คุณแม่หลายคนคงเคยสงสัยว่า ทำไมลูกน้อยแรกเกิดของคุณถึงผมร่วงได้ อย่าเพิ่งตกใจค่ะ
เพราะเด็กแรกเกิดอาจมีอาการนี้ในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอดได้ เพราะโดยปกติแล้วเส้นผมของคนเรา
จะมีการทำงานสลับกันอยู่ 2 ช่วงคือ ช่วงเจริญเติบโต และช่วงคงที่ นั่นคือ ขณะที่เซลล์ผมชุดเดิมกำลังเสื่อมและหลุดร่วงอยู่นั้น
เซลล์ผมชุดใหม่ก็ถูกสร้างขึ้นทดแทน จึงทำให้เรายังคงมีเส้นผมคลุมศีรษะอยู่ตลอดเวลา แม้จะมีเส้นผมบางเส้นหลุดร่วงไปบ้าง
แต่สำหรับเด็กทารกนั้น ต่อมผลิตเซลล์ผมทั้งหมดจะเข้าสู่ช่วงคงที่พร้อมกัน หรือก็คือ เซลล์ผมทั้งหมดหยุดเจริญเติบโตพร้อมกันหมด
จึงทำให้ผมของทารกเกิดการหลุดร่วงนั่นเอง ซึ่งอาการผมร่วงในลักษณะนี้น่าจะมีสาเหตุมาจากระดับฮอร์โมน
ที่ลดลงตามธรรมชาติหลังคลอด ดังเช่นสาเหตุเดียวกับอาการผมร่วงของคุณแม่หลังคลอดนั่นล่ะค่ะ
บางครั้งคุณอาจพบว่า ผมของลูกร่วงเป็นหย่อมๆ ซึ่งเกิดจากการนอนในท่าเดิมเป็นประจำ
การถูไถศีรษะกับที่นอน หรือการโหม่งศีรษะกับหัวเตียงก่อนนอน ซึ่งพฤติกรรมนี้
เป็นลักษณะที่ปกติของเด็กทารกบางคนที่มักจะโหม่งศีรษะกับหัวเตียงก่อนนอนในตอนกลางคืน
อาการผมร่วง ศีรษะล้านเป็นหย่อมๆ ที่มาจากสาเหตุนี้จะหายไปได้เองเมื่อมีการเปลี่ยนท่านอนนมากขึ้น
และหยุดการโหม่งศีรษะกับหัวเตียงก่อนนอน ทารกบางคนนอกจากจะมีอาการผมร่วงแรกคลอดแล้ว
ผมที่ขึ้นใหม่ยังมีสีและความนุ่ม หยาบ แตกต่างจากผมที่หลุดร่วงไปอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย
นอกจากนี้การติดเชื้อกลากที่หนังศีรษะก็เป็นสาเหตุให้ลูกผมร่วงได้เหมือนกัน
แต่โดยปกติแล้วจะไม่เกิดขึ้นในเด็กวัยต่ำกว่า 1 ปีค่ะ ขี้กลากเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อรา
โดยผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการคันตามผิวหนังบริเวณที่เป็นแต่จะไม่มีอาการเจ็บแสบหรือเป็นอันตรายร้ายแรงใดๆ
เชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคนั้นเป็นเชื้อราชนิดเดียวกับที่เป็นสาเหตุของโรคน้ำกัดเท้าและโรคเชื้อราในเล็บ
ส่วนในเด็กมักจะพบเชื้อชนิดนี้ตามลำตัวและหนังศีรษะ
เด็กๆ ที่ติดเชื้อและเป็นขี้กลากบริเวณหนังศีรษะจะมีสะเก็ดเล็กๆ คล้ายรังแค
และอาจจะมีอาการผมร่วงศีรษะล้านเป็นหย่อมๆ ได้ อาการผื่นขี้กลากบนหนังศีรษะมีทั้งที่เป็นสะเก็ดแห้ง
และแฉะเป็นหนอง
นอกจากอาการผมร่วงแล้ว ยังมีทารกอีกจำนวนมากที่ศีรษะล้านตั้งแต่แรกเกิด
ที่ถึงแม้ว่าเวลาที่คุณก้มลงมองดูใกล้ๆ จะเห็นขนอ่อนเส้นบางๆ บนหนังศีรษะก็จัดว่า
เป็นลักษณะของอาการศีรษะล้านในทารกเช่นกัน โดยอาการศีรษะล้านประเภทนี้
จะคงอยู่ยาวนานไปจนกว่าทารกจะมีอายุครบ 1 ปี
ทำยังไงดี... เมื่อลูกผมร่วง
ถ้าอาการผมร่วงของลูกน้อยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกาย
คุณก็ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลใดๆ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปได้สักระยะหนึ่ง
เมื่อระดับฮอร์โมนกลับมาอยู่ในระดับปกติแล้ว อาการหลุดร่วงของเส้นผมก็จะหายไปเอง
ถ้าหากลูกน้อยของคุณศีรษะล้านเป็นหย่อมๆ เนื่องจากการนอนในท่าเดิมเป็นประจำ
คุณก็สามารถแก้ไขได้โดยการเปลี่ยนท่านอนในตอนกลางคืนให้ลูกบ้าง อย่างเช่น
คืนแรกให้ลูกนอนหงายแล้วหันศีรษะไปทางปลายเปล คืนต่อมาก็หันศีรษะของลูกไปทางหัวเปลบ้าง
เพราะโดยปกติแล้วทารกมักจะหันศีรษะไปด้านข้างเพื่อมองออกไปนอกเปล ฉะนั้นการที่คุณปรับเปลี่ยนท่า
และทิศทางการนอนของลูกจะทำให้ศีรษะของลูกไม่ถูกเสียดสีกับที่นอนเพียงด้านเดียว อาการผมร่วงเป็นหย่อมๆ
ก็จะหายไปได้ หรือคุณอาจจะใช้หมอนข้างหนุนหลังให้ลูกนอนตะแคงซ้าย ตะแคงขวา
และนอนหงายสลับกันไปในแต่ละคืนก็ได้ แต่ก็ไม่ควรลืมจัดให้ลูกนอนคว่ำเป็นช่วงสั้นๆ ในแต่ละวันด้วย
นอกจากนี้คุณไม่ควรปล่อยให้ลูกนั่งเก้าอี้โยกสำหรับทารกหรือปล่อยให้ลูกนอนหงายนานเกินไป
เพราะนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาการผมร่วงเป็นหย่อมๆ เห็นเด่นชัดมากขึ้นได้เช่นกัน
หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว หากอาการผมร่วงของลูกยังไม่หายหรืออาจจะร่วงมากขึ้นจนผิดปกติ
คุณควรพาลูกน้อยไปพบกุมารแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยหาสาเหตุและทำการรักษา
เพราะอาการผมร่วงมากผิดปกติดังกล่าว อาจมีสาเหตุมาจากการขาดวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย
หรือลูกน้อยของคุณอาจจะเป็นโรคศีรษะล้านที่เรียกว่า alopecia areata
นอกจากการปรับเปลี่ยนท่านอนแล้วความถี่ในการสระผม วิธีการสระ และแชมพูที่ใช้ก็มีส่วนช่วยได้เหมือนกัน
คุณควรจะลดความถี่ในการสระผมให้ลูก เพราะความจริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องสระผมให้ลูกน้อยทุกวันก็ได้
สระเมื่อจำเป็นเท่านั้นก็พอ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการสระผมให้ทารกคือ ต้องทำอย่างนิ่มนวลที่สุด
และขณะสระไม่ควรกดหนังศีรษะบริเวณกลางกระหม่อมที่ยังนิ่มของลูก เพราะศีรษะส่วนนั้นของทารก
จะไวต่อแรงกดซึ่งไม่เป็นผลดีต่อลูกน้อยของคุณ การสระควรทำอย่างช้าๆ และอ่อนโยน
และก่อนที่จะทำการสระผมให้ลูกน้อยครั้งใดอย่าลืมตรวจดูให้ดีก่อนว่าผมของลูกพันกันเป็นสังกะตังอยู่รึเปล่า
เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกเจ็บเวลาสระได้
สำหรับแชมพูที่เหมาะกับศีรษะอันบอบบางของลูกนั้น กุมารแพทย์ส่วนใหญ่
จะแนะนำให้ใช้แชมพูสำหรับเด็กอ่อนโดยเฉพาะในช่วง 1 ปีแรก
เพราะแชมพูสำหรับทารกจะไม่มีส่วนประกอบของซัลเฟตเหมือนในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของผู้ใหญ่
และอันตรายอย่างหนึ่งที่แฝงมากับแชมพูเด็กโดยทั่วไปคือค่า pH ซึ่งจะทำให้ลูกน้อยเกิดการระคายเคืองตาได้
หากแชมพูเข้าตา แต่ถ้าเป็นแชมพูสูตรสำหรับเด็กอ่อนโดยเฉพาะซึ่งมีค่า pH เป็นกลาง คือ ระหว่าง 4.5-6
แล้วแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการระคายเคืองตานั้นมีน้อยมาก ที่สำคัญแชมพูที่มีค่า pH สูงๆ
ก็ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกับสุขภาพหนังศีรษะของลูกเลย โดยปกติแชมพูสูตรสำหรับเด็กอ่อน
ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดหลายยี่ห้อนั้นจะระบุค่า pH ไว้ที่ข้างขวดอยู่แล้ว
แต่หากคุณไม่มั่นใจก็สามารถนำกระดาษลิตมัสมาทดสอบค่าความเป็นกรดเป็นด่างในแชมพูของลูก
เพื่อความแน่ใจอีกครั้งก็ได้ค่ะ
(update 10 มีนาคม 2005)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 สิงหาคม 2547 ]
|