โอย... จะเป็นลม...
เป็นใครก็ทนไม่ไหวค่ะ เมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยรื้อค้นตะกร้าผ้าในบ้านซะกระจุยกระจาย
บางคนก็ตั้งท่าจะเข้าไปล้มแจกันใบโปรดของแม่ เวลาพาไปเที่ยวนอกบ้านก็วิ่งซนซะคุณแม่ไล่ตามจับไม่ทัน
...ทำยังไงกันดีล่ะทีนี้ ? ตีสักทีดีไหมน้า หรือปล่อยให้ลูกซนแบบนี้จะเสียนิสัยไหม ?...
ทำไมต้องรื้อ ต้องค้นล่ะลูก
การเคลื่อนไหวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกวัยนี้มากค่ะ หนูน้อยจะทดสอบกำลังแขนขาโดยการวิ่งเร็วๆ
หรือรื้อหยิบสิ่งของต่างๆ ด้วยตนเอง (มักเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับคุณแม่ทุกทีไปสิน่า...)
และยังชอบสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวเองอย่างถ้วนถี่ ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจว่าเวลาพาลูกไปเที่ยวที่ไหน
เจ้าหนูจะวิ่งจู๊ดหนี คุณแม่ไปสำรวจตรวจตราสิ่งที่ตนเองต้องการ ยิ่งลูกเดินได้คล่องแคล่วเท่าไร
ก็จะยิ่งซุกซนปีนป่ายมากขึ้น ถ้าคุณแม่ห้ามไม่ฟังก็ทำใจไว้หน่อยเถอะค่ะ เพราะลูกกำลังพยายามแสดงให้ใครๆ
เห็นว่าเขาช่วยเหลือตนเองได้
นักจิตวิทยาบอกมาว่า การปล่อยให้เด็กได้สำรวจค้นคว้า รื้อข้าวของบ้างในวัยนี้
เด็กกำลังทดสอบความสามารถของตนเอง ไม่ได้ทำให้นิสัยเสียแต่อย่างใด
และยังมีข้อดีอีกว่าระหว่างเล่นหรือสำรวจอยู่นั้น หนูน้อยยังได้ฝึกทักษะในการจดจำ
แยกแยะการแก้ปัญหา การทำงานระหว่างมือกับตาให้ประสานกันด้วยล่ะ
รับมือความซนของโคลัมบัสน้อย
แต่ถ้าคุณแม่เห็นว่าลูกน้อยชักจะซนมาเกินไปแล้ว ช่างสำรวจไปซะทุกอย่างสิน่า
ลองทำตามคำแนะนำข้างล่างนี้ดูสิคะ
ถ้าลูกชอบวิ่งไปสำรวจสถานที่ต่างๆ หรือชอบเล่นซ่อนแอบกับคุณ ก็ลองพาไปสำรวจห้องต่างๆ
ภายในบ้านและรอบๆ บ้านให้หนำใจไปเลย แต่คุณแม่ต้องทำอย่างเป็นธรรมชาตินะคะ
เช่น พาลูกออกไปเดินเล่นในเวลาที่เขาพอใจ
จัดบ้านรับวัยซน
- สิ่งของที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เช่น มีด กรรไกร เข็มเย็บผ้า จานชาม
โดยเก็บไว้ในที่ที่ลูกหยิบไม่ถึง แต่ของบางอย่างที่เก็บไม่ได้ เช่น ถังขยะ ตู้เย็น
คุณแม่ควรคิดว่าสิ่งของธรรมดาๆ แบบนี้ เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับลูกทั้งนั้น ทำใจบ้างเถอะค่ะ
- ถ้าลูกชอบรื้อค้นตะกร้าผ้า หรือลิ้นชักของคุณแม่ ลองหากล่องเปล่าๆ มาใส่ของเล่น หนังสือ
หรือเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วให้ลูกได้รื้อเล่นตามอำเภอใจ
- คุณแม่ลองหาของเล่นประเภทไม้บล็อกให้เหมาะกับวัยของลูก เมื่อเขาได้ลองสวมใส่ ต่อเป็นรูปร่างต่างๆ
และจัดหาที่เล่นให้เหมาะสมทั้งในบ้านและนอกบ้าน โดยที่ที่เล่นควรสะอาด ไม่มีสิ่งที่เป็นอันตราย
และควรมีคนดูแลลูกอย่างใกล้ชิดค่ะ นอกจากจะทำให้ลูกเพลิดเพลิน ฝึกทักษะต่างๆ เช่น การใช้มือ
การทำงานระหว่างมือกับตา แถมคุณแม่ยังไม่ต้องพะวงว่าลูกจะไปซนที่อื่นด้วยค่ะ
ทำอย่างไรให้ถูกทาง
การห้ามอาจไม่ได้ผลทุกครั้งและยิ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ลูก เพราะลูกไม่รู้เหตุผลว่าทำไมถึงเล่นหรือวิ่งไม่ได้
ดังนั้น คุณแม่ควรใช้วิธีป้องกันไว้ก่อน เช่น บอกลูกถึงอันตรายของมีดที่แหลมคม หรือบานประตูที่อาจจะหนีบลูกได้
มากกว่าตีลูกซ้ำเวลาเขาผิด การกันลูกออกจาสิ่งหวงห้าม ควรจะใช้วิธีหักเหความสนใจด้วยสิ่งอื่นแทน
และถ้าลูกอาละวาดคุณ แม่ควรแก้ปัญหาด้วยการทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้จนกว่าลูกจะสงบลงเองค่ะ
- เวลาคุณแม่พาลูกไปไหนมาไหน เช่น ไปซื้อของกับลูกในห้างสรรพสินค้า ไปเที่ยวทะเล สวนสัตว์
เหลียวไปอีกทีลูกหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ทางที่ดีคุณแม่ต้องใจเย็นไว้ก่อนนะคะ วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ
คุณแม่ควรมองลูกให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา กันไว้ดีกว่าแก้
- ถ้าลูกอยากวิ่งซุกซน หรือปีนป่ายข้าวของ คุณแม่ควรดูว่าความซนของลูกเกินพอดีไปรึยัง
ถ้ายังไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและคนอื่น คุณแม่ก็ไม่ควรไปหยุดยั้งความกระตือรือร้นของลูกนะคะ
ต้องยอมรับธรรมชาติของลูก และควรเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิมมากกว่าค่ะ
เมื่อต้องพาลูกออกไปนอกบ้าน
คุณแม่ควรเขียนชื่อ-นามสกุล ของพ่อแม่ลูก ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อของลูก
เผื่อว่ามีคนมาพบ จะติดต่อคุณพ่อคุณแม่ได้ค่ะ
ความซนของลูกในช่วงวัยนี้ เป็นบททดสอบความอดทนและความเข้าใจของพ่อแม่ที่ดีนะคะ
และจะทำให้คุณแม่ผ่านช่วงเวลานี้ไปเป็นผู้ใหญ่ที่สนใจใฝ่รู้ และเราก็อาจมีโคลัมบัสเป็นคนที่ 2 ก็ได้นะคะ
(update 16 กุมภาพันธ์ 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 103 พฤษภาคม 2547 ]
|