กอด ยาขนานเอก


แม้ในปัจจุบันพ่อแม่จะหันมาใส่ใจคุณภาพชีวิตของลูกมากขึ้น ด้วยการคัดสรรสิ่งต่างๆ ที่ดีมากมายมาสนองต่อความต้องการของลูกอย่างแท้จริงก็ดี หรือตามค่านิยมทางสังคมก็ดี แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่หลายคนลืมกันมาก คือการดูแลด้านจิตใจของลูก หลายครอบครัวยิ่งลูกโต ยิ่งห่างลูกมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุการฝากเลี้ยง ฝากดูแลจากสถานที่ต่างๆ ส่งผลให้ความผูกพันน้อยลง ลูกมีพฤติกรรมซึม เศร้า เหม่อลอย หรือพฤติกรรมอื่นๆ ที่ทำเอาพ่อแม่หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ทั้งๆ ที่พ่อแม่คิดว่าได้มอบสิ่งที่ดีมากมายเพื่อเติมเต็มชีวิตให้ลูกแล้ว

หากเราลองมองย้อนถึงวิถีชีวิตที่ผ่านมาและลองถามตัวเองว่าสัมพันธภาพอันดีของครอบครัวลดน้อยลง จากการที่พ่อแม่ทำงานหนัก ไม่มีเวลาให้ลูกหรือไม่ การชดเชยด้วยวัตถุเป็นสิ่งที่ลูกต้องการจริงๆ หรือไม่ เพราะบางทีอาการต่างๆ ที่ลูกแสดงออกอาจไม่ได้หมายถึงความต้องการทางวัตถุ หากแต่สิ่งที่ลูกต้องการอาจเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ เช่น อ้อมกอดแห่งรักจากพ่อแม่ก็เป็นได้


ต้นทุนชีวิตที่ดีจากการกอด

การลงทุนเพื่อความสุขของชีวิตครอบครัว ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินทองหรือสิ่งของต่างๆ ทำได้ง่ายๆ ค่ะ เพียงแค่คุณเปิดวงแขนให้กว้างแล้วโอบกอดคนที่คุณรัก โดยเฉพาะลูกน้อยวัยเตาะแตะ จะผูกพันกับอ้อมกอดและสัมผัสจากพ่อแม่มาก พ่อแม่จึงควรใส่ใจและพยายามให้ผิวกายของคุณ สัมผัสกับลูกให้มากที่สุด จากการอุ้ม กอดหรือให้ลูกดูดนมจากอกแม่ สิ่งต่างๆ จะถูกถ่ายทอด ผ่านผิวสัมผัสทางกายสู่ลูกได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าขณะนั้นลูกจะอยู่ในลักษณะอารมณ์ไหนสิ่งต่างๆ จะผ่อนคลายลงได้จากการกอด โดยไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆ ทั้งนี้หากพ่อแม่โอบกอดลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ยังเด็กจะเปรียบเสมือนการลงทุนด้านจิตใจและอนาคตของลูกจากสิ่งเล็กน้อย แต่ส่งผลดีที่ยิ่งใหญ่ คือ ลูกมีพัฒนาการที่ดี มีความผูกพันกับพ่อแม่ เมื่อโตขึ้นลูกจะเป็นมีอารมณ์มั่นคง พร้อมที่จะเผชิญปัญหาต่างๆ ได้ดีกว่าเด็กที่ได้รับการโอบกอดจากพ่อแม่น้อย ดังนั้นเรามาเริ่มสร้างต้นทุนชีวิตที่ดีให้กับชีวิตลูกและครอบครัว สร้างความผูกพันที่เหนียวแน่น ด้วยการมอบความรักความเข้าใจและโอบกอดลูกกันตั้งแต่วันนี้ดีกว่านะคะ ชีพจรแห่งการกอด

แม้ว่าอนุภาพแห่งการกอดระหว่างพ่อแม่ลูกมีคุณค่ามากมายและหลากหลายความหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่จะต้องกอดลูกทุกวัน ทุกเวลา หรือทุกชั่วโมง จนดูเหมือนเป็นหน้าที่ เพราะดูจะเป็นการกอดพร่ำเพรื่อมากไป การกอดมีคุณค่าและมีความหมายในตัว การกอดจึงควรมาจากความรู้สึกจากใจและความรู้สึกที่อยากกอดจริงๆ จึงเรียกว่าอ้อมกอดที่อบอุ่น ดังที่เวอร์จิเนีย แชตเตอร์ ได้แนะนำเกี่ยวกับความถี่ของการกอดผ่านหนังสือ “พลังชีวิต” ไว้อย่างน่าสนใจว่า กอด 4 ครั้งต่อวัน เพื่อการดำรงชีวิต กอด 8 ครั้งต่อวัน เพื่อดำเนินชีวิต และกอด 12 ครั้งต่อวัน เพื่อการเจริญเติบโตของชีวิต การกอดมีจังหวะและเวลาที่เหมาะสม จะสื่อความหมายของความรู้สึกได้มากกว่าการกอดบ่อยๆ

ตามปกติแล้วพ่อแม่ควรกอดลูก เมื่ออยากมอบความรักและความรู้สึกดีๆ ให้ลูก ต้องการคลายความเครียด ความกลัว ความเจ็บปวด เรียกขวัญและกำลังใจให้ลูกหรือกอด เพื่อเป็นการให้รางวัลทางใจแก่ลูก เมื่อลูกทำสิ่งดีและเหมาะสม แล้วท่ากอดมีผลต่อจิตใจลูกหรือไม่ พ่อแม่สามารถกอดลูกได้กี่แบบนะ


รูปแบบแห่งอ้อมแขนที่อบอุ่น

ท่ากอดมีผลต่อจิตใจลูกแตกต่างกันหรือไม่นั้น ยังไม่มีการศึกษาทางวิชาการที่แน่ชัดว่า ท่าทางการกอดมีผลต่อจิตใจลูกมากน้อยเพียงใด แต่รูปแบบการกอดนั้น นายแพทย์สุกมล วิภาวีพลกุล จิตแพทย์เด็ก กล่าวในงานเสวนา “กอด...อุ่นไอรักจากอกพ่อ” ของโครงการสนับสนุนสถาบันครอบครัวว่า การกอดมี 2 รูปแบบ คือกอดแบบเมตตารักใคร่ และกอดแบบเสน่หา กอดแบบเมตตารักใคร่ คือการกอดที่ไม่มีความรู้สึกเสน่หาเข้ามาร่วมด้วย เป็นการกอดในลักษณะพ่อแม่กอดลูก พี่กอดน้อง เพื่อนกอดเพื่อน เป็นการแสดงออก ซึ่งความรักแบบเมตตารักใคร่เอ็นดู ในขณะที่การกอดแบบเสน่หาเป็นการกอดของคนรัก คู่รัก ที่มีความรัก ผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง ส่วนท่าทางในการกอดนั้นพ่อแม่สามารถกอดลูกด้วยท่าทางพื้นฐานดังนี้ค่ะ
  • ท่าหมีกอดกัน (Bear Hug) เป็นท่ากอดที่ทำให้ร่างกายสัมผัสกันด้วยแรงเบียดตัวอย่างเต็มที่ รวดเร็วและรุนแรง แต่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น รู้สึกถึงความรัก ความปลอดภัย กำลังใจและแรงสนับสนุนจากการกอด เช่น การที่ลูกวิ่งมาหาพ่อแม่อย่างรวดเร็ว พร้อมเหวี่ยงตัวและกระโดดกอดอย่างรวดเร็วและเต็มแรง

  • ท่าโอบเอวด้านข้าง (Side-to-Side) ท่านี้พ่อแม่จะใช้แขนโอบกอดลูกพร้อมหอมแก้มลูกด้วย เป็นการแสดงความยินดี แสดงความรัก ความคิดถึงหรือการทักทาย ตามแต่สถานการณ์นั้นๆ

  • ท่ากอดกันกลมเกลียว (Sandwich Hug) ท่านี้เป็นการกอดกันระหว่างพ่อแม่ลูก โดยให้ลูกอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อแม่ที่หันหน้าเข้าหากัน แล้วพ่อแม่โอบกอดลูกพร้อมๆ กัน สร้างความผูกพันให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

การกอดไม่ว่าจะอยู่ในท่าไหน สถานการณ์ใด หากผู้กอดและผู้ถูกกอดมีความต้องการในอ้อมกอดนั้น อนุภาพและพลังแห่งการกอดก็สามารถสื่อถึงกันได้ กอดมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคทางใจได้มากมาย สามารถหาได้ง่าย รักษาได้ง่ายและใช้ได้ไม่มีวันหมด มีผลเป็นที่น่าพอใจ กอดจึงเปรียบเสมือนยาขนานเอก ของครอบครัวที่ทุกคนควรมีติดตัวไว้เพื่อคนที่คุณรักและอยากกอด วันนี้คุณพกยาขนานเอกนี้ติดตัวไว้หรือยังคะ


(update 21 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ กุมภาพันธ์ 2548]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600