 3 ยี่ห้อ ที่ตรวจพบว่า มีการปนเปื้อนของแบคทีเรียก่อโรคชนิดหนึ่งชื่อว่า
เอนเทอโรแบตเตอร์ซากาซากิอัย (Enterobacter sakasakii) โดยองค์การอาหารและยาเมื่อไม่นานมานี้
คงจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับคุณพ่อและคุณแม่ที่กำลังเลี้ยงลูกน้อยด้วยนมผงดัดแปลงสำหรับทารกไปตามๆ กัน
ข่าวหน้าหนึ่ง ส่งเก็บนมผงพบแบคทีเรีย
การตรวจพบแบคทีเรียชนิดนี้ที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งเมื่อ 1-2 เดือนก่อน
นับเป็นครั้งที่ 2 หลังจากมีการสุ่มตรวจพบแบคทีเรียชนิดเดียวกันนี้ในนมผงเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมานี้เอง
สาเหตุหนึ่งก็เนื่องจากมีทารกเจ็บป่วยด้วยอาการของระบบประสาทซึ่งเชื่อว่าอาจจะเกิดจากการได้รับแบคทีเรียชนิดนี้เข้าไป
กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากแบคทีเรียชนิดนี้จะเป็นทารกแรกเกิดจนถึง 1 ปี
ทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือทารกที่มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำโดยกลุ่มหลังๆ จะมีความเสี่ยงมากขึ้น
อาการสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะสังเกตได้คือ อาการของระบบทางเดินอาหารเป็นหลักนั่นเอง
เช่น อาเจียน ถ่ายเหลว ลำไส้อักเสบ และมีไข้ด้วย นอกจากนี้อาการอาจจะรุนแรงไปจนถึงเยื่อหุ้มสมอง
หรือไขสันหลังอักเสบได้ ทารกที่ติดเชื้ออาจจะมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20-50
ทำให้คุณพ่อคุณแม่ที่ใช้นมผงเลี้ยงดูทารกหรือลูกเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัย
ในการบริโภคนมผงเหล่านี้ได้
นมผงกับโอกาสพบเชื้อ
ในความเป็นจริงแล้วทารกที่คลอดตามปกติและมีร่างกายที่แข็งแรงนั้น มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อนี้น้อยมาก
ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ยังควรให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดของการเตรียมนมและอุปกรณ์ที่ใช้ด้วย
เนื่องจากไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันการได้รับแบคทีเรียชนิดนี้แล้ว ยังช่วยป้องกันลูกจากเชื้อโรคสำคัญอื่นๆ
ที่ติดต่อทางอาหารและน้ำได้อีกด้วย
เอนเทอโรแบคเตอร์ ซากาซากิอัย เป็นแบคทีเรียที่พบได้ในทางเดินอาหารของคนและสัตว์
รวมถึงยังพบในสิ่งแวดล้อมทั่วไปได้ด้วย ดังนั้นจึงสามารถพบแบคทีเรียชนิดนี้ได้ในนมผง
ซึ่งต้องผ่านกระบวนการผลิตหลายขั้นตอนตั้งแต่จากฟาร์มโคนมจนกระทั่งถึงโรงงานนม
ซึ่งจุดนี้เองที่คุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมผงคงต้องทำความเข้าใจว่า นมพร้อมดื่ม
เช่น นมยูเอชทีหรือนมสเตอริไลซ์มีการใช้ความร้อนทำลายเชื้อที่มีอยู่ในนมหมดแล้วจึงเป็นนมที่ปลอดเชื้อ 100%
ซึ่งแตกต่างกับนมผงสำหรับเลี้ยงทารก ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะมีแบคทีเรียอยู่ในนมผงได้บ้าง
สำหรับการพบแบคทีเรียชนิดนี้ในนมผงไม่ได้พบในเมืองไทยเท่านั้น
แบคทีเรียนี้เป็นปัญหาสาธารณสุขของหลายประเทศทั่วโลกด้วย เช่น แคนาดา
สหรัฐอเมริกา ยุโรป อินโดนีเซีย เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นโรคที่เพิ่งจะปรากฏเป็นปัญหาเมื่อไม่นานมานี้เอง
จนทำให้มีการทบทวนการกำหนดค่าระดับมาตรฐาน คุณภาพสากลของนมผงขึ้นใหม่
เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจากการบริโภคนมผงสำหรับเลี้ยงทารก
ตรงนี้คงจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ที่ห่วงเรื่องของคุณภาพนมมีความสบายใจขึ้นว่า
นมผงสำหรับเลี้ยงทารกนั้นได้รับการปรับปรุงเรื่องมาตรฐานด้านความสะอาดให้ทันกับโรคภัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
ป้องกัน เพิ่มความปลอดภัย
เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
ประเด็นนี้อาจจะถูกใจคุณแม่ที่ตั้งใจหรือกำลังเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ด้วยทางองค์การอนามัยโลกได้
แนะนำว่าถ้าหากเป็นไปได้ ควรเลี้ยงทารกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวจนถึงอายุ 6 เดือน
เพราะในปัจจุบันนี้ยังไม่มีรายงานการระบาดของเอนเทอโรแบคเตอร์
ซากาซากิอัยในทารกที่กินนมแม่อย่างเดียว เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่พบว่า
ส่วนมากแล้วนมผงสำหับเลี้ยงทารกจะเป็นแหล่งที่มาทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเจ็บป่วยจากเอนเทอโรแบคเตอร์
ซากาซากิอัย ดังนั้นการเลี้ยงทารกด้วยนมแม่จึงได้เปรียบว่า นอกจากนี้มีหลักฐานบ่งชี้ว่า
ทารกที่ได้รับนมแม่ควบคู่กับนมผสมหรือได้รับเฉพาะนมผสม
กลับพบความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเจ็บป่วยจากโรคอาหารเป็นพิษอื่นๆ ได้ด้วย
นมผง ต้องสะอาด
คุณแม่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกด้วยนมผง แม้ว่าจะมีความเสี่ยงต่อโรคนี้มากกว่า
แต่ถ้าหากมีการรักษาความสะอาดอย่างดีแล้ว ไม่เพียงแต่จะป้องกันลูกน้อยจากแบคทีเรียชนิดนี้ได้แล้ว
ยังสามารถป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคอื่นๆ ที่ติดต่อทางน้ำและอาหารได้ด้วย
- เตรียมให้พอดี : การเตรียมนมชงควรจะเตรียมให้พอดีในแต่ละมื้อ เพื่อป้องกันน้ำนมเหลือค้าง
ซึ่งจะเป็นแหล่งอาหารที่ดีสำหรับแบคทีเรียชนิดนี้ในการเพิ่มจำนวน และเมื่อลูกดื่มนมที่เหลือ
และเก็บไว้อย่างไม่ถูกต้องก็จะมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ ดังนั้นหากมีน้ำนมเหลือในแต่ละมื้อแล้ว
ไม่ควรนำมาเลี้ยงลูกอีก
- อุปกรณ์สะอาด ปลอดเชื้อ : อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีโอกาสสัมผัสกับนมชง เช่น ขวดนม จุกนม เป็นต้น
ควรจะสะอาดและมีการปลอดเชื้ออย่างเหมาะสม เช่น การต้มให้เดือดนานอย่างน้อย 8-10 นาที (ไม่รวมเวลาที่เริ่มต้น)
น้ำที่ใช้ละลายนมผงยิ่งมีอุณหภูมิสูงเท่าไรก็ยิ่งช่วยทำลายเชื้อในนมผงได้มากขึ้นเท่านั้น
เช่น ถ้าใช้น้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 70 องศาเซลเซียส จะช่วยลดความเสี่ยงของแบคทีเรียชนิดนี้ได้ถึง 10,000 เท่า
อย่างไรก็ตามอานจะพบว่านมผงไม่ค่อยละลายถ้าใช้น้ำที่ร้อนจัด แต่ก็เพื่อความปลอดภัยครับ
- ระวังการปนเปื้อน : คุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังเรื่องการปนเปื้อนของนมผงหลังการเปิดผนึกนมผงด้วย
เนื่องจากนมผงที่ปลอดแบคทีเรียนี้ตั้งแต่การผลิตจากโรงงาน อาจบังเอิญมีการปนเปื้อนแบคทีเรียนี้ได้จากสิ่งแวดล้อม
เช่น อากาศ มือ อุปกรณ์ที่มีโอกาสสัมผัสโดยตรงกับนมผง เป็นต้น
แม้ว่าแบคทีเรียเอนเทอโรแบคเตอร์จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้
แต่ถ้าหากมีการรักษาความสะอาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการชงและการเลี้ยงด้วยนมผงอย่างถูกหลักอนามัย
แล้วก็จะช่วยลดโอกาสการเจ็บป่วยจากโรคในทางเดินอาหารได้อย่างมาก
เมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้เข้าใจถึงที่มาที่ไปของเชื้อโรคชนิดนี้ได้ดีขึ้นแล้วก็คงพอจะสบายใจขึ้นในการเลี้ยงลูกด้วยนมผงนะครับ
(update 14 กันยายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 119 กันยายน 2548 ]
|