น้ำ ชื่อสั้นๆ แต่มีคุณอนันต์เหลือเกินค่ะ ประโยชน์ของน้ำที่เรารู้กันโดยทั่วไปก็คือใช้ดื่มดับกระหาย
ชำระล้างร่างกาย รวมไปถึงการใช้สำหรับทำความสะอาดเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้อีกจิปาถะ
และในช่วงที่กระแสของธรรมชาติบำบัดกำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ ทำให้เราได้สัมผัสกับประโยชน์ของน้ำ
ในอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า วารีบำบัด
วารีบำบัด (Hydrotherapy) เป็นการนำเอาคุณสมบัติของน้ำมาใช้อย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ
ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายทั้งในแง่ของการรักษาโรค การเสริมสุขภาพและความงาม
โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะรู้จักวารีบำบัดในแง่ของการเสริมสุขภาพและความงามในผู้ใหญ่อย่างเช่นการทำสปา
แต่จริงๆ แล้ว เด็กๆ ก็สามารถใช้วารีบำบัดได้เหมือนกันนะคะ เราไปดูกันดีกว่าค่ะ
ว่าพลังของสายน้ำนั้นช่วยบำบัดเจ้าตัวเล็กได้ยังไงบ้าง
เวลาที่ลูกเป็นไข้ตัวร้อนจี๋ นอกจากจะใช้ยารักษาไปตามอาการแล้ว
น้ำก็สามารถช่วยลดความร้อนสูงในร่างกายของลูกได้ค่ะ คุณสามารถใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำให้ชุ่มแล้วเช็ดให้ทั่วตัว
โดยเฉพาะบริเวณซอกรักแร้ ซอกขา ลำคอ และขาพับโดยเช็ดซ้ำไปซ้ำมาเพื่อเป็นการกระตุ้นต่อมเหงื่อใต้ผิวหนัง
ให้ขับน้ำออกมาพร้อมกับความร้อนในร่างกาย ไม่นานไข้ของลูกก็จะลดลง แต่ถ้ามีไข้แล้วเจ้าตัวเล็กมีอาการหนาวสั่น
ก็ให้เปลี่ยนไปใช้วิธีประคบร้อนแทนและให้ดื่มน้ำอุ่นจัดมากๆ จะช่วยกระตุ้นให้เหงื่อออกแล้วไข้ก็จะลดลงค่ะ
อาการปวดท้องโดยทั่วไปในเด็ก ถ้ามีอาการปวดมาก ปวดเป็นพักๆ หรือปวดจนเกร็ง
ให้ใช้วิธีนั่งแช่ในน้ำร้อนหรือประคบท้องด้วยน้ำร้อนก็ได้ค่ะ ส่วนกรณีที่ท้องอืดและมีลมในกระเพาะมากทำให้เรอบ่อยๆ
ก็ให้เปลี่ยนเป็นนั่งแช่น้ำร้อนและน้ำเย็นสลับกัน ไม่นานอาการก็จะดีขึ้นค่ะ
- บรรเทาคันจากไข้ออกผื่น...
เด็กๆ ที่เป็นหัด อีสุกอีใส หรือเป็นไข้ออกผื่นนั้น มักจะมีอาการไข้สูงด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหัดนั้นเด็กจะมีไข้อยู่หลายวัน และถ้าเป็นไข้ออกผื่นก็จะมีอาการคันร่วมด้วย
ทั้งร้อนทั้งคันแบบนี้เจ้าตัวดีคงหงุดหงิดน่าดู การใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวให้ลูกบ่อยๆ
นอกจากจะทำให้ไข้ลดแล้วยังช่วยบรรเทาอาการคันได้ด้วยนะคะ นอกจากนี้
การอาบน้ำอุ่นจะช่วยเร่งให้ผื่นออกมาจนหมดและหายไวขึ้นด้วยค่ะ
- บ๊าย บาย ชิ้ง ฉ่องรดที่นอน...
เด็กๆ ที่โตเกินวัยที่จะปัสสาวะรดที่นอนแล้ว แต่ยังปัสสาวะรดที่นอนอยู่นั่น
อาจจะเป็นเพราะเจ้าจอมซนยังควบคุมหูรูดกระเพาะปัสสาวะขณะหลับไม่ได้
หรืออาจจะเป็นเพราะกระเพาะปัสสาวะของเจ้าหนูเล็กเกินไปและไม่สามารถขยายออก
เพื่อรองรับปริมาณปัสสาวะที่เพิ่มขึ้นขณะหลับได้ หากเป็นกรณีเหล่านี้คุณสามารถช่วยลูกได้
โดยให้เจ้าจอมซนนั่งแช่ในน้ำเย็นจัด ความเย็นจะช่วยกระตุ้นให้เลือดไปหล่อเลี้ยงบริเวณกระเพาะปัสสาวะได้มากขึ้น
ทำให้กล้ามเนื้อทั้งส่วนที่อยู่ในความควบคุมของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ที่ควบคุมโดยประสาทอัตโนมัติ
ทำงานประสานกันได้ดีขึ้น
สำหรับการใช้น้ำเย็นบำบัดอาการปัสสาวะรดที่นอนของลูกนั้นต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปนะคะ
เพราะเด็กบางคนไม่ชอบน้ำเย็นเอาเสียเลย คุณอาจจะเริ่มจากน้ำที่มีความเย็นน้อยๆ ก่อน
แล้วค่อยเพิ่มความเย็นขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะเติมน้ำเย็นเพิ่มหรือเติมน้ำแข็งลงไปก็ได้
ความจะมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับร่างกายของลูกว่าจะรับได้มากขนาดไหน
การแช่แต่ละครั้งนั้นใช้เวลาเพียง 5 นาที และให้ระดับน้ำสูงพอท่วมก้นก็พอแล้วค่ะ
การจับให้เจ้าตัวเล็กนั่งแช่น้ำเย็นในครั้งแรกๆ ลูกอาจจะไม่ยอมนั่งนานถึง 5 นาที ก็ไม่เป็นไรนะคะ
เอาไว้ครั้งต่อๆ ไปคุณค่อยเพิ่มเวลาขึ้นเรื่อยๆ จนครบ 5 นาทีก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเจ้าตัวเล็กยืนกรานไม่ยอมแช่น้ำเย็นท่าเดียว
ก็ให้ใช้วิธีแช่น้ำอุ่น สลับกับน้ำเย็นไปก่อนก็ได้ค่ะ โดยเริ่มจากแช่น้ำอุ่น 1 นาที น้ำเย็น 2-3 นาที
ทำสลับกันไปมาจนครบ 3 ครั้ง ไม่ช้าก็บอกลาอาการปัสสาวะรดที่นอนได้เลยค่ะ
ประโยชน์ที่ได้จากการว่ายน้ำในสระควบคุมอุณหภูมิ
- ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย
- ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและเสริมสร้างกำลังให้กล้ามเนื้อ
- ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
- เพิ่มการไหลเวียนของเลือด
- ช่วยให้ร่างกายและจิตใจเกิดการผ่อนคลาย
ข้อควรระวัง
- ไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารก่อนที่จะลงสระเพราะจะทำให้อาเจียนได้
- หากรับประทานอาหารไปแล้วควรรออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนลงสระ
- เมื่อขึ้นจากสระควรเช็ดตัวทันทีแล้วใช้ผ้าแห้งห่อตัวไว้เพราะร่างกายยังปรับอุณหภูมิไม่ทัน
- ไม่ควรลงสระเมื่อมีไข้ หรือเป็นโรคติดต่อ เช่น โรคติดเชื้อจากระบบทางเดินอาหาร
โรคเชื้อราที่หนังศีรษะ เป็นต้น
(update 24 มกราคม 2005)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 กันยายน 2547 ]
|