คงไม่ดีแน่ หากพบว่าภาชนะที่ใส่อาหารให้เจ้าตัวเล็กหลุดลอกออกได้ง่าย
ไม่ปลอดภัย แถมไม่ทนทานเอาซะเลย
แล้วจะมีวิธีเลือกยังไงดีล่ะ ถึงจะเหมาะกับเจ้าตัวเล็ก
นอกจากอาหารที่คุณแม่ต้องใส่ใจแล้ว เรื่องของภาชนะใส่อาหารให้เจ้าตัวเล็กก็เป็นสิ่งที่สำคัญ
ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยค่ะ เพราะเด็กวัยเบบี้ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงพอ
หากได้รับสารพิษหรือสิ่งปนเปื้อนจากภาชนะที่ใส่อาหาร เจ้าตัวเล็กของเราอาจจะได้รับอันตรายได้ค่ะ
เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ยาหยีมีเทคนิคดีๆ
ในการเลือกภาชนะใส่อาหารให้เจ้าตัวเล็ก เพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดีค่ะ
ในปัจจุบันเราอาจจะพบเห็นจารหลากหลายแบบ มีลวดลายและรูปทรงน่ารักๆ
มากมายจนน่าใช้น่าซื้อไปหมด แต่ความน่ารักของจานก็คงไม่สำคัญเท่ากับความปลอดภัยของจาน
วิธีต่อไปนี้คือข้อสำคัญในการเลือกจานก่อนจะคิดถึงลวดลายหรือแบบที่ชอบค่ะ
1. ควรเลือกใช้จานที่ทำจากเมลามีน ซึ่งมีข้อดีก็คือ แตกยาก
กันรอยขูดขีดและทนความร้อนได้ดีกว่าพลาสติกธรรมดาทั่วไป เจ้าหนูบางคนในวัยนี้เริ่มที่จะหม่ำๆ
ด้วยตัวเองแล้ว อาจจะมีบ้างที่ทำจานตกหล่นหรืออาจจะใช้ช้อนกระทบกับจานอยู่บ่อยๆ
ซึ่งจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายค่ะ
2. ไม่ควรเลือกจานที่ทำจากแก้วหรือตกแตกได้ง่าย
เพราะเด็กวัยนี้เราต้องเริ่มให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเองโดยถือจานเองบ้าง
ป้อนข้าวเองบ้าง จานที่แตกง่ายจึงอันตรายไม่เหมาะอย่างยิ่งค่ะ
3. เลือกจานที่ทำจากวัสดุทนความร้อนค่ะ เช่น พลาสติกคุณภาพดี เมลามีน ฯลฯ
เพราะเมื่อเวลาที่คุณแม่นำไปทำความสะอาดโดยการลวกหรือต้ม หรือว่าจะใส่ของร้อน
จานจะได้ไม่ละลาย หากคุณแม่เลือกใช้จานพลาสติกอันนี้ก็ไม่ห้ามนะคะ แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าขอแบบที่ทนต่อความร้อน
ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่สามารถดูได้จากข้างกล่อง หรือเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่วางใจได้
เพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็กค่ะ
4. ในความเป็นเด็ก สีสันสวยๆ ของภาชนะย่อมดึงดูดใจในเวลาหม่ำข้าวได้ดีกว่าจานสีเรียบๆ ธรรมดานะคะ
เพราะฉะนั้นหากเลือกจานที่มีสีสันสะดุดตาแล้วล่ะก็ ขอเติมวงเล็บหน่อยว่า เอาแค่สีสันสะดุดตาก็พอนะคะ
อย่าให้สีฉูดฉาดจนเกินไป เพราะสีเหล่านี้อาจหลุดลอกติดมากับอาหารของเจ้าหนูได้ค่ะ
5. หากเลือกจานที่เป็นลวดลายล่ะก็ ต้องดูให้ดีเชียวค่ะว่าลวดลายน่ารักเหล่านั้นติดกับเนื้อจานเลยหรือเปล่า
หากติดอยู่กับเนื้อจานก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นลวดลายที่แค่เคลือบเอาไว้บนเนื้อจาน ไม่ควรใช้ค่ะ
เพราะวันดีคืนดีก็อาจจะหลุดลอกออกมาได้ง่าย โดยเราอาจจะสังเกตได้เวลาเอานิ้วหรือเล็บลูบไปตามพื้นผิว
หากสะดุดขอบของลายก็ไม่ควรใช้ค่ะ
6. ส่วนเรื่องขนาดหรือรูปทรงก็ไม่ควรซื้อจานชามให้ใหญ่เท่าผู้ใหญ่นะคะ
เพราะปริมาณที่เจ้าหนูกินนั้นน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก ฉะนั้นเลือกชามที่มีขนาดพอเหมาะกับเจ้าหนู
ให้มีขอบยื่นเพื่อยกจับสะดวก เวลาตักอาหารให้เขาก็จะได้ดูพูนน่ากินกว่าที่จะใส่จานใหญ่แล้วกระจายไปทั่วจาน
ทำให้ตักลำบากอีกต่างหาก หรือจะเลือกจานที่เป็นหลุมใส่แยกกับแยกข้าวก็ดีเหมือนกันนะคะ
เพราะเขาจะได้รู้จักจับคู่และรู้จักรสชาติเด่นๆ ของอาหารในหลุมนั้นๆ ไงคะ
อย่างที่บอกว่าเดี๋ยวนี้มีจานหม่ำสำหรับหนูเบบี้ออกมาให้เลือกมากมาย ทั้งรูปแบบ สีสันและลวดลาย
และแบบหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่อาจสนใจ เพราะช่วยให้การเริ่มหัดหม่ำของหนูสะดวก
โดยเฉพาะการดูแลความสะอาดของคุณแม่ เนื่องจากจานชนิดนี้มีออฟชั่นเสริมพิเศษ
คือที่บริเวณก้นชามออกแบบให้เป็นพลาสติกสุญญากาศ เพื่อการยึดจานติดกับพื้นโต๊ะ
ป้องกันหนูปัดหรือคว่ำจานจนอาหารหกเลอะเทอะ แน่นอนค่ะราคาย่อมแพงกว่าจานธรรมดา
และมีจำหน่ายเฉพาะร้านค้าและห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เท่านั้น
เด็กวัยเบบี้ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดค่ะ ของใช้ทุกอย่างของเจ้าหนูจึงต้องผ่านกรรมวิธี
ที่มากกว่าผู้ใหญ่เล็กน้อย เพื่อไม่เหลือคราบสกปรกตกค้าง เพราะเป็นตัวการที่อาจทำให้เจ้าตัวเล็กท้องเสียได้ค่ะ
- นำไปล้างน้ำตามปกติ จนหมดคราบสกปรก
- ใช้น้ำยาล้างจานสำหรับเด็กอ่อนเล็กน้อยถูจนจานหมดคราบ แล้วล้างน้ำเปล่าจนสะอาด
- เพื่อให้มั่นใจในความสะอาด ก็นำไปผ่านกระบวนการลวกน้ำร้อนอีกสักครั้ง แล้วผึ่งให้แห้ง เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ
- อ้อ...อุปกรณ์ในการล้างจานของเจ้าหนูควรแยกเฉพาะเอาไว้ต่างหาก ไม่ควรใช้ปะปนกับคนอื่นๆ ในบ้านค่ะ
- ฟองน้ำที่ใช้แล้วควรซักแล้วตากให้แห้ง
ถ้าเลือกจานให้ถูกหลักดูแลรักษาให้ดีๆ เจ้าตัวเล็กก็ใช้จานใบนี้ไปได้อีกเป็นปีๆ เชียวล่ะ
แถมประหยัดตังค์ในกระเป๋าอีกด้วยนะ
(update 18 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 257 มิถุนายน 2547 ]
|