พัฒนาการแรกริ่ม ของลูกวัยเริ่มแรก


ทันทีที่ทารกคลอดออกมา ร่างกายน้อยๆ นั้นก็พร้อมค่ะ...
พร้อมให้คุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมให้พัฒนาการของหนูก้าวไกลยิ่งขึ้นไงค่ะ


จุดเริ่มต้นของพัฒนาการ

พัฒนาการของทารกเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้วค่ะ นับจากปฏิสนธิ มีเนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ ปรากฏ แล้วเริ่มทำงาน เช่น ร่างกายมีการเคลื่อนไหว ขยับแขนขา ลืมตา เป็นต้น เท่ากับพัฒนาการต่างๆ ได้เริ่มขึ้นแล้ว จนเมื่อทารกคลอดออกมาพัฒนาการเหล่านั้นก็ยังคงอยู่และมีการพัฒนาต่อไปอย่างรวดเร็ว

เรามาดูกันสิคะว่า เมื่อทารกน้อยคลอดออกมาปุ๊บ คุณแม่จะสามารถช่วยส่งเสริม หรือกระตุ้นพัฒนาการด้านใดได้บ้าง และแพทย์จะมีการตรวจเช็กพัฒนาการของลูกเราอย่างไร


สัมผัสทันทีหลังคลอดช่วยกระตุ้นพัฒนาการ

การสัมผัสสามารถจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยแรกคลอดได้ และคุณก็สามารถทำได้ทันทีหลังเจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลกเลยล่ะ เพราะปกติแล้วหนูน้อยที่คลอดโดยวิธีธรรมชาติ หลังคลอดทารกจะมีภาวะตื่นตัวอยู่พักหนึ่ง อาจไม่นานนักเพียง 1 ชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น เป็นช่วงที่เรียกว่า first impression ถ้าแม่ได้สัมผัสลูกน้อยด้วยความรู้สึกรัก ทะนุถนอม อย่างอ่อนโยน นุ่มนวล ลูกก็จะจำความรู้สึกรักจากแม่นี้ไว้ทันที ซึ่งจะช่วยให้การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกดีต่อไปด้วย

จึงน่าเสียดายอย่างยิ่ง หากปล่อยเวลาช่วงนั้นให้ผ่านไปโดยไม่มีการสัมผัสกัน จนหนูน้อยเข้าสู่ช่วงที่การตื่นตัวลดลง คือจะหลับ นอน กินนม

และวิธีง่ายๆ ในการสัมผัสลูกทันทีหลังคลอด เช่น อุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมอก พูดคุยกับลูกขณะให้นมแม่ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีพัฒนาการด้านอื่นๆ ของทารกที่แพทย์จะต้องตรวจเช็ก ซึ่งแม่ควรรู้ เพื่อจะได้ส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้อย่างสอดคล้องไงคะ


พัฒนาการด้านการมอง

ทารกแรกคลอดสามารถมองเห็นได้ในระยะประมาณ 8-12 นิ้วหรือ 1 ฟุต ซึ่งก็คือระยะที่แม่อุ้มลูกกินนมนั่นเอง ดังนั้นการที่แม่อุ้มลูกแล้วมองสบตาซึ่งกัน ลูกก็จะเห็นหน้าแม่ เห็นร้อยยิ้ม เห็นปากขมุบขมิบของแม่ที่พูดกับลูก เห็นดวงตาของแม่ที่เคลื่อนไหวไปมา เห็นคิ้วดำๆ เป็นเส้น และอีกมากมายบนใบหน้าของแม่ เหล่านี้ล้วนเป็นจุดตึงความสนใจให้ลูกมอง เท่ากับได้ส่งเสริมพัฒนาการด้านการมองเห็นของลูกค่ะ ลักษณะการมองที่ปกติของทารก คือหันมองตามแสงหรือวัตถุ


พัฒนาการด้านการได้ยิน

จากการทดลองที่ทำให้ทราบว่า ทารกน้อยชอบเสียงคน เพราะเสียงของคนเราจะมีจังหวะเสียงสูงต่ำที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเสียงของแม่ ฉะนั้นถ้าเราตอบสนองหนูน้อยโดยการกระตุ้นด้วยเสียงที่เหมาะสม เช่น พูดคุย ร้องเพลงให้ลูกฟัง ก็จะช่วยพัฒนาความสามารถในการได้ยินของลูกให้ดี ตามหลัก BASIC TRUST โดยเฉพาะในช่วงเดือนแรกๆ ของชีวิตคนเรา ถือเป็นช่วงของความไว้ใจเบื้องต้น ซึ่งถ้าเด็กได้รับการตอบสนองยามที่ต้องการ เช่น เมื่อเด็กร้องแล้วได้รับการตอบสนองทันทีและถูกต้อง ทางวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโอกาสที่เด็กจะเติบโตเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวก็จะน้อยค่ะ ส่วนการจะดูลูกว่ามีการได้ยินปกติหรือไม่นั้นต้องรอให้ลูกมีอายุครบ 1 เดือน


พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้อของทารกนั้นมีการพัฒนามาตั้งแต่อยู่ในท้องและหลังคลอด หากสังเกตให้ดีจะพบว่าทารกจะมีท่าทางคล้ายๆ กับตอนที่อยู่ในท้องแม่ คือแขนขางอเล็กน้อย ซึ่งในแง่ของพัฒนาการนั้นแพทย์จะดูเรื่องการตื่นตัว ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ โดยกุมารแพทย์จะเป็นผู้ตรวจ ถ้ามีการตื่นตัวหรือกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นน้อย ถือว่าเด็กอาจมีความผิดปกติได้ หลังคลอดกุมารแพทย์จึงมีการตรวจร่างกาย ซึ่งถ้าพบสิ่งผิดปกติก็จะมีการตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อหาทางแก้ไขและส่งเสริมพัฒนาการต่อไป


พัฒนาการของระบบประสาท

ในแง่ของพัฒนาการด้านนี้อาจจะเห็นภาพไม่ชัดเหมือนพัฒนาการด้านอื่นๆ ซึ่งการตรวจทางระบบประสาทนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้ทราบว่าเด็กมีความผิดปกติในอนาคตหรือไม่ โดยดูวิธีง่ายๆ ก็คือ

    - เมื่อแม่เอานิ้วของตนแตะที่ฝ่ามือของลูกน้อย ลูกจะกำนิ้วแม่ทันทีซึ่งเด็กปกติควรจะทำอย่างนี้ได้
    - หรือถ้าคุณแม่เอานิ้วมือเขี่ยๆ ที่บริเวณมุมปากของลูก ลูกจะหันหน้าเข้าหา พร้อมทำปากดูดทันทีเช่นกันค่ะ

วิธีดังกล่าวเป็นการตรวจอย่างง่ายๆ ที่ทำให้ทราบว่าลูกน้อยมีการตอบสนองทางระบบประสาทเบื้องต้นปกติหรือไม่


(update 6 กันยายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 258 กรกฎาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600