สยบไข้ ยามเดินทาง


จะเที่ยวให้สนุกทั้งที ถ้าเกิดลูกน้อยไปสบายระหว่างทางจะทำไงดี ? ไม่วุ่นวายกันใหญ่เหรอ ? มัวแต่กลัวโน่นกลัวนี่เดี๋ยวก็ไม่ได้เที่ยวกันพอดี ก็การไปเที่ยวพักผ่อนนอกจากจะได้พักสมองผ่อนอารมณ์แล้ว ยังเป็นการใช้เวลาคุณภาพร่วมกันในครอบครัวด้วยนี่นา สิ่งที่เราต้องทำก็แค่เตรียมพร้อมเท่านั้นเองครับ!

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่นักเดินทางมือโปรมักจะนึกถึงเวลาพาหนูน้อยเดินทางไปด้วย นอกจากสภาพดินฟ้าอากาศของสถานที่ๆ จะไปแล้ว ข้อมูลเรื่องที่พัก เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ประดามี จำพวกผ้าอ้อม ขวดนมทั้งหลายแหล่แล้ว สิ่งที่ควรจะเตรียมไปด้วยก็เรื่องการดูแลสุขภาพของเจ้าตัวเล็กครับ


กลยุทธ์แรก : เตรียมพร้อมพาลูกเที่ยวสบาย

หากโชคไม่ดี เจ้าตัวน้อยเกิดเจ็บป่วยไม่สบายระหว่างทริปขึ้นมา ยาที่เตรียมไปด้วยจะช่วยให้คุณรับมือเรื่องนี้ได้ดีขึ้น สำหรับยาที่ควรจะเตรียมไปก็มี...
  • ยาแก้ปวด ลดไข้ ยามลูกน้อยตัวร้อนมีไข้ขึ้น ควรใช้ยาพาราเซตามอลสำหรับเด็ก (Paracetamal) ไม่ควรใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือจำพวกไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เพราะว่าอาจจะเกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียงได้มากกว่าครับ

  • ยาแก้แพ้และลดน้ำมูก ที่คุ้นเคยก็คงเป็นยาน้ำเชื่อมสำหรับเด็กคลอเฟนนิรามีน (Chlopheniramine) ที่ใช้สำหรับแก้แพ้อากาศและลดน้ำมูก แต่ถ้าหากหนูน้อยมีน้ำมูกอย่างเดียว เช่น ยาแอคติเฟด เป็นต้น เพราะฉะนั้นควรเตรียมยาลดน้ำมูกโดยเฉพาะไปด้วย (ลูกจะได้ไม่รับยาเกินความจำเป็นไงครับ) ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่แนะนำให้ใช้ยาลดน้ำมูกหรือแก้คัดจมูกในเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 เดือน แต่ควรใช้วิธีจะดูดน้ำมูกออกบ่อยๆ แทนครับ

  • ยาแก้ไอ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการไอ ควรจะติดไปสัก 2 แบบ คือแบบไอแห้งๆ และไอแบบมีเสมหะ หากไม่อยากใช้ยาอาจจะผสมน้ำมะนาวเจือน้ำอุ่น เติมเกลือเล็กน้อย ป้อนลูกก็พอช่วยได้ครับ

  • ยาขับลม แก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย เพราะเด็กๆ มักมีอาการขับถ่ายผิดปกติระหว่างเดินทาง

  • ยาทาใช้ภายนอก เช่น ยาแก้แพ้ผดผื่น กันแมลงสัตว์กัดต่อยหรือยาทาแผล แอลกอฮอล์ล้างทำความสะอาดแผลก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรลืมนำไปครับ

  • ยาประจำตัว ถ้าลูกมียาประจำตัวซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็คงจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ก็อย่าเผลอลืมติดกระเป๋าไปด้วยนะครับ

กลยุทธ์ที่ 2 : เช็ดตัวลดไข้...เรื่องไม่ยาก

เริ่มต้นดี เตรียมตัวมาพร้อม มีชัยไปกว่าครึ่งครับ การที่น้องๆ หนูๆ เกิดอาการผิดปกติระหว่างเดินทางเนื่องจากอากาศเปลี่ยน สภาพแวดล้อมเปลี่ยน เชื้อโรคในสถานที่ที่ไป ล้วนมีผลทำให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ ได้ ซึ่งอาการมีไข้ตัวร้อนมักจะเป็นอาการท็อปฮิตติดอันดับ คุณพ่อคุณแม่จึงควรมาเรียนรู้วิธีการลดไข้ไว้ รู้ไว้ไม่เสียหลายครับของแบบนี้...

ลดไข้ให้หนูหน่อย
  • เช็ดตัวด้วยผ้าขนหนูนิ่มๆ บิดน้ำอุ่นมาหมาดๆ โดยเริ่มจากใบหน้า ลำคอ แขน ลำตัว ขา โดยเช็ดไปในทิศทางเข้าสู่หัวใจ เน้นบริเวณข้อพับต่างๆ น้ำอุ่นจะทำให้เส้นเลือดขยายตัว ความร้อนในร่างกายของลูกจะถูกถ่ายเทผ่านน้ำที่ระเหยจากผิวหนัง

  • ให้ลูกอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรสวมเสื้อผ้าหนาๆ หรือผ้าห่มหลายชั้นเกินไป เพราะจะทำให้ความร้อนไม่ถ่ายเท ไข้ไม่ลดได้

  • หลังเช็ดตัวควรจะวัดอุณหภูมิซ้ำทุกๆ 20 นาที หรือจนแน่ใจว่าไข้ลดแล้ว

  • หากไข้ลดแล้วเหงื่อออกมาก ควรจะให้ลูกดื่มน้ำหรือน้ำผลไม้ชดเชยการเสียเหงื่อ รวมทั้งเปลี่ยนชุดใหม่ที่แห้งสะอาดให้ ลูกจะได้หลับอย่างสบายตัว

  • ถ้าเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลดหรือมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ควรจะให้ยาลดไข้

อุปกรณ์วัดไข้เลือกให้เหมาะ

  • แบบปรอท มีกระเปาะใส่ปรอท เมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัวดันตัวขึ้นให้เราเห็นอุณหภูมิ
  • แบบตัวเลข จะแสดงผลเป็นตัวเลขหน้าจอ ใช้สะดวกแต่ราคาค่อนข้างแพง
  • แบบแถบ มีสารไวความร้อน เมื่อถูกความร้อน แถบจะสว่างตรงจุดที่บอกตำแหน่งอุณหภูมิ แต่จะวัดอุณหภูมิได้ต่ำกว่าจริงประมาณ 0.5 องศาเซลเซียส
  • แบบเทอร์โมสแกน ใช้วัดความร้อนทางช่องหู

วัดไข้...แบบไหนดี ?

  • ปาก ใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบปรอทหรือแบบตัวเลขอมไว้ใต้ลิ้น 3 นาที วิธีนี้สามารถใช้ได้กับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป ไม่ควรจะใช้กับเด็กเล็กๆ เพราะอาจจะไม่อมหรืออาจกัดจนปรอทแตกได้
  • รักแร้ โดยการให้ลูกหนีบเทอร์โมมิเตอร์แบบปรอทไว้ใต้รักแร้ประมาณ 3 นาที
  • หน้าผาก ใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบแถบแปะบนหน้าผากประมาณ 15 วินาที แล้วอ่านค่า
  • ทวารหนัก ควรใช้วาสลีนที่ปรอทเพื่อใช้ในการหล่อลื่น แล้วเสียบปรอทเข้าทางทวารหนักพอให้ชิดกระเปาะ ทิ้งไว้ 1 นาที แล้วจึงอ่านค่า แต่ถ้าไม่กล้าก็เปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นดีกว่าครับ
  • ช่องหู ใช้ที่วัดแบบเทอร์โมสแกนวัดทางช่องหู จนกว่าจะมีเสียงเตือนแล้วดึงออกเพื่ออ่านค่า

วิธีล้างจมูก

  • ห่อตัวลูกด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่จับลูกนอนตะแคงหรือนอนหงายหนุนหัวสูงเล็กน้อย
  • เทน้ำเกลือ (แบบที่ขายสำเร็จรูปสำหรับล้างคอนแท็กเลนส์ หรือจะละลายเกลือครึ่งช้อนชากับน้ำต้มสุก 8 ออนซ์ก็ได้) แล้วใช้ไซริงก์ดูดขึ้นมาประมาณ 0.5-1 ซีซี.
  • ค่อยๆ ฉีดน้ำเกลือเข้ารูจมูก ทีละนิดๆ จนหมด แล้วค่อยๆ ใช้ลูกยางดูดน้ำมูกออกมาจากนั้นทำซ้ำกันอีกข้าง วิธีจะช่วยลดน้ำมูกให้จมูกโล่งหายใจสะดวก

เมื่อรู้เรื่องเหล่านี้แล้วคุณพ่อคุณแม่จะได้พาหนูไปทริปด้วยความอุ่นในกันมากขึ้นนะครับ เที่ยวให้สนุก Bon Voyage นะครับ


(update 30 กันยายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 114 เมษายน 2548]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600