ของติดคอ จมูก


คอและจมูก เป็นอีก 2 จุดสำคัญของอวัยวะที่มักเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันกับลูก นอกจากหาทางป้องกันแล้ว การรู้วิธีแก้ไขเบื้องต้นสำคัญไม่แพ้กันค่ะ

จมูก เด็กๆ อาจนึกสนุกอยากจะหยอดเม็ดถั่วเขียวหรือลูกปัดของคุณแม่ลงไป แล้วหูก็เป็นอีกที่หนึ่งค่ะที่แมลงชอบบินลงไปไข่ (แบบที่เป็นข่าวไปเมื่อเร็วๆ นี้)


Way to care
1. ตรวจจมูกดูว่าสิ่งแปลกปลอมอะไรเข้าไป ให้เด็กหายใจทางปากแทน ถ้าเป็นเด็กเล็กควรพาไปพบคุณหมอ ห้ามเขี่ยของที่หลุดเข้าจมูกออกมาเอง เพราะจะยิ่งเข้าไปลึกอีก

2. ถ้าเป็นเด็กโต และของที่เข้าไปเป็นชิ้นเล็ก บอกให้เด็กหายใจออกมาเหมือนตอนสั่งน้ำมูก (อย่าสั่งแรงเพราะอาจกระทบกระเทือนแก้วหูได้)

3. สั่งแล้วไม่ออกมาแสดงว่าของอาจติดอยู่ลึกในโพรงจมูก ให้รีบไปพบแพทย์
วิธีสังเกตเจ้าหนูของติดจมูก
  • เด็กหายใจหืดหอบเพราะหายใจได้ข้างเดียวและอาจจะพยายามใช้นิ้วแคะ เห็นแบบนี้แล้วให้ฉายไฟส่องดูโดยให้เด็กเงยหน้าขึ้นด้านบนค่ะ
    แต่ถ้าเด็กแคะจนดันไปติดค้างอยู่ในจมูกเป็นเวลานานและเกิดอาการ

  • น้ำมูกออกข้างเดียว อาจเป็นน้ำมูกใสหรือมีเลือดปนเล็กน้อย ถ้าติดเชื้อลมหายใจจะมีกลิ่นเหม็น น้ำมูกกลายเป็นสีเหลืองหรือเขียว ซึ่งอาการจะเป็นเหมือนโรคไซนัส ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนค่ะ

คอ เศษผงหรือสิ่งแปลกปลอม สารเคมีต่างๆ เมื่อเข้าไปแล้วมักจะไปอยู่ที่เปลือกตาค่ะ ไม่ล่างก็บนหรือบางทีฝังอยู่ในลูกตาเลยก็มีค่ะ

Way to care

ทารก-เด็กเล็ก

1. ถ้าลูกเริ่มไอ หายใจติดขัด มีท่าทีเหนื่อยให้จับเด็กนอนคว่ำลง ลำตัวอยู่บนท้องแขนข้างหนึ่ง ให้มือรองที่ศีรษะ คอ และหน้าอก
ใช้ต้นฝ่ามืออีกข้าง กระแทกลงระหว่างสะบักทั้งสองข้าง 4 ครั้งติดๆ กัน

2. ถ้าของยังไม่หลุดออก จับเด็กนอนหงายบนท้องแขนแบบเดิมแต่ให้รองบนต้นขาด้วย ศีรษะเด็กอยู่ต่ำกว่าแบบเดิมแล้วใช้ปลายนิ้วมือ 2-3 นิ้ว กระทุ้งเร็วๆ ที่กลางหน้าอก ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างหัวนมทั้ง 2 ข้าง 4 ครั้ง

เด็กโต

1. ให้เด็กนั่งแล้วโน้มศีรษะให้ต่ำกว่าหรืออยู่ในระดับเดียวกับหน้าอก แล้วใช้ฝ่ามือกระแทกบริเวณสะบักทั้ง 2 ข้างแบบเดียวกับที่ทำกับเด็กเล็ก 4 ครั้ง

2. ถ้าของยังไม่ออก ให้ยืนคร่อมหลังเด็กกำมือให้นิ้วโป้งอยู่บนท้องระหว่างบั้นเอวกับลิ้นปี่ แล้วใช้มืออีกข้างทำกำปั้นกระแทกเร็วๆ 4 ครั้งให้ตรงจุด
      - ความเร็วในการกระทุ้งขึ้นอยู่กับน้ำหนักและขนาดตัวเด็ก ถ้ายังไม่ออกให้ตบแรงขึ้น แต่อย่าแรงจนกระดูกหัก ตบจนเด็กมีสีหน้าดีขึ้น
      - ระหว่างนี้สังเกตการณ์หายใจของเด็ก ถ้าหายใจติดขัดต้องเป่าปากเพื่อช่วยให้หายใจได้คล่องขึ้นค่ะ


วิธีสังเกตเจ้าหนูของติดคอ

      - เด็กอาจส่งเสียงไม่ได้หากไปติดหลอดลม
      - กลืนลำบากและบ้วนน้ำลายบ่อยๆ

ซึ่งหากติดอยู่นานจะมีอาการอักเสบของเยื่อบุลำคอหรือต่อมทอนซิล ซึ่งเด็กอาจจะมีไข้ เจ็บคอ


วิธีผายปอดช่วยหายใจ

ทารก-เด็กเล็ก
      - จับศีรษะเด็กให้เงยมากที่สุด ใช้ปากครอบปิดปากและจมูก เป่าลมเบาๆ เร็วๆ 4 ครั้ง ติดกัน

เด็กโต
      - ใช้นิ้วง้างปากเด็กแล้วเป่าลมเข้าปาก โดยใช้นิ้วบีบรูจมูกทั้ง 2 ข้าง เป่าลมเบาๆ ทุกๆ 3 วินาที หรือถี่ 20 ครั้งต่อนาที
      - หลังจากเป่าปากแล้วให้สังเกตการณ์กระเพื่อมของหน้าอก ถ้าเด็กยังไม่หายใจให้ทำไปจนกว่าเด็กจะถึงโรงพยาบาล

Concern ก่อนเกิดเหตุ

  • ไม่ให้ลูกเล่นของเล่นชิ้นเล็กๆ และทุกครั้งที่เล่นต้องอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่
  • อาหารเจ้าหนูต้องเลาะก้างและกระดูกชิ้นเล็กๆ ออกให้หมด เพราะวัยนี้นอกจากจะเคี้ยวไม่เก่งแล้วยังแยกก้างเองไม่ได้ค่ะ
  • ไม่ว่าจะนอต ตะปู เหรียญ กระดุมเล็กๆ หล่นลงพื้นต้องรีบเก็บค่ะ หูไวตาไวหน่อยค่ะ มีเด็กอยู่ในบ้าน
คนเป็นพ่อแม่หูตาต้องรอบตัวเหมือนสับปะรดนะคะ อย่าชะล่าใจเพราะเด็กเล็ก โดยเฉพาะช่วงเตาะแตะห้ามทิ้งไว้คนเดียวแม้เสี้ยววินาที อันตรายเกิดขึ้นได้เสมอค่ะ


(update 3 ตุลาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 119 กันยายน 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600