รบทัพจับศึก กับสัตว์ประลาด (ในจินตนาการ)


”หนูได้ยินจริงๆ มันร้องเสียงดังมากๆ เลย ตามันก็โตๆ ด้วย ตัวใหญ่ยังกะยักษ์แน่ะ”
”ไม่มีหรอกลูก สัตว์ประหลาดแบบนั้นมีที่ไหนกัน”
”แต่หนูเห็นนน!!!”
”แม่บอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ”
”แต่นู๋เห็นนนน จิงงงๆ !!”
...........................

ว่าด้วยเรื่องของสัตว์ประหลาดในจินตนาการแบบนี้ไม่เข้าใครออกใครค่ะ ยิ่งสำหรับเด็กวัยนี้ด้วยแล้ว สัตว์ประหลาดในจินตนาการเป็นเรื่องจริงเสียยิ่งกว่าจริง ถ้าหากคุณมัวแต่เถียงหรือบังคับให้เด็กยอมรับว่ามันไม่ได้มีจริงจะยิ่งทำให้สงครามในบ้านเกิดเร็วขึ้น

นอกจากกลัวโดยไม่มีเหตุผลแล้ว พฤติกรรมที่พบบ่อยของเด็กวัยนี้ก็คือ พูด เล่า(แต่ง)เรื่องเกินจริง และกลัวสัตว์ประหลาดที่ไม่มีตัวตน ซึ่งล้วนแต่เป็นผลมาจากความช่างจินตนาการนั่นเอง

เวลาที่เด็กเล่าเรื่องของตัวเองอย่างสนุกสุดๆ ในขณะที่คุณต้องการความจริง เรื่องไม่เป็นเรื่องก็เลยกลายเป็นเรื่องเข้าจนได้

เรามาทำความเข้าใจพฤติกรรมของเด็กไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า


กลัวเหลือเกิน เจ้าสัตว์ประหลาดเนี่ย

ถ้าคุณบอกว่าใต้เตียงมีสัตว์ประหลาด แล้วชอบออกมาเพ่นพ่านตอนคุณไม่อยู่ เด็กจะตั้งหน้าตั้งตามุดใต้เตียงทั้งวัน เพื่อกำจัดสัตว์ประหลาด หรือไม่ก็ร้องไห้งอแงเวลานอน เพราะกลัวเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้จะออกมาหลังจากปิดไฟ

เด็กวัยนี้บางครั้งก็อยากรู้อยากเห็นเอามากๆ แต่ว่าในขณะเดียวกันก็มีความกลัวและกังวลอยู่ไม่น้อย เพราะฉะนั้นทางที่ดีไม่ควรให้เด็กวัยนี้ดูหนังสยองขวัญ ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม

พฤติกรรมที่มักจะเกิดขึ้นก็คือ เด็กบอกว่าเห็นหรือได้ยินอะไรแปลกๆ หรือบางทีอาจจะเห็นเงาอะไรบางอย่าง ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งที่เด็กคิดไปเอง แต่สำหรับเขาแล้วมันเป็นเรื่องจริงเสียยิ่งกว่าจริง เพราะฉะนั้นเด็กจึงยึดติดกับสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งของต่างๆ ที่อยู่รอบตัว และกังวลกับการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนย้ายสิ่งของเหล่านี้ (ขยับสักนิดก็ไม่ได้ด้วยนะ) เพราะฉะนั้น เวลาที่คุณอยากจะจัดห้องใหม่ หรือการเคลื่อนย้ายสิ่งของ เด็กจึงมักจะแสดงอาการต่อต้านอย่างสุดๆ


พฤติกรรมแบบนี้มาจากไหน ?

  • เด็กวัยนี้มีบางอย่างขัดแย้งในตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะความอยากรู้อยากเห็น ทำให้เขาพยายามหาคำตอบให้ได้ แต่บางครั้งในความอยากรู้นั้นก็มีความกลัวอยู่มาก แล้วก็ไม่สามารถแยกแยะระหว่างความจริงกับความฝัน (จินตนาการ) ได้

  • การที่เด็กรู้สึกกลัวมาก (เกินกว่าควรจะเป็น) อาจจะเกิดจินตนาการอันบรรเจิดของเด็กกำลังทำงาน ทำให้เขากลัวอะไรสักอย่างซึ่งเกิดจากจินตนาการของตัวเอง การที่คุณไม่ยอมเล่าประสบการณ์ก่อนหน้านั้นว่า อะไรที่เป็นอันตราย และอะไรปลอดภัย ก็จะยิ่งทำให้เด็กกลัวมากขึ้น

  • เมื่อเกิดความกลัว เด็กจะต้องการความมั่นคงสูงมาก ก็เลยทำให้เด็กไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง หรือการเคลื่อนย้ายสิ่งของรอบๆ ตัว บางครั้งก็จะทำเหมือนต่อต้านคุณอยู่ในที แต่ความจริงแล้วเด็กกำลังต่อต้านสิ่งที่เขากลัว

จะช่วยลูกอย่างไรดี

  • คุยกันเรื่องความฝัน พูดคุยกันด้วยการตั้งคำถาม เช่น “หน้าตาสัตว์ประหลาดที่ลูกเห็นเป็นยังไง เล่าให้แม่ฟังหน่อยสิจ๊ะ” แล้วอย่าลืมเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับสัตว์ประหลาดในวัยเด็กของคุณให้ลูกฟังด้วยล่ะ

  • อยู่ข้างเดียวกับลูกสิ่งสำคัญที่สุดก็อยู่ตรงนี้แหละ อย่าพยายามบอกลูกว่าสัตว์ประหลาดไม่มีจริง แต่ให้ทำตัวเป็นพวกเดียวกับลูก ด้วยการสร้างจินตนาการร่วมกันถึงสัตว์ประหลาดตัวนั้น หรืออาจจะเอามาแต่งเป็นนิทานก็ได้

  • ทำให้ลูกรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย ถ้าลูกอยากนอนเปิดไฟ ก็ยอมให้เขาเปิด แล้วคุณอาจจะให้ตุ๊กตาตัวโปรดไว้สักตัว เพื่อคอยคุ้มคอรงเขา ด้วยการเอาใส่เข้าไปใต้เตียง (ถ้าสัตว์ประหลาดของลูกอยู่ใต้เตียงนะ) แล้วพูดว่า “คราวนี้ก็นอนได้แล้ว เพราะเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ไปจับสัตว์ประหลาดไปหมดแล้ว”

  • ลูกชนะมันได้อยู่แล้ว พยายามทำให้เด็กรู้สึกว่า ตัวเองมีอำนาจเหนือกว่าสิ่งที่น่ากลัว หรือสัตว์ประหลาดตัวนั้น เช่น บอกว่า “ตอนเด็กๆ แม่ก็กลัวเหมือนกัน แต่คุณตาบอกว่าให้ทำเสียงไล่มันไปพอแม่ทำตาม สัตว์ประหลาดก็หนีไปหมดเลย หนูจะลองทำแบบนี้บ้างก็ได้นะ”

  • อย่าล้อเล่นกับความกลัวของลูก เพราะเขากลัวจริงๆ สิ่งที่ควรทำคือ พยายามหาวิธีการช่วยให้ลูกเอาชนะมันให้ได้ อาจจะใช้วิธีการสร้างจินตนาการซ้อนจินตนาการขึ้นมาก็ได้

  • ไม่ต้องเถียงกันเพื่อหาความจริงเรื่องสัตว์ประหลาด เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงอยู่แล้ว (แต่ปัญหาคือเด็กคิดว่ามันมีจริง) จึงไม่ควรเอามาถกเถียงกันให้รู้แพ้ชนะ การถกเถียงจะยิ่งทำให้ลูกรู้สึกตัวว่าตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยวด้วยความกลัว เพราะแม่ไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับเขา แต่ควรจะบอกว่า “แม่ก็มารู้ทีหลังนี่เอง ว่าสัตว์ประหลาดไม่ได้มีจริงหรอก ทีแรกแม่ก็คิดว่ามันมีจริงๆ เหมือนลูกนั่นแหละ”

  • ปล่อยไปบ้าง ไม่ควรยกเลิกข้อห้ามหรือกฎของบ้านเพราะความกลัวของลูก ความกลัวเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการของเด็กวัยนี้ แล้วมันจะผ่านไปเองโดยธรรมชาติในที่สุดค่ะ

(update 13 กันยายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 มีนาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600