ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ทั้งเนื้อ ทั้งตัว ทั้งหัวใจ และทุกอย่างที่รวมเป็น พ่อ
ผู้ชายตัวโตที่สุดของบ้านคนนี้นี่ล่ะ สุดยอดของความหลากหลายที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้
ให้แก่ลูกในวัยเตาะแตะแบบนี้ ได้อย่างไม่มีอะไรเทียบเท่า
ใครๆ ก็คิดว่าคนที่คลุกวงในอยู่กับลูกได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นคนเป็น แม่ !!!
ก็ไม่ปฏิเสธซะทีเดียวหรอกค่ะ เพราะด้วยอดีตที่ผ่านมาจนทุกวันนี้ ความคุ้นชินของใครๆ
ก็หมักเหมาว่า ถ้า...ป้อนนม กกให้หลับ ทำกับข้าว อาบน้ำ แต่งตัว...และอื่นๆ ให้กับลูกต้องยกให้ แม่ เท่านั้น
แล้วความเคยชินเช่นนี้ก็แผ่ขยายไปทั่วโลก มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์กันแล้ว
แต่อยากจะประกาศดังๆ ว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความเป็นผู้หญิง
หรือจากฮอร์โมนในร่างกายของแม่ที่พ่อไม่มีซะหน่อย แต่ล้วนเกิดจากความใกล้ชิดของพ่อต่างหาก...
ยิ่งวัยนี้ที่หัวใจของพัฒนาการคือ เรียนรู้โลกกว้าง ด้วยแล้ว
พ่อยิ่งสำคัยและเป็นผู้เปิดมุมมองการเรียนรู้ให้ลูกในหลายมิติเชียวล่ะ
1 วัน ของหนูกับ พ่อ
ไม่ต้องนั่งนึกให้ยุ่งยาก หรือจัดหากิจกรรมอะไรให้วุ่นวาย
เพราะสิ่งที่พ่อทำได้และใกล้ชิดลูกดีที่สุดก็คือ กิจวัตรประจำวันนั่นเองค่ะ
- อาบน้ำกันดีกว่า
- ถ้าเป็นแม่...กระซิบเบาๆ ข้างหู แล้วอุ้มหนูไปแปรงฟันอาบน้ำด้วยลีลาทะนุถนอมตามสไตล์
- ถ้าเป็นพ่อ...น้ำเสียงที่คึกคัก พร้อมหนวดเรียวงามชวนจั๊กจี้ ช่วยให้หนูตาสว่าง
พร้อมเสียงหัวเราะ แถมด้วยการอาบน้ำแบบมันๆ หัวหูเปียกน้ำไปหมด สนุกไปอีกแบบ
- ชวนกันใส่เสื้อผ้า
- ถ้าเป็นแม่...ค่อยๆ สอดแขน สวมหัว ไม่ติดขัดแม้แต่น้อย เพราะแม่กะระยะหัวกลมๆ
ของหนูกับขนาดคอเสื้อไว้เรียบร้อยแล้ว
- ถ้าเป็นพ่อ...สอดแขนก็ติดแขน สวมหัวก็ติดหัว กว่าจะเสร็จพ่อลูกต้องช่วยกัน
ชุลมุนกันสองคน มัน...น น เขาล่
- ถึงเวลาเล่น
- ถ้าเป็นแม่ ...กอดหนู หอมหนู เล่นบล็อกไม้ด้วยกัน ระบายสี วาดภาพ พาหนูไปเดินเล่น ฯลฯ
มีความสุขและแสนอบอุ่น
- ถ้าเป็นพ่อ...จับหนูตีลังกา ร่อนเป็นเครื่องบิน ขี่ม้า (พ่อ) ส่งเมือง ได้เหงื่อ ได้สนุก
- ถึงเวลานอน
- ถ้าเป็นแม่...เล่านิทาน เสียงอ่อนหวานโอบกอดหนู กล่อมด้วยเสียงเพลงละมุนหู
- ถ้าเป็นพ่อ...เล่านิทาน เสียงทุ้มนุ่ม กอดหนูแน่นๆ กลิ้งเกลือกบนเตียง
ก่อนหลับผล็อยไปด้วยกันเพราะหมดแรง
เรียนรู้อะไรผ่าน พ่อ
การเรียนรู้ยิ่งใหญ่ที่ลูกได้รับจากพ่อ มีมากมายเชียวค่ะ
ที่สำคัญสิ่งเหล่านี้แม่เองก็ทดแทนได้ไม่เท่าเสียด้วยซิ นั่นก็คือ
- น้ำเสียง บุคลิก ที่แตกต่าง
- สังเกตดูว่าในหลายๆ เรื่องที่แม่พร่ำสอนพร่ำบ่น เก็บซิลูก เก็บของเล่นเข้าที่ หรือ
ห้ามเล่นอันนี้นะเล่นไม่ได้ ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย แบบนี้ถ้าเป็นเสียงแม่ไม่ค่อยได้ผลนักหรอก
เผลอๆ เจ้าตัวแสบทำหูทวนลมซะด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นพ่อ แค่เพียงคำพูดคำเดียวก็ได้ผลแล้วล่ะ
ไม่ใช่เพราะพ่อเป็นคนมีวินัยมากกว่าแม่หรอกค่ะ แต่เป็นเพราะ พ่อ มีองค์ประกอบหลายอย่างที่เอื้อกว่า
ไม่ว่าจะเป็นท่าที บุคลิก ความแข็งกร้าว (โดยธรรมชาติของผู้ชาย) โทนเสียงที่ทุ้มต่ำ
ความเด็ดขาดที่มากกว่าและใจอ่อนน้อยกว่าแม่ ภาพรวมๆ ทั้งหมดนี้มีผลต่อปฏิกิริยาสะท้อนกลับของลูก
ที่มักจะสงบและเชื่อฟังมากกว่าเช่นกัน
- กายภาพที่แตกต่าง
- ใช่แค่การได้สัมผัสของเล่นหรือวัสดุเท่านั้น ที่ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าโลกเรานี้มีความแตกต่าง
แต่พ่อก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญที่หนูๆ จะรู้ว่า สังคมเรานั้นประกอบด้วยคนที่มีความแตกต่าง
ไม่มีใครเหมือนใคร ทั้งหน้าตา นิสัย และความคิด แต่ก่อนจะรู้ถึงความต่างที่ซับซ้อนขึ้น
หรือเรื่องเชิงนามธรรมเหล่านี้ ลูกควรจะเริ่มต้นเรียนรู้จากสิ่งที่เป็นรูปธรรมเสียก่อน
ก็พ่อกับแม่คนสำคัญในบ้านนี่ล่ะ เช่น ผิวหน้าของพ่อที่ไม่เรียบลื่นเหมือนแม่
เผลอๆ มีหนวดเคราให้จั๊กจี้อีกต่างหากหรือกลิ่นของพ่อ มือของพ่อ ร่างกายของพ่อ เสียงของพ่อ
และอีกมากมายของพ่อที่ล้วนต่างจากแม่อย่างเห็นได้ชัด
- กฎ กติกา เหตุและผลที่แตกต่าง
- จริงๆ ใครๆ ก็รู้ว่าแม่นั่นแหละผู้คุ้มกฎของบ้าน แต่บางเรื่องบางเหตุการณ์
ถ้าปล่อยให้เขาได้คุยกันตามประสาพ่อลูก ลูกจะมีโอกาสได้ฟังมุมมอง ทัศนคติ
หรือการอบรมสั่งสอนจากพ่อ และได้เรียนรู้แง่มุมที่หลากหลายมากขึ้น
ซึ่งแน่นอนว่าเป็นประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับลูกพอๆ กับที่ได้เรียนรู้จากแม่
- ลีลาท่าทางที่แตกต่าง
- แม้แต่การเล่นกับลูก ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า บางอย่างล้วนต้องการลีลาโหด มัน ฮา ของพ่อ
แค่โยนหนูไปในอากาศแล้วรับไว้ หรือเหวี่ยงตัวไปมาให้ตื่นเต้นเล่น หรือแม้แต่ล้มกลิ้งไปด้วยกันบนพื้นบ้าน
รวมถึงการเล่นที่ประลองพละกำลังด้วยกัน ทั้งนี้แม่อย่างเราเทียบไม่ได้แน่ๆ ทั้งพละกำลัง
ระยะเวลา (ที่พ่อจะเหนื่อยช้ากว่าแม่) หรือท่าทีที่เร้าใจให้ตื่นเต้น ที่แม่ไม่มีทางเท่าเทียม
แต่ทั้งหมดนี้ใช่จะบอกว่า พ่อดีกว่าแม่ หรือแม่ดีกว่าพ่อ เพราะที่สุดแล้วทั้งพ่อและแม่ล้วนไม่มีใครแทนใครได้
และต่างสำคัญสำหรับหัวใจดวงน้อยๆ ของบ้านทั้งนั้น เพียงแต่ในเดือนพิเศษแบบนี้
ขอยกความดีความชอบให้ พ่อ ได้เป็นพระเอกแบบเต็มๆ สักเดือน... นะแม่นะ
(update 7 ตุลาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 251 ธันวาคม 2546 ]
|