เมื่อลูกอยากตาย


ข่าวเยาวชนฆ่าตัวตายหนาหูมากขึ้น วันหนึ่งจะเป็นลูกของเราหรือเปล่า ?!
ทำไงดี...

ขั้นแรกของการเผชิญปัญหาใดๆ คือหาความรู้ ความรู้เรื่องฆ่าตัวตายมีว่า การฆ่าตัวตายเกิดจากหลายสาเหตุผสมผสานกัน ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดเพียงเรื่องเดียว

สาเหตุทางชีววิทยาคือ มีพันธุกรรม สารเคมีในสมองผิดปกติ มีโรคเรื้อรังหรือโรคร้ายแรงอยู่ก่อนแล้ว สาเหตุทางใจคือ มีความเครียดเรื้อรังหรือรุนแรง มีโรคจิตหรือโรคซึมเศร้า สาเหตุทางสังคมคือสภาพเศรษฐกิจ ภาวะที่ถูกบีบคั้นและไม่สามารถหาทางออก เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นการบรรยายอย่างสั้น

แต่การชี้นิ้วไปทุกทิศทางก็เหมือนกับการไม่ชี้ไปไหนเลย
บางทีเราอาจจะต้องกล้าพอที่จะชี้ไปสักทิศหนึ่ง เพื่อจะได้เริ่มต้นเดินทางได้
ถ้าบังคับให้ผมตอบข้อสอบเพียงคำตอบเดียวว่าการฆ่าตัวตายเกิดจากอะไร ผมจะตอบว่า เกิดจากการถูกทอดทิ้ง

การถูกทอดทิ้งเป็นคำตอบอย่างสั้น ต้องอธิบายเพิ่มเติมอยู่ดี การถูกทอดทิ้งแปลมาจากคำศัพท์เดิมในตำราว่า isolation คำเต็มๆ คือ psychological isolation ซึ่งหากจะแปลตามตัวก็ควรแปลว่า การถูกแยกออกทางใจ ซึ่งไม่รู้เรื่องเลย เอาเป็นว่าผมสมัครใจใช้คำว่า “ถูกทอดทิ้งทางใจ” ดีกว่า

การถูกทอดทิ้งทางใจในที่นี้ให้หมายถึงการถูกทอดทิ้งเมื่อเป็นเด็ก ไม่ชัดเจนหรอกครับว่าถูกทอดทิ้งตอนกี่ขวบจึงเป็นการเพาะเชื้อการฆ่าตัวตาย แต่เวลาวิกฤติน่าจะเป็นห้าขวบปีแรก เพราะเป็นเวลาที่เด็กๆ จะสร้างตัวตนทั้งตัวตนของตนเอง และตัวตนของพ่อแม่ สร้างความสัมพันธ์อันยั่งยืนที่มีกับพ่อแม่ซึ่งจะเป็นต้นแบบ ของสัมพันธภาพกับมนุษย์คนอื่นๆ และสิ่งอื่นๆ เช่น ศาสนา ในวันข้างหน้า

ที่ว่าเป็นเวลาวิกฤติเพราะผ่านแล้วผ่านเลย ทิ้งลูกตอนอายุก่อนห้าขวบจะมาซ่อมเมื่อหกขวบนั้นสายเสียแล้ว เด็กๆ ไม่สนใจแล้ว เสียแล้วเสียเลยชดเชยไม่ได้

อย่างไรจึงเรียกว่าถูกทอดทิ้งทางใจ คุณพ่อคุณแม่รักเด็กคนละสองกิโลกรัมพอมั้ย หรือต้องคนละห้ากิโลกรัมถึงจะพอ...

...คำตอบคือ เอาเด็กว่า เด็กว่าเท่าไรพอก็เท่านั้น ถ้าเด็กบอกว่าพ่อแม่ไม่รักก็แปลว่าพ่อแม่ไม่รัก ป่วยการที่คุณพ่อคุณแม่จะเถียงตนเองว่าทำดีที่สุดแล้ว อันที่จริงก็เป็นความจริงที่คุณพ่อคุณแม่บางบ้าน ทำดีที่สุดแล้วภาวะใต้สภาพแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ แต่เจ้ากรรมเด็กบ้านท่านว่าไม่พอ

เด็กแต่ละบ้านเรียกร้องความรักความเอาใจใส่จากคุณพ่อคุณแม่ต่างกัน บางคนขอสามขีดก็พอ แต่บางคนขอสามกิโลกรัมจึงจะพอ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องมีเวลาให้ลูกมากพอ จึงจะรู้ว่าลูกอิ่มแล้วหรือว่ายังขาด

เวลาน้อยๆ แต่มีคุณภาพไม่เพียงพอสำหรับยุคสมัยนี้แล้วครับ
ตัวตนที่แข็งแรง ตัวตนของคุณพ่อคุณแม่ที่แข็งแรง ความสามารถในการสร้างสัมพันธภาพกับคนอื่น หรือสิ่งอื่นแม้กระทั่งสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ศาสนา จะเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้ง และเกราะป้องกันการฆ่าตัวตายในภาวะภาคหน้า

คนที่ฆ่าตัวตายนั้นเขาต้องไม่มีอะไรเหลือแล้วจริงๆ จึงฆ่าได้ ไม่มีสังคม ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีตัวเอง ทั้งหมดนี้ตายไปก่อนล่วงหน้าแล้ว ที่เขาทำในขั้นตอนสุดท้ายเป็นเพียงการตัดลมหายใจของร่าง ที่ไม่มีชีวิตอยู่ก่อนแล้ว

ดังนั้นถ้าบังคับให้ผมตอบข้อสอบเพียงคำตอบเดียวว่าเราจะป้องกันลูกมิให้ฆ่าตัวตายได้อย่างไร ผมจะตอบว่าเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดในห้าขวบปีแรก...เป็นคำตอบสุดท้ายครับ

และถ้าเราคิดว่าเราเลี้ยงเขาอย่างดีที่สุดในห้าขวบปีแรกแล้ว เขายังฆ่าตัวตายได้อีก ก็ไม่ต้องละอายใจ ขอให้รู้ว่าเขาเป็นเด็กที่เรียกร้องเกินมาตรฐาน

อย่าลืมว่าเราเน้นเรื่องการดูแลทางจิตใจและการถูกทอดทิ้งทางจิตใจ มิใช่เรื่องทางร่างกาย เพราะฉะนั้นประเภทเลี้ยงลูกด้วยเงิน ทีวี มือถือ คอมฯ และรถยนต์ จึงไม่ใช่การเลี้ยงลูกเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย เผลอๆ จะเป็นการส่งเสริมให้ตัวตนเขาไม่สมบูรณ์ ตัวตนของคุณพ่อคุณแม่พร่าๆ เลือนๆ สัมพันธภาพที่มีต่อคนอื่นและสิ่งอื่นบกพร่อง จะเรียกว่าเลี้ยงลูกให้ไปฆ่าตัวตายก็อาจจะได้กระมัง

จำได้มั้ยครับว่าข่าวการฆ่าตัวตายจากการรับน้องมีประเด็นมือถือเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เหยื่อถูกห้ามใช้มือถือขณะทำกิจกรรมรับน้อง เขาต้องการติดต่อคนอื่นทางมือถือ เขาเปลี่ยวเหงาและถูกทอดทิ้งทางใจท่ามกลางมนุษย์จำนวนมากที่รายล้อมตัวเขาระหว่างทำกิจกรรม หากคิดให้ดีจะพบว่า มือถือเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเยาวชน ตั้งแต่พัฒนาการบุคลิกภาพยังไม่สำเร็จสมบูรณ์ ดังนั้นมือถือจึงมีความหมายมากกว่าที่ทุกคนคิด

ทั้งหมดที่เขียนมาตั้งใจเขียนให้ชัด สรุปอะไรลงไปสักอย่างให้คุณพ่อคุณแม่จับต้องได้ อย่างไรก็ตาม จิตมนุษย์นั้นไซร้ ยากแท้หยั่งถึง อะไรต่อมิอะไรก็อาจจะไม่เป็นไปตามทฤษฎีเสียทั้งหมด ว่าที่จริงแล้วถึงสังคมจะไม่มีปัญหาเยาวชนฆ่าตัวตาย คุณพ่อคุณแม่ก็ควรให้เวลาลูกมากที่สุดในสิบขวบปีแรกอยู่ดี จึงจะถือว่าเราทำดีที่สุดแล้ว

... สังเกตมั้ยครับว่าเริ่มต้นบทความนั้นชี้นิ้วไปทิศเดียว พอถึงตอนจบเริ่มชี้สะเปะสะปะไปทุกทิศทางอีกแล้ว


(update 14 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา.. kids & family ปีที่ 10 ฉบับที่ 115 ตุลาคม 2548]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600