ความรับผิดชอบต่อชีวิตผู้อื่น


เรามักเน้นความสำคัญในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อชีวิตผู้อื่น ต่อสังคม แต่ความรักความเป็นห่วง มักผลักดันให้ทำสิ่งตรงข้าม การฝึกแล้วไม่ได้ผลทันใจทำให้เราทำหน้าที่นั้นเสียเอง เราเอาข้าวให้หมากิน (สัตว์เลี้ยง) แทนที่จะเตือนเด็กหรือเรียกเด็กมาเอาข้าวไปให้หมา แทนที่จะช่วยสอนช่วยแนะการบ้านให้ก็ทำให้เสียเลยง่ายดี เร็วด้วย แต่งตัว อาบน้ำ ป้อนข้าว ทุกอย่างนับแต่ลืมตา เรารับใช้เด็กตลอดเวลา ความเร่งรีบให้ทันเวลาอาจมีส่วนให้ทำเช่นนั้น หัดให้เด็กนอนหัวค่ำ ตื่นเช้า จะได้มีเวลาฝึกเด็กเป็นรายวัน หรือมิฉะนั้นวันเสาร์ อาทิตย์ ตั้งใจฝึกกันจริงๆ บางเรื่อง เช่น การผูกเชือกรองเท้า การเอาฟองน้ำถูตัว ขัดสีฉวีวรรณกันจริงๆ

  • คอยหาโอกาสชี้ให้เด็กเห็น พูดให้เข้าใจว่า ถ้าเรามีหน้าที่อะไรแล้วไม่นำพาไม่สนใจ ลืมบ่อยๆ แล้วจะเกิดผลกระทบอย่างไร เช่น ไปสวนถ้าลืมรดน้ำต้นไม้ ต้นไม้ก็เฉาตาย ลืมให้อาหารนก นกก็ตาย ขยะที่พอกพูนเพราะคนลืมเอาไปทิ้ง พ่อแม่ คนครัวไม่ทำกับข้าว ไม่ไปตลาด คนขับรถเมล์ไม่มาตามเวลาจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนไม่ทำตามหน้าที่ ลืม ละเว้น หรือว่าเลือกทำแต่สิ่งที่ตนชอบ ตามถนัด หรือตามอารมณ์ เลือกเวลาพูดได้ถมเถวันละ 5 นาที 10 นาที เวลานั่งรถไปโรงเรียน ตัวอย่างมีให้เห็นอยู่เกลื่อนไป แทบจะทุกตารางเมตรที่รถยนต์วิ่ง แม้แม่ที่ยุ่งขึ้นทั้งวันน่าจะสละเวลาชี้ชวนอธิบายและตักเตือนได้

  • ของเล่นอีกอย่างหนึ่งที่พ่อแม่ขยันซื้อให้ แต่ไม่ขยันให้เด็กเก็บ ไม่มีระบบระเบียบ วิธีการที่ชัดเจนที่จะช่วยสร้างเสริมนิสัยให้รู้จักเก็บเข้าที่เข้าทาง คือเขียนกฎย่อติดไว้ข้างฝา วิธีรักษาของ เครื่องเล่นที่มีกลไก เครื่องเล่นเทป คอมพิวเตอร์ อะไรที่มีค่าและอันตราย ข้อห้ามและข้อควรระวัง ต่างๆ

  • นาฬิกาปลุกเป็นเครื่องมือสำคัญ ช่วยให้เด็กรักษาเวลา ให้เด็กฝึกเป็นผู้รักษาเวลา (ปลุกผู้อื่น) แทนที่จะเป็นท่านที่รักษาเวลา เป็นยาระวังระไวอยู่คนเดียว

    การตัดสินใจว่าอะไรถูกอะไรผิด ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะทุกสิ่งไม่ได้ผิดอย่างขาวและดำ ค่านิยมแต่ละครอบครัว แต่ละท้องถิ่น แต่ละชาติ ไม่เหมือนกัน เราเห็นเพื่อนเราโกงข้อสอบแล้วจะทำอย่างไร เก็บเงินของมีค่าได้จะทำอย่างไร เด็กไม่สามารถชี้ผิดถูกได้ถ้าเราไม่ช่วย จะสร้างเสริมก็ต้องอาศัยเวลา การอภิปราย การจับเข่าคุยกันหลายครั้งระหว่างพ่อแม่ลูก ระหว่างครูนักเรียน ระหว่างเพื่อนที่สนิมชิดชอบ มันเกี่ยวโยงกับปัญหาหรือความคิด เช่น ปรัชญานานาชนิด ค่านิยม การปฏิบัติตัวต่อกันในสังคมอุดมคติ เราเป็นคนอย่างไร เราอยากจะเป็นคนอย่างไร เวลาที่อภิปรายกันก็มิใช่เวลาที่เป็นการเป็นงานตามตารางเวลาเท่านั้น ที่โต๊ะอาหาร ในรถยนต์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงๆ ก่อนนอน ขณะเดินเล่นชายหาด และโปรดจำไว้ว่า การพูดอย่างเดียวไม่พอเพียง ต้องเป็นตัวอย่างให้เด็กเห็น เด็กอยากเห็นพ่อแม่ชนิดซื่อตรง เป็นพลเมืองดี เคารพกฎหมายไม่ขับรถชนแล้วขับหนี ไม่เลี่ยงภาษี แล่นรถฝ่าไฟแดง ไม่ดื่มเหล้าแล้วขับรถ ไม่ลืมคาดเข็มขัดเมื่อนั่งรถ ไม่สูบฝิ่นกัญชา ไม่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ฯลฯ เราเตรียมเด็กพร้อมแล้ว หรือสำหรับปัญหาระดับโลกทั้งหลาย โดยเฉพาะยุคนี้เป็นยุคที่โลกผลักดันเร่งรัด ให้เด็กเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่าที่ควร ปัญหาความรุนแรง ปัญหาเรื่องเพศ ปัญหายาเสพติด ผ่านสายตาเราทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ทุกวัน หยิบยกเอาข่าวพาดหัว เอาประเด็นต่างๆ ในภาพยนตร์ (จากละครน้ำเน่าก็ได้) มาอภิปรายให้เด็กรู้ว่า สิ่งเหล่านี้เป็นความกังวลของผู้ใหญ่เท่าๆ กับของเด็ก ลองสมมติเหตุการณ์ว่าถ้าไปงานปาร์ตี้มีเพื่อนสนิทเอ่ยปากชวนให้ดื่ม ชวนให้ลองยาเสพติด จะตอบปฏิเสธอย่างไร จึงบัวไม่ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น พูดเช่นไรเขาจึงจะไม่หมั่นไส้ ถ้าหากเป็นคนแปลกหน้าจะปฏิเสธอย่างไร จึงจะทำให้เขาไม่นึกอยากชกหน้าเรา พ่อแม่ไม่ใช่เทวดา ไม่เคยทำผิด ไม่ควรผยอง อวดโม้ว่าหนีกฎหมายได้พ้นอย่างไร แต่พูดถึงว่า เมื่อมีปัญหายั่วยวนให้ทำผิด แล้วเราแก้ไขปัญหาอย่างไร

(update 12 ตุลาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ มกราคม 2005 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600