บอกรักลูกไม่รู้เบื่อ


พิชิตหัวใจทั้ง 4 ห้องของลูก ด้วยวิธีบอกรักลูกอย่างมีประสิทธิภาพ

คุณเคยเป็นกังวลบ้างไหมว่า ไม่รู้จะบอกรักลูกอย่างไร ครั้นจะให้พร่ำบอกด้วยคำพูดว่า “แม่ (พ่อ) รักลูก” ก็ขัดเขินตามประสาคนไทยที่ไม่แสดงความรักต่อกันอย่างโจ่งแจ้ง และกลัวว่าหากบอกรักพร่ำเพรื่อลูกๆ จะไม่รู้ค่า

มีคุณแม่ท่านหนึ่งเล่าว่า จากประสบการณ์วัยเด็ก ที่พ่อแม่เธอไม่เคยแสดงความรักให้เห็นเลย เธอจึงไม่อยากให้ลูกเกิดความรู้สึกขาดแคลนความรักอย่างตน เลยพยายามตามใจพะเน้าพะนอลูกทุกอย่าง แต่แล้วคุณแม่ท่านนี้ก็รู้ว่าลูกไม่ได้รู้ซึ้งถึงความรักที่แท้จริงของแม่เลย ความรักของแม่กลับทำร้ายลูก ทำให้ลูกเอาแต่ใจตัวเองไปในที่สุด

อยากจะบอกว่านอกเหนือคำว่ารักแล้ว ยังมีวิธีบอกให้ลูกรู้ว่าเรารักเขาด้วยการ “ให้” เพื่อพิชิตหัวใจทั้ง 4 ห้องของลูก แบบนี้ค่ะ

ห้องที่ 1 ...ให้เวลา
เพียงแค่บอกว่ารักแล้วไม่เคยมีเวลาดีๆ ด้วยกันเลย เจอหน้ากันเมื่อไหร่ ถามไถ่แต่เรื่องเรียน ...การบ้านเสร็จหรือยัง หรือดุด่าว่ากล่าว อย่างนี้ลูกจะรู้ไหมว่าเรารักเขา

จัดเวลาแต่ละวันหรือในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ยังดี มีเวลาสบายๆ ด้วยกัน หยอกเย้ากระเซ้าแหย่ ทำกิจกรรมร่วมกัน ช่วยลูกทำรายงาน สอนการบ้าน เล่นเกม พูดคุยเรื่องต่างๆ เล่าเรื่องตลก ฯลฯ ในขณะที่ใช้เวลาร่วมกันลูกจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา แสดงให้ลูกรู้ว่าเรายอมรับในสิ่งที่เขาทำ สนใจฟังในสิ่งที่ลูกพูดบอกเล่า และมีการตอบสนองความต้องการความสนใจของเขา... เวลาดีๆ อย่างนี้แม้มีวันละ 15 นาที ก็ยังดีกว่าอยู่ด้วยกันทั้งวันแต่ไม่พูดคุยกันเลย

ห้องที่ 2 ... ให้คำพูดที่ดี
คำพูดทุกคำของพ่อแม่มีผลต่อลูกมหาศาล ดังคำโบราณว่า คำพูดของพ่อแม่นั้นศักดิ์สิทธิ์นัก เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี ก็ขอให้พูดแต่สิ่งดีๆ กับลูกค่ะ และควรเป็นคำพูดที่ทำให้ลูกรู้สึกว่า พ่อแม่เป็นเพื่อนมากกว่าเป็นผู้จับผิด... ยิ่งเมื่อลูกพกปัญหากลับมาบ้าน อย่าซ้ำเติมกันด้วยคำพูดประเภทว่า “บอกแล้วไม่ฟัง เป็นอย่างนี้น่ะสิถึงได้ถูกครูดุ” ลูกต้องการความเห็นอกเห็นใจจากเรา ซึ่งเราแสดงออกด้วยคำพูดได้ เช่น “เป็นเรื่องธรรมดาที่ครูต้องดูแลเราให้อยู่ในกฎระเบียบ ไหนเล่าให้แม่ฟังหน่อยสิว่าเรื่องราวเป็นยังไง” ...คำพูดอย่างหลังนี้จะทำให้ลูกรู้ว่าคุณอยู่ข้างเขา และเมื่อนั้นคุณก็ได้ใจจากลูกมาอีกห้อง

การอยู่ข้างลูก ไม่ใช่ว่ายกโทษให้ลูกในทุกการกระทำ คุณควรทำตัวเป็นกลาง ทำความเข้าใจความรู้สึกของลูก ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นความเหมาะควรผิด-ถูกด้วย ใส่ใจรับฟังลูกทุกเรื่องแม้ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหา เช่น หากลูกเข้ามาบอกว่าวันนี้เขาแข่งฟุตบอลชนะ อย่าพูดเพียง “อืม”... จะดีกว่ามากถ้าคุณมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างกระตือรือร้น ในสิ่งที่ลูกบอกด้วยคำถามว่า “แล้วลูกเล่นเป็นยังไงบ้างล่ะ” หรือ “ได้คะแนนเท่าไหร่” คำถามของคุณนี้จะแสดงนัยว่า คุณได้ยินเรื่องที่ลูกพูด ให้ความสนใจ และยังต้องการรู้รายละเอียดเพิ่ม ...ทักษะการสื่อสารนี้เป็นเรื่องง่าย จนบางครั้งเราก็หลงลืมที่จะใช้ จึงต้องฝึกใช้ให้กลายเป็นบทสนทนาในชีวิตประจำวันของครอบครัว

ห้องที่ 3 ... ให้ความเมตตา
เป็นปกติธรรมดาที่ (พ่อ) แม่- ลูกจะมีการปะทะอารมณ์กัน ซึ่งเกิดขึ้นได้วันละ 3 เวลา เพื่อแสดงให้ลูกรู้ว่าเรารักเขาเพียงใด ก่อนอื่นพ่อแม่ต้องอดทนข่มใจดับอารมณ์ของตนให้ได้ก่อน... มันไม่ใช่วันสิ้นสุดโลกซะหน่อย และวิธีที่จะข่มใจได้ คุณต้องมีความเมตตา พยายามเข้าใจว่าลูกรู้สึกยังไง ต้องการอะไร และให้อภัย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสอนลูกด้วยว่าแค่ไหนไม่เหมาะไม่ควร เช่น “แม่รู้ว่าลูกโกรธ และอยากระบายอารมณ์ แต่แม่ไม่อนุญาตให้ลูกขว้างปาทำข้าวของเสียหาย”

การมีเมตตาจะทำให้คำพูดและท่าทีของคุณอ่อนโยนลงจนลูกสัมผัสถึงความรักของคุณได้ และคุณยังเป็นแบบอย่างในการควบคุมอารมณ์ให้ลูกเรียนรู้ด้วย เมื่อไม่มีปัญหาอารมณ์ต่อกันซะอย่าง ลูกก็จะไม่ห่างไปไหน เพราะเขาเชื่อว่าไม่ว่าจะอย่างไร เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง เขามีคุณอยู่ใกล้เสมอ

ห้องที่ 4 ... ให้ความรักที่มีขอบเขต
การตามใจลูกอาจกลายเป็น “พ่อแม่รังแกฉัน” ได้ ดังนั้นควรมอบความรักอย่างมีขอบเขต ให้ลูกเรียนรู้ว่าอะไรเหมาะอะไรควร

ขอบเขตที่ขีดไว้ด้วยความรักควรขยายความให้ลูกเข้าใจเหตุผล ซึ่งในวัยนี้ลูกเข้าใจเรื่องเหตุผลได้ดีแล้ว เช่น ลูกได้จักรยานคันใหม่ตามคำเรียกร้อง แต่คุณก็ออกกฎด้วยว่า ไม่ให้ลูกขี่จักรยานข้ามถนนใหญ่ คุณควรบอกลูกว่า “แม่ไม่อยากให้หนูขี่จักรยานข้ามถนนไปฝั่งโน้น มันอันตราย เพราะแม่รักลูกมากนะ แม่ไม่อยากเห็นหนูต้องไปนอนเจ็บที่โรงพยาบาล” ลูกจะสัมผัสถึงความรักความหวังดีของคุณได้ แม้บางวันเขาจะโดนคุณดุ แต่เขาจะไม่โกรธขึงหรือดื้อดึง เพราะเข้าใจในความห่วงหาอาทรของคุณเป็นอย่างดี

ความอบอุ่นที่เกิดใน 4 ห้องหัวใจนี้ จะคงความแน่นแฟ้นระหว่างพ่อแม่-ลูก และขยายไปสู่ความรู้สึกมั่นใจให้ลูกก้าวออกไปเผชิญโลกกว้าง เด็กๆ จะใช้ความรักนี้เป็นพื้นฐานในการปรับตัวกับสังคมภายนอก ไม่ออกนอกลู่นอกทางเมื่อเป็นวัยรุ่น เข้าถึงการเรียนรู้ต่างๆ เกิดแรงบันดาลใจในการแก้ปัญหา เป็นคนดีและมีเหตุผล

วันนี้คุณบอกรักลูกอย่างมีประสิทธิภาพหรือยังคะ


รักกันวันละนิด
  • ให้ลูกเล่าสิ่งที่ดีที่สุดและเลวร้ายที่สุดในวันนั้นให้คุณฟัง
  • ปลอบใจลูกเมื่อเกิดเหตุการณ์เลวร้าย
  • ชื่นชมลูกเสมอ บอกลูกว่า คุณภูมิใจในตัวเขา และให้พรลูกเสมอ
  • นับ 1-25 หากรู้สึกอยากต่อว่าลูก และนับต่ออีก 100 เมื่อคุณยังไม่หายโกรธ
  • เช่าวีซีดีแนวครอบครัวน่ารักๆ มานั่งดูด้วยกัน
  • บอกลูกว่าคุณชอบอะไรในตัวลูก
  • โทร.มาบอกลูกทุกครั้งที่คุณกลับบ้านผิดเวลา
  • บอกลูกว่า (พ่อ) แม่อยากรู้ว่า ลูกรู้สึกอย่างไร
  • บอกลูกทุกวันว่า “(พ่อ) แม่รักลูกจ้ะ”
  • กอดลูกทุกวัน


(update 29 เมษายน 2005)
[ ที่มา.. kids&family ปีที่ 9 ฉบับที่ 107 กุมภาพันธ์ 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600