ไม่ได้ตั้งใจดื้อสักหน่อย


”แหม...ใครๆ ก็ว่าลูกวัยประถมเนี่ยน่าร้ากน่ารัก แต่ทำมั้ยทำไมลูกเราถึงน่าชังนักนะ ดื้อ เกเรไม่มีใครเทียบ พูดอะไรสั่งสอนอะไรทำหูทวนลมเฉยเลย
”ไหนบอกว่า เด็กวัยนี้พูดกันรู้เรื่องแล้วไง โตพอจะเข้าใจเรื่องเหตุผล อุตส่าห์เฟ้นหาโรงเรียนดีมีชื่อให้ลูกเรียนแล้วนะเนี่ย น่าจะช่วยอบรมสั่งสอนให้ลูกเราเป็นเด็กดี สมกับเงินก้อนโตที่จ่ายไปหน่อย”

เสียงบ่นทำนองนี้อาจมีไม่มากนักในหมู่พ่อแม่ของลูกวัย 7-9 ปี เพราะโดยธรรมชาติแล้วเขากำลังน่ารักอย่างที่ว่าจริงๆ ค่ะ ...ช่วยเหลือตัวเองได้ดี ไม่เจ็บป่วยง่ายเหมือนตอนเล็กๆ แล้วก็พูดกันรู้เรื่อง อาจจะมีบ้างเด็กบางคนที่ผู้ใหญ่รู้สึกว่า “พูดไม่รู้ฟัง” ดื้อ เกเร ชอบทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ

ก่อนจะตราหน้าว่าลูกเราเป็นเด็กไม่ดีด้วยลักษณะพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้เข้าใจก่อนว่าเด็กวัยนี้ร่างกายและสมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ เขายังควบคุมทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สมาธิไม่ได้ดี สมองส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับเหตุผลก็เพิ่งเริ่มพัฒนา

เช่นที่เขาดื้อไม่ทำตามคำสั่งพ่อแม่ ก็เพราะเขายังไม่ค่อยมีสมาธิ หรือมัวแต่สนใจเล่น จึงไม่ได้ฟังที่พ่อแม่หรือคุณครูสั่ง จึงไม่ทำตาม

หรือที่ลูกชอบเถียงพ่อแม่ คุณครู ก็เพราะเขายังไม่เข้าใจเรื่องเหตุผลดีนัก ยังควบคุมอารมณ์ไม่เป็น ซึ่งบางทีเขาไม่ได้ตั้งใจจะดื้อ แต่ยังสรรหาคำพูดที่เหมาะสมมาโต้แย้งไม่ได้ ยังไม่รู้จักอธิบายอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง

เพราะฉะนั้น พ่อแม่ ผู้ใหญ่เรายังต้องเป็นผู้คอยควบคุมเขา และช่วยให้เขาพัฒนาเรื่องเหล่านี้ในที่สุด มีหลักการในการควบคุม ประคับประคองพฤติกรรมเด็กวัยนี้มาแนะนำคุณพ่อคุณแม่ 3 เรื่องด้วยกัน คือ
1. สนใจเฉพาะพฤติกรรมที่ดีของลูกเท่านั้น โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เราต้องการส่งเสริม
2. ไม่สนใจพฤติกรรมที่ไม่ดีของลูก เช่น อาการงอแง ก้าวร้าว ไม่เชื่อฟัง และหนักแน่นกับ กฎกติกาที่วางไว้ สิ่งไหนที่ไม่อนุญาต ก็ต้องไม่ แต่ไม่ใช้อารมณ์ อธิบายเหตุผลที่กระชับ
3. ใช้การลงโทษเฉพาะเรื่องที่ซีเรียสจริงๆ
ส่วนใหญ่เมื่อลูกดื้อ พ่อแม่มักอารมณ์เสีย แล้วใช้อารมณ์กับลูก ทะเลาะทุ่มเถียงกัน บังคับ ลงโทษกัน ลูกอาจจะยอมในครั้งแรก แต่ในที่สุดก็ไม่ได้ผลจริง ต้องมีการขึ้นเสียงและยังคับกันร่ำไป การสะกดกลั้นอารมณ์โกรธเป็นอย่างแรกที่พ่อแม่ต้องทำ ซึ่งจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกด้วย แล้วค่อยๆ เสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้กับลูกไปเรื่อยๆ


จากเจ้าตัวดื้อเป็นคนดีของพ่อแม่

การจะฝึกลูกให้มีพฤติกรรมและลักษณะนิสัยที่ดีงาม ตรงข้ามกับคำว่า “ดื้อดึง” ทำได้ดังนี้ค่ะ
  • กำหนดให้มีกิจวัตรประจำวันที่เป็นเวลา สม่ำเสมอ เวลากิน เวลาเข้านอน-ตื่นนอน เวลาทำการบ้าน เวลาเล่น

  • อย่าออกคำสั่งกับลูกหลานอย่างเกินไป จะกลายเป็นการบ่นปากเปียกปากแฉะ และไม่ได้ผลสักอย่าง เช่น อย่าสั่งรวมว่าๆ ไปอาบน้ำ กินข้าว ทำการบ้าน บอกลูกให้ชัดเจนว่าเวลานี้อยากให้ลูกทำอะไร

  • ควบคุมพฤติกรรมลูกด้วยความหนักแน่น นุ่มนวล หลีกเลี่ยงการทะเลาะขึ้นเสียง ใช้อารมณ์กับลูก

  • บอกลูกให้ชัดเจนถึงพฤติกรรมที่เราไม่ยอมรับ และพฤติกรรมที่ดีงามที่เราอยากให้ลูกเป็น ซึ่งอาจจะต้องพูดย้ำกันบ่อยๆ แต่อย่าจุกจิกจู้จี้ พูดให้กระชับ

  • ให้รางวัลเมื่อลูกได้พยายามปรับปรุงตัวเอง เช่น จากที่เคยงอแงไม่ยอมทำการบ้าน ลูกพยายามทำการบ้านในเวลาที่กำหนดให้ อาจสัญญาว่าจะพาไปเที่ยวหรือให้เล่นเกมในวันหยุด

  • ให้เวลากับลูกมากขึ้น ให้เขาเล่าเรื่องราวที่โรงเรียนให้ฟังและฟังอย่างตั้งใจ ถ้าเขามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น เขาต่อยเพื่อน พูดคุยให้เขาเข้าใจถึงความเหมาะควร เรื่องของเหตุและผล การพูดคุยกับลูกบ่อยๆ และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูก จะทำให้เขาลดอาการดื้อลง

  • ใช้อารมณ์ขันสยบอารมณ์ป่วนของลูก เมื่อลูกดื้อ งอแง ใช้คำพูดตลกๆ มาเบี่ยงเบนลูกออกจากอารมณ์ไม่ดี และชวนเขาให้ทำในสิ่งที่เราต้องการให้เขาทำ

  • ลองถอดใจตัวเองเป็นลูกอายุเท่านี้ดูบ้าง เราจะได้รู้ว่าลูกรู้สึกอย่างไร เช่น เราอยากให้ลูกทำการบ้านทันทีที่กลับถึงบ้าน แต่ลูกอยากจะเล่นพักผ่อนหย่อนใจก่อนเพราะคร่ำเคร่งนั่งเรียนหลังขดหลังแข็งมาทั้งวัน ก็อนุญาตให้ลูกเล่นก่อนสักชั่วโมง แล้วค่อยทำการบ้าน เป็นต้น
อาจจะไม่ใช่สองวันที่เราจะแก้อาการดื้อของลูก ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งฝึกกันอย่างสม่ำเสมอ จนลูกชินกับสิ่งที่ต้องทำและควรทำ ที่สำคัญเราต้องมีเวลาพอสำหรับควบคุม ประคับประคองให้ลูกอยู่ในลู่ทางที่เหมาะควร

...ม้าพยศตัวน้อยก็จะกลายเป็นเด็กดีน่ารักสมใจคุณพ่อคุณแม่ในที่สุดค่ะ


(update 6 กันยายน 2005)
[ ที่มา.. kids & family ปีที่ 10 ฉบับที่ 113 สิงหาคม 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600