ผู้ใหญ่มักฝันใฝ่ไขว่คว้าได้เห็นเด็กของคนคิดเป็น ฝันเป็น มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
บ่อยครั้งพูดติดปากคล่องแคล่ว อยากเห็นเด็ก คิดเป็น ทำเป็น แต่ทว่าสังคมเรายังเป็นสังคมคนคิดเป็น
คนช่างคิดถึงขั้นทำเป็น ชนิดไม่เอาอย่างใคร แปลกใหม่ ORIGINAL ยังมีน้อง
ภาษาอังกฤษมีคำว่า INTELLECTUAL BUM แปลว่า มารสังคม คนไร้ค่า
ไม่ทำอะไร คนดีแต่พูด
คนมี INTIVENESS ต้องมีทั้งความคิดและความสามารถที่จะทำให้ความคิดนั้นเป็นรูปธรรมคือ
ต้องเป็นทั้งคนคิดเป็น ทำเป็นนั่นเอง คนคิดเป็นขั้นฝันเป็นเป็น (แม้วางแผนได้)
เท่านั้นหาใช่คนสร้างสรรค์สังคมไม่ คนที่สามารถทำความฝันให้เป็นจริงต่างหากจึงจะได้ชื่อว่า
เป็นคนสร้างสรรค์สังคม (PRODUCTIVE) ต้องมีทั้งความสามารถ คุณธรรม
และลักษณะพิเศษหลายลักษณะจึงจะเป็นมรรคผล คือ มีความมุ่งมั่น ความกล้าเสี่ยง
มานะ มีสมาธิ มีความอดทน และความรู้ความสามารถ (HOW) จึงจะสำเร็จประโยชน์
INITIATIVE การคิดเป็น ทำเป็น เป็นหัวใจของวิทยาศาสตร์ ซึ่งเริ่มต้นด้วยความสามารถ
การตั้งคำถามท การตั้งข้อสงสัย การเดา การตั้งสมมุติฐาน การทดลอง การสรุปหาคำตอบ
และข้อสำคัญการหัดเด็กให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเหตุปัจจัยและผล (คือ CAUSE และ EFFECT)
เพราะน้ำเดือดผักจึงเปลี่ยนสี กลิ่นและเนื้อใน (TEXTURE) เข้าใจระบบการทำงาน
เมื่อเห็นเครื่องซักผ้าทำงาน ท่อน้ำ ท่อไฟทำงาน ให้น้ำ ให้แสงสว่าง เห็นความสะอาดความมีระเบียบเกิดขึ้นในบ้าน
โดยการรู้จักแยกประเภทของมีที่ทาง จัดวางเป็นชั้น เป็นหิ้ง เป็นตู้ เป็นลิ้นชัก เมื่อใดเด็กเริ่มสงสัยและตั้งคำถาม
เมื่อเห็นรถวิ่งว่ารถวิ่งอย่างไร เมื่อเห็นเครื่องดูดฝุ่นสงสัยว่ามันทำงานอย่างไร เห็นนาฬิกา มันมีชิ้นส่วน
เข็มสั้น-เข็มยาวเดินต่างกันอย่างไร ท่านต้องให้โอกาสเด็กซักให้สงสัยต่อไป
ด้วยการตั้งคำถามติดต่อกันเป็นเรื่องเดียว ให้โอกาสเขาทดลองหาคำตอบทุกอย่าง
นี่คือการฝึกเด็กให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ชั่วชีวิตได้ทุกแห่ง ในห้องเรียน ในบ้าน ในครัว ใต้ถุน
ท้ายสวน อย่างไกลตัวก็แค่ตลาดสด ธนาคารใกล้บ้าน ไม่ต้องไปไกลถึงพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ ด้วยซ้ำไป
ตัวอย่างง่ายๆ เพื่อจุดประกายความคิดว่า ทำอย่างไรจึงจะให้เด็กใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม
ฝึกทำงานอย่างนักวิทยาศาสตร์
ฝึกการสังเกต
เข้าไปในครัว ให้หลับตาฟังเสียงต่างๆ แล้วทายว่าเป็นเสียงอะไร เสียงลมพัด
เสียงตู้เย็น เสียงกาน้ำ เสียงน้ำหยด เป็นต้น
- เปิดกระโปรงรถจะเห็นเครื่องจักร สายไฟระโยงรยางค์ รู้ชื่อไหมว่าเป็นอะไร ?
-จับตาดูจักรยานวิ่งล้อ ยางรถ ลูกโซ่ สำคัญไหม ? ช่วยให้รถวิ่งใช่ไหม ?
- วางนาฬิกาเก่าๆ เครื่องเหลาดินสอใช้มาแล้ว 5 ปี ไฟฉาย เครื่องมือบางชิ้น เช่น ไขควง
แล้วบอกให้เด็กถอดชิ้นส่วนออก แล้วใส่ใหม่ดังเดิมโดยที่ท่านยืนดูเท่านั้นเด็กชอบรื้อนักหนา
ให้รื้อแล้วลองประกอบใหม่ แม้จะผิดก็ปล่อย การลองผิดลองถูกเป็นวิธีเรียนรู้อย่างหนึ่งที่ให้ประโยชน์ยิ่ง
- ใส่น้ำลงในถาดทำน้ำแข็ง แล้วใส่ในถาดช่องแข็ง ลองจับเวลาดูว่าใช้เวลาเท่าใดน้ำจึงจะแข็ง
ทำหลายครั้งโดยใส่น้ำปริมาณไม่เท่ากัน
- ถ้าวางก้อนน้ำแข็งในถ้วนแก้ว ลองฝึกจับเวลาน้ำแข็งละลาย อะไรทำให้ละลาย
ถ้าวางถาดไว้ในที่ต่างกัน น้ำแข็งละลายเร็วไม่เท่ากันใช่หรือไม่ จดบันทึกไว้ดีไหม
- ลองทำไข่เค็ม ลอยไข่ในน้ำเกลือ และน้ำจืดต่างกันอย่างไร น้ำอะไรทำให้ไข่จม ไข่ลอย
- เดินเล่นในสวนกับเด็ก แว่นขยายอยู่ในมือคนละอัน ส่องดูมองเห็นลายใบไม้ ลายก้อนหิน
ลายเปลือกไม้ กาบไม้ ลองลอกลงกระดาษดูสิ
- ลองเล่นกับแสงและเงาดูบ้าง เลือกที่ยืนแห่งใดแห่งหนึ่งบนสนามหญ้าในวันแดดจ้าในเวลาที่ต่างกัน
เช้า สาย บ่าย เย็น เงาตัวเราที่ทอดบนพื้นหญ้ายาวเท่ากันไหมหือใช้ตะเกียงเจ้าพายุ ผ้าปูที่นอน
ขึงเป็นจอ ซื้อหุ่นเงา (หุ่นหนังตะลุงปักษ์ใต้ก็ได้ ทำเองก็ได้) ฉายหุ่น แต่งเรื่องเอง หรือตัวเด็กยืน
นั่ง ทำท่าทางต่างๆ คิดเองบ้าง เลียนของจริงบ้าง (เช่น ทำท่าช่างตัดผม) ใช้กระจกจับแสงแดด
เคลื่อนไปมาให้เห็นแสงสว่างแวบๆ ที่เพดาน ฝาผนังห้องพื้นห้อง
กิจกรรมหลากหลายเหล่านี้ ลองพยายามไม่ให้คำตอบเด็ก ไปห้องสมุดหาคำตอบด้วยกัน
เป้าหมายความสำเร็จของกิจกรรมเหล่านี้อยู่ที่ปลุกความสนใจให้อยากรู้อีก
ทดลองซ้ำไปซ้ำมาเพื่อหาคำตอบ การตั้งคำถาม ตั้งข้อสงสัย การเดา
การตั้งสมมุติฐานล้วนเป็นกิจกรรมประเทืองปัญญา (หรือปลูกปัญญา) ทั้งสิ้น
(update 21 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ กุมภาพันธ์ 2548]
|