"ลับสมอง คมเสมอ" วลีพื้นๆ ที่เชื่อว่าใครๆ ก็เคยได้ยินนี้ ความจริงแล้วความหมายที่แฝงอยู่นั้นไม่พื้นเลยค่ะ
เพราะสมองเป็นส่วนบัญชาการที่สำคัญที่สุดของร่างกายมนุษย์ การกระตุ้นให้สมองได้ฝึกคิดอยู่เป็นประจำ
จะทำให้สมองไม่เฉื่อยชา ความคิดความอ่านก็ไม่สะดุดด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกมีศักยภาพสมองที่ดี
ก็คงต้องหากิจกรรมที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมองมาทำร่วมกับลูกบ่อยๆ ...ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรนะคะ
กิจกรรมประจำวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำนี่แหละค่ะ มีให้เลือกทำตั้งมากมายเลย
มาเริ่มกันตั้งแต่เจ้าหนูเราตื่นนอนใหม่ๆ เลยนะคะ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เวลาช่วงสั้นๆ
ขณะที่เจ้าหนูยังนอนหลับอยู่บนเตียง พูดคุย สัมผัส หรือเล่นกับลูกโดยอาจใช้ท่วงทำนองเสียงสูงๆ ต่ำๆ
หรือร้องเพลงที่ลูกโปรดปราน อาจสื่อสารกับลูกด้วยสีหน้า แววตา หรือน้ำเสียงที่นุ่มนวลอ่อนโยน
หรือบางครอบครัวอาจเตรียมพร้อมด้านร่างกายของลูกด้วยกิจกรรม เคลื่อนไหวเบาๆ อย่างเช่น
ยกแขน-ขา ขึ้น-ลง ยืด-หด เพื่อกระตุ้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้ลูกพร้อมรับกิจกรรมที่จะตามมาด้วยก็ได้นะคะ
แหม... เพียงแค่ช่วงสั้นๆ ของเช้าวันใหม่ หนูน้อยของเราก็ได้เสริมศักยภาพสมองทั้งด้านการมองเห็น การฟัง
การเชื่อมโยงความคิด แถมยังได้อุ่นเครื่องเตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมต่อๆ ไปอีกด้วย
มาถึงกิจกรรมระหว่างวันกันบ้างค่ะ มีคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ อยู่มากมาย
ที่สำคัญก็คือ ควรให้เด็กอยู่ในภาวะที่เกิดสมาธิกับกิจกรรมที่ทำมากที่สุด ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่คงต้องพยายามเลือกกิจกรรม
หรือของเล่นที่ช่วยเสริมให้เด็กๆ มีสมาธิ รวมทั้งตัดสิ่งที่ทำให้เด็กขาดสมาธิออกไปด้วย เช่น เปิดเพลงบรรเลงเบาๆ
ขณะทำกิจกรรมร่วมกับลูก เลือกเกมหรือของเล่นเฉพาะกลุ่มที่จะใช้ฝึกทักษะลูก อย่าให้มีหลายอย่างจนเกินไป
อาจไม่เป็นผลดีต่อสมาธิของลูกได้ และที่ต้องย้ำกันอยู่ตลอดก็คือ ไม่ควรให้เด็กเล็กดูโทรทัศน์
โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ต้องไม่ให้ดูเลย เพราะนอกจากจะทำให้พัฒนาการด้านภาษา สื่อสารช้าแล้ว
ยังทำให้สมาธิสั้นด้วยค่ะ ส่วนเด็ก 2 ขวบขึ้นไปและสามารถสื่อสารรับรู้ภาษาได้บ้างแล้ว
ก็ควรต้องดูด้วยกันกับคุณพ่อคุณแม่ เพื่อคุณพ่อคุณแม่จะได้ช่วยอธิบายให้ และไม่ควรดูเกินวันละ 1 ชั่วโมงนะคะ
อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ การจัดบ้านให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ของลูก เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่ช่างสำรวจ
ข้าวของที่ไม่ปลอดภัยต่างๆ จึงควรเก็บไว้ให้พ้นมือด้วยนะคะ อาจจัดมุมหนึ่งของบ้านให้เขาสามารถได้เล่น
ได้เรียนรู้อย่างผ่อนคลาย ไม่มีสิ่งใดมาสกัดกั้นอารมณ์ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวด้วย
เล่นกันมาทั้งวันแล้ว ถึงเวลาเข้านอนก็ยังมีกิจกรรมให้เสริมศักยภาพสมองกันได้อยู่นะคะ
นิทานก่อนนอน นอกจากจะสร้างบรรยากาศอบอุ่น ผ่อนคลายให้ลูกก่อนหลับแล้ว
ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้ภาษาได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าจะอยู่ในวัยที่ยังไม่รู้ภาษาก็ตามค่ะ
ส่วนวัยที่เริ่มรู้ภาษาแล้วก็จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้จากเนื้อหาของนิทานได้อีกด้วย
จะเห็นได้ว่ากิจกรรมตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจนเข้านอนสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมองเด็กๆ
ได้มากมายหลายอย่าง แต่นอกจากกิจกรรมต่างๆ จะช่วยได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องไม่ลืมว่า
การที่เด็กๆ ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็มีผลอย่างมากที่จะช่วยให้เซลล์สมองมีการเชื่อมต่อ
และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย ดังนั้นก็ควรจัดเวลาให้เด็กๆ ได้รับทุกๆ ส่วนอย่างเหมาะสม
รับรองว่าได้ลูกสุขภาพดี ฉลาดสมใจแน่ค่ะ
(update 19 มกราคม 2005)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 กันยายน 2547 ]
|